เศรษฐีฮ่องกงประกาศขึ้นสินสอดเป็น 6,400 ล้านบาท ให้หนุ่มที่ทำให้ลูกสาวเลสเบี้ยน กลับใจเป็นหญิงแท้ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ซีซิล จ้าว นักธุรกิจเศรษฐีพันล้านของฮ่องกง เสนอสินสอด 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่จะแต่งงานกับ จีจี จ้าว ลูกสาวซึ่งมีรสนิยมทางเพศแบบหญิงรักหญิง

โดยการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ ซีซิลประกาศต่อสาธารณชนตั้งแต่ปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอด ซึ่งเป็นเงินสดและทรัพย์สินรวม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,135 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่สามารถทำให้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้หญิงแท้ได้ ถึงแม้ว่าจะเสนอเงินมูลค่ามหาศาล แต่กลับไม่มีผู้ชายคนไหนรับเงื่อนไขดังกล่าว

ทว่าแม้สังคมจะเงียบต่อข้อเสนออันสูงค่าดังกล่าว เศรษฐีใหญ่ก็ไม่ย่อท้อ ต่อมาในปี 2557 ประกาศเพิ่มสินสอดให้ชายที่รับเงื่อนไขดังกล่าวได้ โดยเพิ่มเงินเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,276 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดในปี 2560 ประกาศเพิ่มสินสอดเป็น 3 เท่าของครั้งแรกเป็น 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท

ซีซิล จ้าว นักธุรกิจหมื่นล้านชาวฮ่องกงประกาศลั่น พร้อมยกสินสอด 6 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มใดก็ตามที่มาขอ จีจี้ จ้าว ลูกสาวที่เป็นเลสเบี้ยนแต่งงาน

กลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งสำหรับเจ้าพ่อนักลงทุนผู้ร่ำรวยมหาศาลชาวฮ่ององอย่าง ซีซีล จ้าว ซึ่งหลังจากที่เขาออกมาประกาศในปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอดเป็นเงินจำนวน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มรายใดก็ตามที่สามารถพิชิตใจ จี้จี้ จ้าว ลูกสาวที่มีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกันของเขาได้

โดยล่าสุด (11 มกราคม 2560) เว็บไซต์เซย์ชีสทีวี รายงานว่าซีซิล จ้าว พร้อมเสนอสินสอดเพิ่มให้อีก 3 เท่า!

ทั้งนี้ เป็นเพราะ ซีซิล จ้าว มีความปรารถนาอย่างมากที่จะเปลี่ยนใจลูกสาวสุดที่รักให้กลับมาเป็นหญิงแท้ ถึงแม้ว่าจะทุ่มทุนเท่าไรก็ยอม ซึ่งดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ในปี 2555 ซีซิล จ้าวได้ออกมาประกาศหาลูกเขยพร้อมเสนอสินสอดจำนวนมหาศาล ในครั้งนั้นมีชายหนุ่มมากมายเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนี้ถึงกว่า 20,000 คน ซึ่งแน่นอนว่าจีจี้ ลูกสาวคนสวยของเขา ที่คบหาดูใจอยู่กับแฟนสาวมานานกว่า 9 ปีแล้วนั้น กล่าวเซย์โน ปฏิเสธไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น

เวลาผ่านไป 2 ปี ซีซิล จ้าว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจ โดยในปี 2557 เขาเสนอเงินเพิ่มให้อีกเป็น 2 เท่าไปเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยกว่า 4.2 พันล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าสาวจีจี้ก็ปฏิเสธอีกเช่นเคย และล่าสุด ณ เวลานี้ซีซิล จ้าวได้ประกาศเพิ่มเงินค่าสินสอดขึ้นไปเป็น 180 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.4 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่าครั้งแรกถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

เผาแล้วครอบครัว “ถาวรสถิตย์” ถูกไฟคลอกรถเบนซ์ 5 ศพ

ครอบครัวถาวรสถิตย์ แม่และน้องอดีต ผวจ.ขอนแก่น ถูกไฟคลอกในรถเบนซ์ จัดพิธีเผาศพแล้ว ส่วนศพ นายกำธร จะย้ายจาก จ.ขอนแก่น มาสวดต่อศาลาเดียวกับที่สวดแม่และน้องๆ

กลุ่มญาติของ นางยวนใจ ถาวรสถิตย์ นายอมรฤทธิ์ ถาวรสถิตย์ และ นายพิทูร ถาวรสถิตย์ แม่และน้องชายของนายกำธร ถาวรสถิตย์ อดีต ผวจ.ขอนแก่น ที่ประสบอุบัติเหตุ รถเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น เอส.280 ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานครตกร่องกลางถนน 304 ฉะเชิงเทรา – พนมสารคาม บริเวณ กม.ที่ 101 ไฟลุกไหม้ตัวรถเสียหาย เสียชีวิต 5 ศพ หลังจาก เดินทางไปเยี่ยมนายกำธร ที่ป่วยโรคหัวใจรักษาตัว ไอซียู ที่ รพ.ขอนแก่น และหลังจากนั้นไม่กี่วัน นายกำธร ก็มาเสียชีวิตตามไปอีก 1 คน

โดยในวันนี้มีพระเทพรัตนมุนี ภาค 12 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ประธานฝ่ายสงฆ์ และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส นางธิดาพร ภรรยาของนายพิทูร เปิดเผยว่า วันนี้ญาติๆ ร่วมจัดพิธีเผาศพให้บุคคลทั้งสามเสร็จเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้จะนำอัฐิทั้งสามท่านไปลอยอังคารที่ สโมสรสัญญาบัตร ปากน้ำ สมุทรปราการ

หลังฌาปนกิจแล้ว พล.ต.อ.สุชาติ ได้มอบเงินที่เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนสวนกุหลาบฯ สมทบทุน บุตรนายพิทูร เป็นทุนการศึกษาด้วย

ส่วนศพ นายกำธร อดีต รอง ผวจ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งสวดอยู่ที่ จว.ขอนแก่น ถึงวันที่ 13 ม.ค. รุ่งขึ้นวันที่ 14 ม.ค. จะเคลื่อนศพพี่กำธร ลงมาตั้งสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 14-21 ม.ค.เวลา 19.00น ที่ศาลา 8 วัดธาตุทอง และจะพระราชทานเพลิง วันที่ 22 ม.ค.เวลา 17.00 น ที่ เมรุ วัดธาตุทอง

กรมชลประทาน ชี้ น้ำล้นเขื่อน แจ้งหนีน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่

ภาพน้ำที่ล้นออกจากเขื่อนคลองลอย และสันเขื่อนโป่งสามสิบ ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจบคีรีขันธ์ อาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มเติม แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดประกาศให้ประชาชนเตรียมรับมือหรืออพยพ ด้านกรมชลประทานผู้ดูแลเขื่อนออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบ ระบุไม่มีหน้าที่แจ้งเตือน

วันนี้ (10 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฎการณ์น้ำล้นท้ายเขื่อน ทำให้กรมชลประทานออกมาชี้แจ้งถึง 2 ครั้งว่า เป็นเพราะฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน จนทำให้น้ำในเขื่อนมีปริมาณมากเกินความจุของอ่างเก็บน้ำ ล่าสุด ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ยอมรับกับพีพีทีวี ว่า ถ้ามวลน้ำกัดเซาะทำนบดินหรือคันดินเป็นเวลานาน ก็มีความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เขื่อนแตกได้

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่น้ำล้นออกมาจากสันเขื่อนในอำเภอบางสะพาน ระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมถูกมองว่า ล่าช้าจนทำให้ประชาชนเดือดร้อน เรื่องนี้ นายเลิศชัย ศรีอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา บอกว่า การตั้งศูนย์ช่วยเหลือและอพยพ รวมถึงแจ้งเตือน เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรมชลประทานทำได้เพียงแจ้งสถานการณ์น้ำล่าสุดเท่านั้น ส่วนจะแจ้งเตือนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้นำในพื้นที่อำเภอบางสะพาน

ทั้งนี้ อุปสรรคในพื้นที่น้ำท่วมอำเภอบางสะพาน กรมชลประทาน ระบุว่า ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำขึ้น-น้ำลง ของทะเลด้วย หากอยู่ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง อาจจะทำให้การระบายน้ำล่าช้าลง แม้จะอยู่ใกล้ปากอ่าวทะเลเพียง 4 ถึง 5 กิโลเมตร ก็ตาม

ออกหมายจับตำรวจยศ พ.ต.อ. พร้อมพวก 6 คน คดีอุ้มฆ่าสาวหล่อ

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลักพาตัว น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี ออกจากห้องพักอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายใน ซ.เพชรเกษม 114 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2559  และผู้บงการน่าจะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้กำกับการ โรงพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ บช.ภ.7

