c12

โภชนาการสารอาหาร

โภชนาการพิเศษ

 การให้อาหารแมวให้เหมาะสมกับอายุ, ขนาด, รูปแบบการใช้ชีวิต, ความต้องการพิเศษและสายพันธุ์ จะช่วยให้แมวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพียงให้อาหารที่มีโภชนาการสมดุลพิเศษ ซึ่งมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนสำหรับแมวสุขภาพดี

โภชนาการตามช่วงอายุ

 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แมวที่มีอายุมากกว่า 6 ปีมีสัดส่วนที่สูงขึ้นถึง 2 เท่า ทั้งนี้เป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้าของความรู้ด้านโภชนาการและการแพทย์
แมวส่วนใหญ่มักจะแสดงสัญญาณความสูงวัยเมื่ออายุประมาณ 7 ถึง 10 ปี หรือมากกว่า 12 ปี ความสูงวัย มักหมายถึง ความร่าเริงลดลง เดินลำบากขึ้น และมีความอยากอาหารลดลง นอกจากนี้แมวสูงวัย มักมีโอกาสป่วยด้วยโรคที่หลากหลาย เช่น โรคหัวใจ, หายใจลำบาก, ติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง, โรคไต, เนื้องอก, โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ และโรคเบาหวาน นอกจากนี้โรคอ้วนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมาด้วย เช่น โรคเบาหวาน และโรคผิวหนัง อย่างไรก็ตามแมวสูงวัย มักมีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้
ดังนั้นการปรับอาหารเป็นอาหารสำหรับแมวสูงวัยตั้งแต่น้องเหมียวอายุ 10 ปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าสัญญาณความความสูงวัยจากภายนอกยังไม่สามารถสังเกตได้ แต่การเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญในร่างกายต้องการอาหารที่มีโภชนาการเหมาะกับช่วงสูงวัย นอกจากนี้แมวสูงวัยควรได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ เพื่ออาการเจ็บป่วยจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยแนะนำว่าแมวสูงวัยควรตรวจสุขภาพประจำปี และเมื่อแมวอายุมากกว่า 12 ปีควรมีการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน

สารอาหารหลักที่แมวต้องการ

โปรตีน

มีอยู่ในเนื้อสัตว์ เนื้อปลาและถั่วต่าง ๆ แมวนำประโยชน์ของโปรตีนแต่ละชนิดไปใช้ได้มากน้อยต่างกัน โปรตีนมีความสำคัญต่อแมวเกี่ยวกับการเจริญเติบโต การสร้างแอนติบอดีสำหรับป้องกันเชื้อโรค ซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้ขนงอก ตลอดจนสร้างเอนไซน์ต่าง ๆ เป็นต้น ลูกแมวที่กำลังเติบโตต้องการโปรตีนไม่น้อยกว่า 30 % ถ้าแมวได้รับอาหารที่มีโปรตีนต่ำกว่า 18 % จะเบี่ออาหาร

คาร์โบไฮเดรต

แมวต้องการคาร์โบไฮเดรตซึ่งมีอยู่ในน้ำตาล แป้งและข้าวต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการเจริญเติบโต การผลิตน้ำนมและการทำงาน ความต้องการพลังงานของแมวขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแมว เช่น แมวที่เคลื่อนไหว ทำงานวิ่งเล่น ย่อมต้องการพลังงานมากกว่าแมวที่นอนอยู่เฉยๆ

ไขมัน

แมวต้องการไขมันสำหรับพลังงานหรือแคลอรีประมาณ 8 % ไขมันให้พลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรต 2 เท่าและไขมันยังมีกรดไขมันซึ่งมีความสำคัญต่อโภชนาการและการเจริญตามปกติของแมว แมวขาดกรดไขมันจะทำให้ผิวหนังแห้งและเจริญเติบโตช้า ถ้ามีไม่เพียงพอก่อให้เกิดอาการของโรคขึ้น นอกจากนี้ไขมันยังให้พลังงานเพื่อการเจริญเติบโตตลอดจนการต่อสู้ต่อความเครียด ความหนาว และถ้าขาดมากเกินไปอาจจะทำให้ตายได้

วิตามิน

วิตามิน หมายถึง สารจำนวนน้อยที่สำคัญต่อชีวิต ดังนั้นการให้วิตามินมากเกินไปจึงไม่จำเป็นและมีโทษด้วยวิตามินมีอยู่หลายชนิด ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ อาหารแต่ละอย่างจะให้วิตามินแต่ละชนิดมากน้อยต่างกัน เช่น

วิตามินเอ ช่วยในการต้านทานโรค มีในเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง น้ำมันตับปลา

วิตามินบี ควบคุมความสมบูรณ์ ให้กับผิวหนัง ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ป้องกันโรคทางประสาท มีในไข่แดง นม ตับ

วิตามินซี ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังและขน แก้โรคลักปิดลักเปิด มีในพืชผักผลไม้

วิตามินดี ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและกระดูก มีในน้ำมันตับปลา วิตามินดีที่มีมากและเพียงพอจะช่วยทำให้ธาตุแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสที่ไม่ได้อัตราส่วนนั้นถูกนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น

วิตามินอี มีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์และการผลิตน้ำนม ดังนั้นจึงควรให้วิตามินเหล่านี้แก่แมว โดยเฉพาะลูกแมว

แร่ธาตุ

มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ช่วยในการสร้างกระดูก ฟัน และเลือด ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ อาหารแต่ละอย่างก็ให้แร่ธาตุแต่ละชนิดมากน้อยต่างกัน แร่ธาตุที่สำคัญ คือ แคลเซียมและฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่ช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรง ถ้าขาดไปจะทำให้แมวเป็นโรคกระดูกอ่อนโค้งงอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *