C a t

Felis catus

Month: มกราคม 2018

การดูแลสุขอนามัยของแมว

แมวเป็นสัตว์รักอิสระ อีกทั้งมีนิสัยซุกซน จึงสามารถรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงที่เอาใจใส่ในเรื่องสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นกับตัวแมวและสมาชิกในบ้านได้ โรคต่างๆ ของแมวนั้นทำให้แมวมีปัญหาสุขภาพ ได้รับความเจ็บปวด และมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย หากเราหันมาดูแลตอนที่แมวป่วยเป็นโรคแล้ว นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากยังอาจจะสายเกินแก้ทำให้แมวเสียชีวิตในที่สุดได้

การดูแลเรื่องสุขอนามัยของแมว
การดูแลสุขอนามัยของแมว

  • หู อาการที่แมวเป็นบ่อยคือหูเป็นน้ำหนอง มีกลิ่นเหม็น ทำให้แมวเป็นโรคหูหนวกได้ การดูแลใบหูแมวนั้นทำได้โดย ใช้สำสีชุบน้ำยาเช็ดหู บริเวณภายนอกเท่านั้น
  • ตา อาการที่เป็นบ่อยคือ มีขี้ตา ตาแดง มีน้ำตาคลอ หรือไหล ดังนั้น การเช็ดรอบดวงตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาดจึงควรทำทุกวัน
  • เส้นขน แมวนั้นเป็นสัตว์ที่ชอบเลียขนตัวเอง ซึ่งมักจะมีขนแมวหลุดเข้าสู่ร่างกายและตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือได้รับเชื้อโรคได้ จึงควรใช้หวีแปรงขนไปตามเส้นแนวขนทุกวัน เพื่อลดการตกค้างของขนที่หลุดร่วง และป้องกันการเกิดรังแค การแปรงขนบ่อยๆ ยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้เส้นขนมีความเงางาม
  • เล็บ แมวบ้านนั้นควรมีการฝนเล็บหรือตัดเล็บโดยคนที่คุ้นเคย เพื่อป้องกันการขูดข่วนข้าวของในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกแมวข่วนขณะเล่นกัน ทั้งนี้มีข้อควรระวังคือ ห้ามตัดโดยเล็บส่วนที่เป็นเนื้อสีชมพู เพราะจะทำให้แมวเจ็บปวดและไม่ให้ความร่วมมือในการตัดเล็บอีก
  • ฟันและสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันการเกิดหินปูนเกาะฟัน การให้อาหารเม็ดกับแมวและมีชามใส่น้ำให้แมวดื่มกินอย่างเพียงพอสามารถช่วยได้ หลังแมวกินอาหารเสร็จ สามารถใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดด้านในกระพุ้งแก้มและรอบๆ ปากเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  • ความสะอาดของอุปกรณ์ ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายไม่ควรวางกระบะทรายกับชามอาหารและน้ำดื่ม ไว้ติดกันเกินไป
  • ที่นอน ต้องอยู่ในที่แห้ง ไม่อับชื้นเพราะเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อรา
  • ตรวจสุขภาพ ทำตารางการฉีดวัคซีนต่างๆ ตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
  • การดูแลเรื่องสุขอนามัยของแมว
    ทั้งนี้นอกจากการดูแลปกติแล้วเจ้าของเองควรหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติของพฤติกรรมของแมวว่าเปลี่ยนไปหรือไม่ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคต่าง ๆได้ การดูแลแมวนั้นไม่ได้มีวิธีการที่สลับซับซ้อน หรือยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้เลี้ยงนั้นหมั่นเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ก็จะได้แมวที่สุขภาพดี นิสัยน่ารัก คลอเคลียเจ้าของ ไม่ส่งเสียงรบกวนตัวเราและเพื่อนบ้าน ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    การเลี้ยงแมว ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักอิสระเลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก และบางครั้งยังปล่อยให้หากินเองได้ด้วยหากคนเลี้ยงไม่อยู่บ้านหรือมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยแมวไว้โดยไม่มีเจ้าของอยู่ดูแล แต่การเลี้ยงดูให้แมวมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ผู้เลี้ยงจะต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวบ้างพอสมควร เพื่อเป็นการเตรียมตัวหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเลี้ยงแมว

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    การเลี้ยงแมวไม่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจและมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงรวมถึงการดูแลสุขภาพ เรียนรู้อุปนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของแมว ซึ่งลักษณะนิสัยของแมวแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่นแมวบ้านทั่วไปผสมพันธุ์กับแมวป่าหรือแมวจรจัดที่ต้องหากินเองโดยไม่มีคนเลี้ยงดู มักจะมีนิสัยหวาดระแวงและไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เคลื่อนไหวรวดเร็วปราดเปรียว สำหรับการเลี้ยงดูต้องเริ่มจากเรื่องต่างๆ ดังนี้

    1. เรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว
    การเรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว เช่น ลักษณะที่ดีและลักษณะนิสัยที่ควรปรับหรือฝึก ตัวอย่างเช่นการนำแมวไทยมาเลี้ยงไว้ในบ้าน เพื่อช่วยจับหนูที่เข้ามากัดทำลายข้าวของ แมวประเภทอาจผสมพันธุ์กับแมวป่าหรือแมวจรจัดที่ไม่มีคนเลี้ยง ลูกแมวที่ออกมาส่วนใหญ่จะมีนิสัยหวาดระแวงไม่เข้าใกล้คนแม้แต่ผู้เลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย มักจะขู่ฟู่ๆหรือทำขนพองใส่ทุกครั้งที่เข้าใกล้ มักขับถ่ายไม่เป็นระบบ ดื้อและซนอาจเล่นสิ่งของให้เกิดความเสียหาย การเรียนรู้ลักษณะนิสัยทำให้ผู้เลี้ยงสามารถฝึกหรือเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับพฤติกรรมของลูกแมวได้

    2. เรียนรู้อาการเจ็บป่วยของแมว
    แมวที่เจ็บป่วยหากอาการที่เป็นอยู่ไม่มาก ผู้เลี้ยงอาจไม่รู้หรือไม่มีข้อสังเกต การเรียนรู้อาการเจ็บป่วยได้ดีที่สุดควรดูที่พฤติกรรมของแมว สังเกตว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น กินอาหารน้อยลงหรือไม่สนใจที่จะกินอาหาร ผู้เลี้ยงต้องติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด การขับถ่ายของแมวก็เป็นสิ่งบอกเหตุถึงอาการเจ็บป่วยได้ เพราะแมวที่ไม่ขับถ่ายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้หรือกระเพาะอาหาร

    3. เรียนรู้การดูแลสุขภาพแมว
    แมวต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามตาราง เช่น แมวอายุ 8 สัปดาห์ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคหวัดติดต่อและโรคหลอดลมอักเสบ แมวอายุ 9 สัปดาห์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย แมวอายุ 11-12 สัปดาห์ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แมวอายุ 12 สัปดาห์ต้องได้รับวัคซีนต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคหวัดติดต่อและโรคหลอดลมอักเสบซ้ำ รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียซ้ำ แมวอายุ 1 ปี ต้องได้รับวัคซีนรวมป้องกันทุกโรค

    การมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวทั้ง 3 เรื่องก็สามารถดูแลสุขภาพของแมวสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้แล้ว

    การดูแลและการฝึก ลูกแมว

    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    การเตรียมตัวเพื่อต้อนรับลูกแมวตัวใหม่ ถือเป็นช่วงที่สำคัญ เนื่องจากจะต้องมีการปรับตัวของทั้งผู้เลี้ยงและลูกแมวตัวใหม่ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด
    หลังจากที่คุณได้รอคอยมาเป็นเวลาอันยาวนาน ในที่สุด ก็ถึงเวลาต้อนรับสมาชิกใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งครอบครัวของคุณ… คุณเป็นกังวลหรือไม่ ว่าลูกแมวตัวใหม่จะสามารถปรับตัวได้หรือไม่… เรามีข้อแนะนำในการ ช่วยให้ลูกแมวสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดีและรู้สึกเหมือนเป็น บ้านของลูกแมวเองได้อย่างรวดเร็ว
    สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ลูกแมวของคุณ เพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่ลูกแมว คุ้นเคย ทั้งการถูกแยกจากแม่แมว ถูกแยกจากพี่น้องในครอกเดียวกัน รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด โดยสิ้นเชิง ดังนั้น เมื่อคุณรับลูกแมวมาในระยะ แรกนั้น คุณควรปฏิบัติต่อลูกแมวอย่างอ่อนโยน ให้ลูกแมวอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ เพื่อไม่ให้ลูกแมวต้องอยู่ในสภาวะตื่นกลัว ให้ลูกแมวได้อยู่ในห้อง หรือบริเวณที่เงียบสงบ และอาจปล่อยให้ลูกแมวสามารถ เดินสำรวจรอบๆบริเวณของบ้านใหม่ได้ ในวันต่อๆไปเจ้าของคือผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของลูกแมวควรเก็บและพันสายไฟให้อยู่ในที่ที่พ้นจากลูกสุนัข สารเคมีต่างๆที่เป็นอันตรายควรเก็บให้มิดชิด และควรตรวจดูบริเวณที่เป็นรั้วแหลมคมหรือร่องที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

    การพบสัตวแพทย์
    การพบกับสัตวแพทย์ครั้งแรกของลูกแมว
    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    การพาลูกแมวของคุณไปตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์ หลังจากที่คุณรับลูกแมวมาเลี้ยงใหม่เพื่อที่จะสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกาย ลูกแมวตัวใหม่ของคุณว่ามีสุขภาพดีหรือไม่ และวางแผนเพื่อทำวัคซีน หรือการรักษา รวมทั้งให้สัตวแพทย์ให้คำแนะนำต่างๆ ในการนำลูกแมวตัวใหม่มาเลี้ยง เราจึงมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่คุณอาจได้พบเมื่อคุณพาลูกแมวไปพบสัตวแพทย์ครั้งแรก มาแนะนำ…
    เมื่อคุณรับลูกแมวตัวใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกของครอบครัวคุณแล้ว ก็คงจะเป็นการดีหากคุณจะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี ไว้กับสัตวแพทย์ที่ทำการรักษาลูกแมวของคุณ ลูกแมวของคุณควรที่จะไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำในขณะที่ลูกแมวกำลังเจริญเติบโต เพื่อรับการตรวจสุขภาพั่วไปว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่ และควรให้ลูกแมวรู้สึกคุ้นชินกับการไปพบกับสัตวแพทย์
    คุณควรที่จะพาลูกแมวของคุณไปพบกับสัตว์แพทย์ เพื่อทำการตรวจร่างกายครั้งแรกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่สัตวแพทย์จะได้ช่วยรักษา หรือแก้ไขปัญหาให้ได้ทันท่วงที หากมีปัญหาเกิดขึ้น โดยหากคุณทำการนัดวัน และเวลา ในการนำลูกแมวเข้าไปทำการตรวจร่างกายครั้งแรก กับทางสัตวแพทย์ได้ จะเป็นการดี หากเป็นไปได้ ควรมีเลขหมายที่สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดฝันขึ้น

    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    ปัจจัยพื้นฐานที่ลูกแมวต้องการ
    • ลูกแมวต้องการ การนอนหลับพักผ่อนที่มากกว่าแมวโต และควรปราศจากการรบกวน บริเวณพักผ่อนเป็นบริเวณที่ว่างที่ใกล้แหล่งของแสง เช่น ช่องลมหรือหน้าต่างที่มีแสงอาทิตย์ส่องถึง เนื่องจากแมวชอบนอนในบริเวณที่มีแสงส่องถึงแต่ควรเป็นบริเวณที่ใกล้เจ้าของ แต่การเลี้ยงไว้ภายในห้องนอนเจ้าของไม่ใช่คำตอบที่ดี
    • บริเวณที่ให้อาหารควรห่างไกลจากกระบะทรายแมว หลีกเลี่ยงบริเวณกินอาหารของเจ้าของเนื่องจากแมวจะสับสนระหว่างชามอาหารของตัวเองและจานอาหารของเจ้าของ
    บริเวณสำหรับเล่นแมวจะใช้พื้นที่มากที่สุด ซึ่งจะต้องมีบริเวณสำหรับเล่น วิ่งและปีนขึ้นที่สูง
    บริเวณขับถ่ายควรเป็นบริเวณที่เข้าออกง่าย และห่างจากบริเวณชามน้ำ ชามอาหารและบริเวณที่ใช้สำหรับพักผ่อน