อ่านข่าว : เตรียมออกหมายจับ ผกก. อุ้มฆ่าทอมหล่อ ปมแค้นติดพันสาวคนเดียวกัน

ล่าสุด (10 ม.ค.) พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในเบื้องต้นทั้งหมด 7 คน ด้วยกัน ประกอบด้วย พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี  ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  ถูกแจ้งข้อหาใช้จ้างวานให้ผู้อื่น ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย

ส่วนอีก 6 ราย ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ได้แก่ น.ส.กรรณิกร กรุมรัมย์ อายุ 38 ปี  ,นายชัยยุทธ์ เบญจชาติ อายุ 41 ปี นายภาณุเมศว์ มีลา อายุ 39 ปี , นายสามารถ แสงสิน อายุ 50 ปี , นายภูมิทัศน์ พิบูลย์สวัสดิ์ อายุ 24 ปี , นายนิวัฒน์ สวยทอง อายุ 32

ล่าสุดมีรายงานว่า ทีมสืบสวนกก.สส.ภาค 7 ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.อำนวย ไว้สอบสวนในเบื้องต้นแล้ว

ไร้เทียบทาน! “โด้” ผงาดซิวรางวัลแข้งยอดเยี่ยมฟีฟ่า

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สโมสรในลา ลีกา สเปน ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ ฟีฟ่า ประจำปี 2016 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ จากการประกาศรางวัล ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา

แข้งวัย 31 ปี สร้างผลงานได้อย่างสุดยอดในปีที่ผ่านมา โดยสามารถช่วยต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้เป็นสมัยที่ 11 เมื่อเดือนพฤษภาคม ขณะที่ในนามทีมชาติ ก็สามารถพา โปรตุเกส บ้านเกิดสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูโร 2016 เป็นสมัยแรก แถมยังมีสถิติทำประตูรวมทั้งการเล่นให้สโมสรและทีมชาติตลอดปี 2016 สูงถึง 59 ลูกอีกด้วย

“ว้าว! เหลือเชื่อมาก นี่มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่สำหรับรางวัลนี้มันคือครั้งแรก ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีมโค้ช และครอบครัว อย่างที่ผมเคยบอก ปี 2016 มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ มันเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์จริงๆ กับการพาทีมคว้าแชมป์ทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ”

“ผมต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่โหวตให้กับผมจนสามารถคว้ารางวัลนี้มาครอง ขอบคุณแฟนบอลที่ติดตามผลงานและให้กำลังใจเสมอมา และขอบคุณสื่อมวชนทุกสำนัก” ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ กล่าว

ส่วนอันดับที่ 2 ตกเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาของ บาร์เซโลน่า ขณะที่ อ็องตวน กรีซมันน์ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสของ แอตเลติโก มาดริด คว้าอันดับที่ 3

นศ.สาวสะดุ้ง! โรคจิตขึ้นรถประชิดตัว เปิดคลิปขอมีเซ็กซ์ด้วย

นักศึกษา ม.ดัง โร่ร้องสื่อ ถูกหนุ่มโรคจิตเปิดประตูรถขึ้นมานั่งด้วย เปิดคลิปโป๊-อ้อนให้ทำตาม ก่อนจะหนีมาได้ ตำรวจบอกยังไม่เกิดอะไร แจ้งความไม่ได้

(9 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตลาดพระเงิน ซ.วัดพระเงิน ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.แพรพลอย อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ระบุว่าได้ถูกชายโรคจิตเดินเข้ามาเปิดประตูรถ เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย ก่อนจะเปิดคลิปโป๊ในโทรศัพท์มือถือให้ดู จนต้องรีบวิ่งหนีลงจากรถไปขอความช่วยเหลือจากแม่ค้าละแวกนั้น

น.ส.แพรพลอย เล่าว่า หลังจากตนเลิกเล่นฟิตเนตที่ยิมหน้าปากซอยบ้าน ประมาณ 13.00 น. ก็ขับรถมาที่ตลาดพระเงิน ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุ เพื่อจะนำเงินมาฝากเข้าตู้ฝากเงินของธนาคารที่อยู่ในตลาด แต่ขณะที่จอดรถอยู่นั้นก็ได้มีชายอายุประมาณ 25-30 ปี เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ พยายามจะเข้ามาในรถ พร้อมกับพูดว่า “ขอเบอร์หน่อย”

จังหวะนั้นตนรู้สึกตกใจมาก ตนจึงบอกว่าไม่ให้และแจ้งว่ามีแฟนแล้ว พร้อมกับไล่ให้ชายดังกล่าวออกจากรถไป เมื่อชายคนดังกล่าวยอมออกจากรถ จึงรีบกดล็อคประตูรถทันที่ ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบวิ่งมาที่ประตูรถฝั่งคนขับที่ตนนั่งอยู่ พร้อมกับนำโทรศัพท์มือถือเปิดคลิปโป๊มาให้ดูและพูดว่า “มาทำด้วยกัน”

ตนเห็นถ้าไม่ปลอดภัยจึงอาศัยช่วงที่ชายดังกล่าวเผลอเปิดประตูรถรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากแม่ค้าร้านขายส้มตำที่เห็นเหตุการณ์ แต่ชายคนดังกล่าวกับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยืนจ้องมองมาที่ตนตลอดเวลา ก่อนจะเดินตามเข้ามาที่ร้านขายส้มตำ พร้อมกับพูดว่า “กลับบ้านกัน”

ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับถ่ายคลิปพฤติกรรมของชายดังกล่าวไว้ ซึ่งขณะที่รอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่นั้นชายดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์วนไปมาอยู่รอบตลาด กระทั่งผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจถึงเดินทางมาถึง ทั้งที่สถานีตำรวจก็อยู่ไม่ไกล ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่อยู่แล้ว

หลังจากนั้นตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวได้ เพราะชายดังกล่าวยังไม่ได้ทำอะไร ต้องรอให้เค้าทำอะไรเราก่อน ตนจึงรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะตลาดอยู่ใกล้ๆ บ้าน ตัองมาซื้อของบ่อย เกิดเรื่องแบบนี้ตำรวจก็ยังนิ่งนอใจ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไม่ถึงต้องรอให้เกิดเหตุขึ้นก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจะดำเนินดคีกับชายดังกล่าวได้

ทางด้าน แม่ค้าขายส้มตำที่เห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือ เล่าให้ฟังว่า ตนสังเกตเห็นผู้เสียหายตั้งแต่มาจอดรถที่ตลาดแล้ว เพราะน้องเขาเป็นคนหน้าตาดี แต่ขณะที่น้องเขาขึ้นรถไปนั้นก็เห็นชายดังกล่าวเดินตามไปเปิดประตูรถทำท่าจะขึ้นรถไปด้วย ก็ยังคิดในใจว่าทำไม่แฟนน้องเขาขี้เหล่จัง

แต่สักพักก็เห็นน้องผู้เสียหายวิ่งเข้ามาหาที่ร้านและบอกให้ตนช่วยว่ามีชายโรคจิตพยายามจะขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยมีชายคนดังกล่าวเดินตามมาที่ร้านตน จึงถามไปว่ารู้จักกับเขาหรือ ถึงได้เดินตามมาทำแบบนี้ ชายคนดังกล่าวจึงยกมือไหว้ตน พร้อมกับพูดว่า ขอโทษจะพาน้องเขากลับบ้าน

ซึ่งน้องผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยรู้จักตนจึงให้น้องเขาถ่ายคลิปชายคนดังกล่าวไว้และกันไม่ให้ชายดังกล่าวเข้ามาหาน้องผู้เสียหาย พร้อมกับพูดว่าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ชายดังกล่าวจึงได้เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อขับออกไปจากตลาด แต่ก็ยังขับวนเวียนอยู่รอบๆ ตลาดนานเกือบ 1 ชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง

ถูกนายทุนยึดทรัพย์ อย่างไร้มนุษยธรรม! ยายวัย 67 ชีวิตพลิกผัน จากอยู่คฤหาสน์ กลายเป็นคนไร้บ้าน

ยายวัย 67 ปี ร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ หลังถูกนายทุนยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินของมีค่าจนหมดสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องหนีมาอาศัยเพื่อนบ้าน และเร่ร่อนขออาศัยบ้านญาติพี่น้องไร้ที่พักพิง ด้านหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ ระบุการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีผู้เดือดร้อนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ชี้เป็นช่องที่นายทุนฉวยโอกาสเป็นสัญญาทาส

(9 ม.ค.) ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นางสาวอร่าม ดาวเรือง อายุ 67 ปี ได้นำเอกสารและหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ หลังถูกนายทุนยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท พร้อมกับขับให้ออกจากบ้านอย่างไร้เมตตาปราณี โดย นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายสนุน แจะหอม นิติกรปฏิบัติการฯ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ พร้อมทั้งพาไปดูสภาพบ้านที่ถูกยึดที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน 1 ปี