    แมวขาวมณี

    แมวขาวมณี (Khao Manee)
    แมวขาวมณี
    แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอด เป็นสายพันธุ์ที่พบเห็นได้มากสุดในปัจจุบัน เป็นแมวไทยโบราณที่ไม่ได้มีบันทึกไว้ในสมุดข่อย จึงเชื่อว่าเป็นแมวที่เพิ่งกำเนิดในต้นยุครัตนโกสินทร์นี่เอง นิยมเลี้ยงไว้ในราชสำนักครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 แมวชนิดนี้เป็นที่โปรดปราณมาก ในต่างประเทศนิยมเลี้ยงกันเป็นคู่เพื่อให้ผลัดกันทำความสะอาดขน เป็นแมวที่ค่อนข้างเชื่อง เหมาะสำหรับการเลี้ยงเป็นเพื่อนได้เป็นอย่างดี

    แมวขาวมณี
    ลักษณะเด่นของขาวมณีคือสีขนและผิวกายขาวสะอาด ขนสั้น นุ่ม รูปร่างลำตัวยาวขาเรียว ทรงเพียวลม ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป หัวไม่กลมโต แต่เป็นทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวใจ หน้าผากแบนใหญ่ หูขนาดใหญ่และตั้งตรงจมูกสั้น ดวงตาจะรีเล็กน้อยนัยน์ตาเป็นสีฟ้าหรือเหลืองอำพันสีใดสีหนึ่งเมื่อนำแมวขาวมณีตาสีฟ้า ผสมกับแมวขางมณีตาสี อำพัน ลูกที่ออกมาจะมีตาสองสี คือ สีฟ้าข้างหนึ่งและสีเหลืองอำพันข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมโดยยีนด้อยในแมวขาวมณีแทบทุกตัวจะมีจุดด้อย เช่น ถ้ามีตาสองสีมักมีตาข้างหนึ่งที่ไม่ดี อาจมองเห็นไม่ชัดหรือมองไม่เห็นเลย ถ้าแมวตาสีฟ้ามักจะหูพิการ หรือไม่ได้ยินเสียงมากนัก และแมวตาสีเหลืองอำพันมักมีต่อมขนที่ไม่ดี
    จุดด้อย แมวขาวมณีคือความไม่ขาวปลอด มีสีใดสีหนึ่งแซมเข้ามา รวมถึงตาสองข้างเป็นคนละสีกัน (Odd eyes) หรือเป็นสีอื่นสีใดที่ไม่ใช่สีฟ้าหรือเหลืองอำพัน ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ (อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศนั้นกลับนิยมแมวขาวมณีที่มีตาคนละสีมากกว่าตาสีเดียว) เช่นเดียวกับขนที่ยาวมากเกินขนาด หางคด หางขอด หางงอและ หางสั้น
    แมวขาวมณี ได้เข้าสู่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1999 โดยเจเน็ท โฮลเซ่น หญิงชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้มีตาสองสีและมีผมสีอ่อน เพื่อเป็นของขวัญแก่ลูกสาวบุญธรรมชาวไทย ที่ก็เป็นผู้พิการทางหู ปัจจุบันก็มีผู้เพาะพันธุ์รายนี้เพียงรายเดียวเท่านั้นในสหรัฐอเมริกา

    แมวขาวมณี
    ลักษณะสีขน ขนสั้นแน่นและอ่อนนุ่ม สีขาวไม่มีสีอื่นปน สีผิวหนังเป็นสีขาวปลอดทั้งตัว
    ลักษณะของส่วนหัว รูปร่างไม่กลม หรือแหลมเกินไป แต่คล้ายรูปหัวใจ ผน้าผากใหญ่และแบน จมูกสั้น หูตั้งใหญ่
    ลักษณะของนัยน์ตา นัยน์ตาสีฟ้า หรือสีเหลืองอำพัน
    ลักษณะของหาง หางยาว ปลายหางแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขาวยาวเรียวได้สัดส่วนกับลำ

    แมวสก็อตทิช โฟลด์

    แมวสก็อตทิช โฟลด์ (Scottish Fold)
    แมวสก็อตทิช โฟลด์

    แมวสายพันธุ์ Scottish Fold มีถิ่นกำเนิดในประเทศสก๊อตแลนด์ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1961 มีชื่อว่า Susie มีลักษณะเป็นแมวสีขาวที่มีหูพับไปด้านหน้าและด้านหลังได้ ใบหน้ามีลักษณะคล้ายนกฮูก หรือนาก ผู้ที่สังเกตุเห็นคนแรกคือ William Ross มีอาชีพเป็นคนเป็นคนเลี้ยงแกะ William และภรรยาเป็นคนที่รักแมว และทั้งคู่ต่างก็สนใจ Susie อย่างมาก เมื่อ Susie ออกลูก เป็นลูกแมวหูพับ 2 ตัว ครอบครัวของเขาจึงขอลูกแมวตัวเมียมาเลี้ยงตัวหนึ่ง และตั้งชื่อว่า Snooks ลูกของ Susie เป็นสายพันธุ์ที่มาจาก British Shorthair และนี่ก็เป็นต้นกำเนิดของสายพันธุ์ Scottish Fold

    สำหรับ Susie ต้นกำเนิดของ แมวพันธุ์ Scottish Fold หูมีลักษณะการพับแบบหลวม ๆ ปลายหูพับลงมาด้านหน้าประมาณครึ่งหนึ่ง รูปแบบนี้ เรียกว่า single fold และในปัจจุบันยังมีหูพับแบบ triple fold ด้วย

    แมวสก็อตทิช โฟลด์
    ลักษณะแมวสก็อตทิช โฟลด์
    แมวสก็อตทิช โฟลด์ (Scottish Fold) เป็นแมวขนาดกลาง ศีรษะกลม มีทั้งหูพับและหูตั้ง มีทั้งขนสั้นและขนยาว เพศผู้จะลักษณะของหัวะกลม และโตกว่าหัวของตัวเมีย มีลักษณะตัวกลม หัวกลม มีช่วงคอสั้น ดวงตากลมใหญ่ มีช่องกว้าง และแสดงออกถึงความสดใส ความหวาน หูพับขนาดเล็กที่มีมุมพับกว้าง ปลายหูส่วนใหญ่จะกลม หูของลูกแมวจะเริ่มพับในช่วง 2-3 อาทิตย์แรก มีคางที่กลมมน จมูกสั้นโค้ง กว้าง เพื่อรับกับดวงตา บางครั้งปากจะโค้งรับกับคางที่โค้งทำให้ได้ฉายาว่า smiling cat หรือ แมวยิ้ม

    ขน – สีขน : Scottish Fold มีลักษณะขน 2 แบบ คือ แบบ Shorthair และ Longhair พวก Longhaired Scottish Fold มีขนยาวขนาดกลาง ในตัวผู้มีขนหางเป็นพวงใหญ่ที่สวยงาม สีของสายพันธุ์นี้ สามารถพบได้หลายสี โดยเฉพาะสีน้ำตาล และสีขาว เป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สีของขนนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และอาจจะเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์จึงทำให้ขนของมันมีสีที่หลากหลาย
    ตา : ตามีลักษณะโต กลม กว้าง ส่วนมากเป็นสีเหลืองอำพัน และอาจะมีสีอื่นๆ อีก
    หู : เป็นลักษณะที่ทำให้มีความแตกต่างไปจากแมวชนิดอื่นๆ ลักษณะของหูที่เห็นได้ชัดคือ หูจะมีขนาดเล็กมีการพับไปข้างหน้าลักษณะเหมือนนกฮูก แต่ว่าการที่หูจะพับนั้นจะไม่ได้พับตั้งแต่เกิด แต่จะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 – 4 สัปดาห์หูก็จะเริ่มพับลง แต่ก็ไม่ได้พับลงทั้งคอกแต่จะเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของลูกในคอกเท่านั้น อีก 1 ส่วนหูจะตั้งตลอดไป ซึ่งขึ้นอยู่พ่อและแม่พันธุ์ที่นำมาผสมด้วย
    ลำตัว : มีขนาดปลายกลาง ตัวผู้จะหนัก 4 – 6 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 2.7 – 4 กิโลกรัม มีขนาดตัวที่ค่อนข้างจะอ้วนใหญ่
    หัว : หัวกลมเป็นรูปโดม มีลำคอและจมูกสั้น แก้มป่อง