นางสาวอร่ามกล่าวว่า ได้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 2 บ้านหนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยมีบุตรสาวและลูกเขยซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เป็นผู้ก่อสร้างบ้านและเจ้าของบ้าน โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวเนื้อที่ 3 งาน 73 ตารางวา โดยบ้านมีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร มีสระน้ำ ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศ

โดยได้อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มานานกว่า 7 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์และนายทุน 10 กว่าคน นำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาจอดที่บ้าน โดยมีนายทุนคนหนึ่งเดินมาหาและบอกให้ออกจากบ้านวันนี้ และได้สั่งให้กลุ่มชายฉกรรจ์และกลุ่มผู้หญิงขนสิ่งของมีค่าออกจากบ้านให้หมด จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ได้เก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ออกไปไว้หน้าประตูบ้านและจัดการล๊อกบ้านไว้

เฉพาะทรัพย์สินมีค่าของตัวเองมีนาฬิกา 2 เรือน สร้อยและพระเลี่ยมทอง 1 องค์ และหวนทองคำขาวฝังเพชร 1 วง ทั้งนี้เมื่อสอบถามนายทุนทราบแต่เพียงว่า ลูกสาวได้เอาบ้านและที่ดินไปขายฝากไว้ และเมื่อครบกำหนดจึงได้เข้ามายึดตามสิทธิ

“ตอนนั้นรู้สึกกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไร คนแก่ธรรมดอยู่บ้านคนเดียวลูกสาวอยู่ต่างประเทศ และตอนนั้นลูกเขยซึ่งเป็นคนต่างชาติเพิ่งจะเสียชีวิตไป ติดต่อใครไม่ได้มีแต่เพื่อบ้านที่มาเก็บเสื้อผ้าข้าวของบางส่วน และให้ไปพักอาศัยอยู่ด้วย

“ภายหลังจึงทราบมาว่าลูกสาวนำบ้านไปขายฝากไว้กับนายทุนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี โดยนางสาวธัญญาพร ดรายเยอร์ ซึ่งเป็นลูกสาวเป็นคนทำสัญญาขายฝากที่ดินด้วยตนเอง จำนวนเงินขายฝากที่ 4,500,000 บาท เท่าที่ทราบลูกสาวได้พูดคุยกับนายทุนมาตลอด ตกลงเป็นที่เรียบร้อย

“แต่ไม่ทราบความเป็นมาว่าเหตุใดจึงมาไล่ตนเองออกจากบ้าน โดยทรัพย์ของมีค่าหลายสิบรายการก็ถูกขนและยึดไปหมดไม่เหลืออะไร เครื่องใช้บางชิ้นมีราคาแพงหลักแสนยังไม่ได้คืนสักชิ้น มีการติดต่อขอเจรจาแต่ไม่ไม่เป็นผลสำเร็จ

“ทรัพย์สินที่ยึดไปมูลค่าราวๆ 5 ล้านบาท อยากได้รับการชดใช้คืน เพราะคิดว่าทรัพย์สินเหล่านั้นนายทุนไม่มีสิทธิยึดไป ทุกวันนี้ต้องอาศัยเพื่อนบ้านบางครั้งก็ไปขออาศัยอยู่บ้านลูกหลานแทน เพราะตอนนี้ลูกสาวก็กำลังเดือดร้อนเช่นกัน

“หลังสูญลูกเขยที่เป็นชาวต่างชาติไป ทั้งครอบครัวก็ไร้ที่พึ่งพิง ก่อนหน้านี้ได้พยายามร้องขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับที่ปรึกษากฎหมายซึ่งเป็นทนายความคนหนึ่ง แต่เรื่องก็หายเงียบไปเป็นปี จึงไร้ที่พึ่ง สุดท้ายมีคนแนะนำให้มาที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ เนื่องจากตอนนี้นอกจากจะไม่มีบ้านที่อาศัยแล้ว อายุที่มากก็ไม่สามารถทำงานหาเงินได้ ต้องมาลำบากตอนแก่เฒ่า มองดูบ้านที่เคยอยู่อาศัยทีไรก็ร้องไห้ทุกที” นางสาวอร่าม กล่าว