    แมวสก็อตทิช โฟลด์
    อุปนิสัยแมวสก็อตทิช โฟลด์
    สก๊อตติสโฟลด์เป็นแมวที่เป็นมิตรกับทุกคนมีความอ่อนโยน เรียบร้อยและสงบไม่ค่อยจะร้อง ขี้เล่น ไม่ซน อารมณ์ดี มีความกระตือรือร้น ชอบคลอเคลีย ขี้อ้อนและขี้ประจบเจ้าของ จงรักภักดีกับผู้เป็นเจ้าของ สามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว สามารถที่จะเป็นเพื่อนกับแมวตัวอื่นๆได้ดี มีความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ และสามารถเลี้ยงไว้กับบ้านที่มีเด็กได้

    เมื่อมันเห็นอะไรที่รู้สึกว่าผิดปกติมันจะหันหลังและทำตาโตๆ หรือหากมีการเรียกร้องความสนใจ อาจจะมานั่งที่ตักแล้วส่งเสียงร้องเบาๆ ซึ่งนั้นเป็นการแสดงออกทางหนึ่งแมวพันธุ์นี้

    Scottish Fold เป็นแมวที่ไม่ค่อยส่งเสียง มักจะชอบที่จะคอยดูแลควบคุมในสิ่งที่เจ้าของกำลังทำอยู่ เป็นแมวที่ชอบทำกิจกรรมในระดับปานกลาง พวกมันชอบที่จะเล่นโดยเฉพาะถ้ามีเจ้าของของมันร่วมเล่นด้วย บางตัวอาจที่จะไม่ชอบนอนบนตัก แต่พวกมันชอบที่จะอยู่ใกล้ๆ กับเจ้าของ

    แมวเปอร์เซีย

    แมวเปอร์เซีย (Persian)
    แมวเปอร์เซีย (Persian)
    แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่มีความนิยมเลี้ยงมากที่สุดในโลกในขณะนี้เนื่องจากเป็นแมวที่มีลักษณะที่โดเด่นใบหน้าที่กลม ปากสั้นเป็น มีลักษณะที่สง่างามมีความอ่อนโยน แล้วยังมีความโดดเด่นของขนที่ยาวนุ่ม มีสองชั้น ต้องมีการแปรงขนประจำทุกวัน และการอาบน้ำให้มีควงามสะอาดกับตัวเขา แมวที่เริ่มนิยมตั้งแต่ปี 1980 เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดแถวเปอร์เซียในปัจจุบันคืออิหร่าน เริ่มด้วยการเลี้ยงที่ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสที่นิยมเลี้ยง
    สีของเขานั้นมีหลากหลายสีเป็นสายพันธุ์ที่สีแต่ละนี้นั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป สีตากที่มากมาย เข้ามีนิสัยค่อนข้างสงบ ไม่ค่อยมีอารมณ์เปลี่ยนแปลง ปราดเปรียว ไม่ค่อยร้อง ไม่ขี้อาย เป็นมิตรกับทุกคน มีคอที่สั้นและขนยาวบริเวณคอ

    แมวเปอร์เชียเป็นแมวที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมากและมีอายุการดำรงชีวิตหากมีสุขภาพที่ดีอาจจะอยู่ได้ถึง 20 ปี แมวเปอร์เซียมีสายพันธุ์ที่ถูกผสมกันมากจึงมีความแตกต่างกันมากในแต่ละลักษณะแต่ละสี และยังมีแมวชนิดอื่นๆที่มีต้นกำเนิดจากแมวเปอร์เซียสามารถออกมาเป็นแมวสายพันธือื่นๆ แต่ยังมีลักษระที่คล้ายๆกันอยู่นั้นเอง เพราะฉะนั้นที่เราเห็นจึงเป็นส่วนขึ้นเท่านั้น สามารถที่จะเลี้ยงเข้าไว้ในคอนโดหรือว่าอาพาสเม้นต์ได้ เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะว่าบางโรคมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

    แมวเปอร์เซีย (Persian)
    แมวเปอร์เซียนั้น มีการเลี้ยงอยู่ในประเทศไทยมากเช่นกัน และเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากมายและมีการจำหน่ายที่ราคาถูกลงในปัจจุบัน เราสามารถที่จะซื้อมาเลี้ยงได้

    © 2018 C a t

    Theme by Anders NorenUp ↑