ด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการขายฝากที่ดิน ถือเป็นปัญหาอันดับ 1 ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด โดยที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้ขายฝากที่ดินไว้กับนายทุนในราคาต่ำกว่าต้นทุนการประเมิน และถูกยึดที่ทั้งๆ ด้วยการฉวยโอกาสใช้เทคนิคต่างๆ ยึดเอาทรัพย์สินไปอย่างไม่เป็นธรรม เป็นสัญญาทาสที่ทำให้คนสิ้นเนื้อประดาตัวมามาก ทั้งนี้การขายฝากที่ดินเป็นเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น

“สำหรับกรณีของนางสาวอร่าม ทางศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ และจำดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 15-30 วัน ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เเละจะมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผู้เดือดร้อนทันทีที่มีความคืบหน้า รวมถึงขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ย ที่จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานร่วมกัน” นายไชยากล่าว

ญาติสงสัยติดคุกคืนเดียวดับ หวั่นถูกซ้อม

น้องสาวติดใจ พี่ชายเข้าคุกคืนเดียวดับ แพทย์ลงความเห็นน้ำตาลในเลือดต่ำ ขณะร่างกายฟกช้ำ ขอชันสูตรใหม่หวั่นถูกซ้อม

นางสาวสุดารัตน์ แซ่ลิ้ม ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณี นายนพดล แซ่ลิ้ม พี่ชาย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีประมาท ขับรถชนและตรวจพบมีสารเสพติดในร่างกาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบ้านมาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร ดำเนินคดี ก่อนส่งตัวไปฝากขังยังเรือนจำชุมพร เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยญาติอ้างว่านายนพดลถูกคุมขัง เพียง 1 คืน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ผลชันสูตรของทางโรงพยาบาลชุมพร ลงความเห็นการเสียชีวิตว่า น้ำตาลในเลือดต่ำ แต่เนื่องจากสภาพร่างกายของผู้เสียชีวิต มีร่องรอยการถูกทำร้ายหลายแห่ง ทำให้ญาติติดใจการเสียชีวิต

นางสาวสุดารัตน์ ให้ข้อมูลว่า หลังได้รับแจ้งจากทางเรือนจำ ว่า นายนพดล เสียชีวิต เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ทางแพทย์ผู้เกี่ยวข้องของโรงพยาบาลชุมพร ได้สอบถามไปยังครอบครัว ว่าต้องการให้มีการผ่าพิสูจน์หรือไม่ แต่ทางมารดาของ นายนพดล ปฏิเสธ ก่อนที่บิดาจะเห็นสภาพศพและเกิดความสงสัยต่อการเสียชีวิตของบุตรชาย จึงต้องการให้มีการ พิสูจน์ศพอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการชันสูตรการเสียชีวิตของ นายนพดล

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเสียชีวิตของ นายนพดล ครั้งนี้ ยังมีข้อสงสัยและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องเรียนสื่อมวลชนมาในครั้งนี้ด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อสงสัยการเสียชีวิตดังกล่าวกระจ่างและได้รับความเป็นธรรม

เก๋งพุ่งอัดเสาไฟรังสิตตาย2เจ็บ1กทม.ฝนตกรถชนหลายจุด

รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟรังสิตนครนายก เสียชีวิต2ราย เจ็บ 1ราย ขณะฝนตกถนนลื่น อุบัติเหตุหลายจุด พหลโยธินแท็กซี่ประสานงารถตู้เจ็บ 1 แยกแม้นศรี รถชนกัน 4 คัน จราจรชะลอตัว

เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋ง เสียหลักชนเสาไฟฟ้า ถ.รังสิตนครนายก ช่วงแยกตัดถนนพหลโยธิน บริเวณปาก ซ.รังสิตนครนายก17 โดย พ.ต.ท.ยุทธภูมิ โพธิ์อุดม สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า รถเก๋งดังกล่าวมีผู้โดยสารมาด้วยกัน 3 คนรวมคนขับเป็นชายทั้งหมด คาดว่าอยู่ระหว่างเดินทางบ้านที่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้เสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างแรง ด้านหน้ารถพังเสียหาย คนติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวทั้งหมดออกมา พบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย แพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพ ก่อนส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต ส่วนผู้บาดเจ็บที่ช่วยเหลือออกมาได้ นำส่งโรงพยาบาลปทุมเวช ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตแล้ว อยู่ระหว่างสอบถามข้อมูลที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

ขณะที่ เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครเช้านี้ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุหลายจุดเนื่องจากสภาพถนนลื่น โดยถนนพหลโยธิน ซอย 2 บนสะพานที่จะข้ามไปถนนวิภาวดี รถแท็กซี่ประสานงากับรถตู้ ขวางช่องทางซ้าย ผู้ขับรถตู้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าอก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือ

ส่วน ถ.ราชพฤกษ์ เกิดอุบัติเหตุ 3 จุด คือบริเวณ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 35 รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟข้างทางช่องทางซ้าย และช่วงแยกตัด ถ.รัตนาธิเบศร์ รถบรรทุก 6 ล้อ เสียหลักพลิกตะแคง ขวางช่องทางกลาง ทำให้การจราจรชะลอตัว  นอกจากนี้เลยต่างระดับรัตนาธิเบศร์ ประมาณ 100 ม. บริเวณแยกบางกรวยไทรน้อย รถเก๋งเสียหลักชนป้ายทางเข้าหมู่บ้านและรถค้างอยู่บนป้าย สูง 5 เมตร เร่งช่วยเหลือนำผู้ขับลงจากรถ

ขณะที่ ถ.บำรุงเมือง ช่วงแยกแม้นศรี แยกสวนมะลิ รถชนกัน 4 คัน ขวาง 2 ช่องทางซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้าเช่นกัน และถ.เพชรบุรี ช่วงแยกซอยศูนย์วิจัย หน้าทางเข้าRCA รถปิคอัพเสียหลักพลิกหงายท้อง ขวางช่องทางขวาไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

โดนกันถ้วนหน้า! “เอเอฟซี” ปรับอิเหนา 2.4 ล้าน-แบน “เลสตาลูฮู” 3 เกม, โค้ชเมียนมาโดนด้วย

รองแชมป์อาเซียน 2016 โดนโทษหนัก หลังโดนสั่งปรับเงินกว่า 2.4 ล้าน จากการจุดพลุสองครั้ง ขณะที่แนวรับของทีมโดนแบนสามเกมและโค้ชของเมียนมา โดนไป 2 เกม

คณะกรรมการวินัยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย แจ้งบทลงโทษทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 โดยสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย โดนหนักสุด จากการจุดพลุแฟลร์สองครั้ง รวมค่าปรับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 2.4 ล้านบาท

แฟนบอลอินโดนีเซีย จุดพลุแฟลร์ขึ้นสองครั้งในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่โบกอร์ ที่ชนะเวียดนาม 2-1 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยครั้งแรกโดนปรับ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจุดขึ้นอีกเป็นครั้งในเกมนัดชิงชนะเลิศนัดแรกที่ชนะไทย 2-1 ในวันที่ 14 ธันวาคม โดนอีก 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ

โดยสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย จะต้องจ่ายค่าปรับภายใน 30 วันหลังจากที่บทลงโทษออกมา และหากมีการกระทำผิดซ้ำเดิมอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จะถูกลงโทษหนักกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน อับดุล เลสตาลูฮู กองหลังของอินโดนีเซีย ก็โดนลงโทษเช่นกัน จากการโดนใบแดงในนัดชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่แพ้ไทย 0-2 หลังไปเตะบอลใส่ผู้เล่นสำรอง โดยจะโดนแบนจากการแข่งขันฟุตบอลที่จัดขึ้นโดยเอเอฟซี ทั้งหมด 3 นัด พร้อมปรับเงินอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท

เช่นเดียวกับ แกร์ด ซีเซ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเมียนมา ที่โดนแบนสองนัดจากการไปโวยวายและใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับผู้ตัดสินที่สี่ ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สองที่บุกมาแพ้ไทย 0-4 จนโดนเชิญขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ จะโดนแบนทั้งหมดสองนัด และปรับเงินอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท

ส่วน เจิ่น เหงียน มันห์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเวียดนามก็โดนแบนสามนัดจากการไปเล่นนอกเกมใส่ บายู ปราดานา ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สองที่อินโดนีเซีย บุกมาเสมอ เวียดนาม 2-2 ในวันที่ 7 ธันวาคม พร้อมกับโดนปรับเงินอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท

โดยก่อนหน้านี้ทาง สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม ก็โดนปรับเงินจากการขว้างหินใส่รถบัส จำนวน 38,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1.4 ล้านบาท เช่นเดียวกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่โดนปรับเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านบาท จากการจุดพลุแฟลร์ภายในสนามแข่งขัน