C a t

Felis catus

Month: มีนาคม 2018

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง

ความฟินนนน ความน่ารัก ความน่าถนุถนอมของน้องแมว เชื่อว่าหลายคนคงอดใจไม่ไหวอยากเลี้ยงน้องแมวไว้ยอมเป็นทาสสักตัว หรือใครที่กำลังเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง มีเคล็ดลับดูแลน้องแมวเบื้องต้นมาฝาก…

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
1. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – การทำควมสะอาดขนแมว
จะเห็นได้ว่าน้องแมวมักชอบมีพฤติกรรมเลียขนตัวเอง ส่วนทาสนั้นนน ก็มักมีพฤติกรรมชอบลูบขนแมว แต่ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาขนแมวร่วงติดเต็มเสื้อ เต็มบ้านไปหมด จริงๆ แล้วแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างสะอาดและไม่ค่อยชอบอาบน้ำนะ ฉะนั้นทาสแมวอย่างเรา ควรจะหาหวีหรือแปรงมาแปรงขนน้องแมวเป็นประจำ

2. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – วิธีการอุ้มน้องแมว
จะอุ้มน้องแมวก็ต้องอุ้มอย่างถูกวิธี ไม่งั้นอาจจะโดนน้องแมวข่วนได้นะ ให้ทาสแมววางมือข้างหนึ่งไว้หลังขาหน้าของแมว และอีกข้างไว้ที่ข้างหลังของขาหลัง แล้วค่อยยกขึ้นมาเบาๆ อย่าเผลอไปอุ้มแมวจากด้านหน้านะ ไม่งั้นโดนน้องแมวฝากรอยเล็บไว้ที่หน้ากับคอแน่

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
3. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – จัดที่นอนให้แมว
ที่นอนแมวก็สำคัญนะ ถึงแม้ว่าบางทีมันจะชอบมานอนบนตัว บนหัวทาสบ้าง แต่ก็ควรมีที่นอนให้น้องแมวไว้พักผ่อน ที่นอนควรเลือกเป็นผ้าห่มหรือผ้าขนหนูนุ่มๆ ให้แมวนอนอุ่นๆ และที่สำคัญต้องสะอาดและแห้ง ห้ามอับชื้นนะ เลือกมุมที่อยู่ในที่ร่มๆ อากาศถ่ายเทได้ดี และหมั่นซักผ้าปูที่นอนแมวบ่อยๆ เพื่อความสะอาดและป้องกันพวกเห็บหมัด เชื้อโรคต่างๆ

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
4. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – เมื่อน้องแมวอยากออกไปเดินเล่น
ถ้าน้องแมวบางตัวอาจชอบเดินเล่นอยู่ข้างนอก ควรจะมีปลอกคอสวมติดไว้ และป้ายชื่อเผื่อแมวพลัดหลง จะได้ตามหาตัวเจอถูก

5. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – เลือกที่ฉี่แมวให้เหมาะสม
น้องแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด มักไม่ค่อยฉี่หรืออึเรี่ยราด เพราะมันจะฉี่แต่ที่เดิมๆ ที่จำกลิ่นไว้แล้ว เพราะฉะนั้นทาสแมวทั้งหลาย ต้องเลือกที่ฉี่แมวที่มีลักษณะเป็นกล่องเหมือนเป็นครอก หรือจะเป็นกระบะทราย และวางในจุดที่เงียบๆ เพราะแมวไม่ชอบฉี่ให้ใครเห็น แล้วเลือกทรายแมวที่เก็บซับฉี่และอึของน้องแมวได้ดี ส่วนทาสแมวก็ต้องรับหน้าที่เก็บฉี่อึทุกวัน และทุกสัปดาห์ควรนำที่ฉี่แมวมาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อาจจะใช้พวกผงซักฟอกอ่อนๆ มาทำความสะอาด แต่ห้ามใช้พวกที่มีกลิ่นมะนาว แอมโมเนีย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นมิตรกับน้องแมวสักเท่าไหร่นะ

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
6. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – ต้องมีที่ฝนเล็บให้น้องแมว
แมวต้องเกา! เพราะน้องแมวมักจะมีพฤติกรรมชอบฝนเล็บตามสิ่งต่างๆ ที่น้องแมวจะเกาหรือฝนเล็บได้ ไม่ว่าจะเป็นโซฟา เฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ทำทาสแมวแทบร้องไห้ แนะนำว่าที่ฝนเล็บสำหรับน้องแมว ให้ฝนเล่น หรือพวกแผ่นลังกระดาษก็ได้นะ แต่เวลาฝนเล็บเศษลังกระดาษอาจจะกระจายนิดนึง ต้องทำใจ

7. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – ตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ
สุขภาพน้องแมวสำคัญมาก ทาสทั้งหลายควรพาน้องแมวไปสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปีนะ จะได้อยู่ให้อ้อนไปอีกนานๆ

Holiday Palace คือะไร

Holiday Palace คือ คือบ่อคาสิโน เปิดให้บริการเกมส์คาสิโนมากมาย อาทิเช่น บาคาร่า, รูเล็ต, ป็อกเด้ง,ไฮโล, สล็อต ที่เปิดให้บริการอยู่ปอยเปรต ประเทศกัมพูชา ติดชายแดนไทยทางด้านทิศตะวันออก จ.สระแก้ว

ปัจจุบันสามารถเข้าเล่นได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ทางเข้า Holiday palace ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

หมัดเป็นแมลงที่พบได้บ่อยที่อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 70% พวกมันจะกระโดดจากสัตว์ตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปหลบอยู่ใต้ขนและเริ่มดูดเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงหรือคุณมีอาการคันและเกิดผิวหนังอักเสบตามมา
จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวมีหมัด?

สังเกตอาการจากพฤติกรรม
แมวที่มีหมัดอยู่จำนวนมากคุณอาจจะสังเกตเห็นตัวหมัดกระโดดหรือเคลื่อนที่อยู่บนร่างกายของแมวได้เลย แต่ในกรณีทั่วไป คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าแมวมีอาการกระสับกระส่าย เกาหรือเคี้ยวบางบริเวณของร่างกายมากกว่าปกติ สั่นหัวบ่อยขึ้นและเกาที่หู

นอกจากนั้นพวกมันยังอาจมีอาการเลียบริเวณขนอย่างรุนแรงและซ้ำๆ และแมวบางตัวอาจจะทำการกำจัดหมัดออกไปได้เองก่อนที่คุณจะเห็นตัวหมัดด้วยซ้ำ

 

ตรวจดูผิวหนังและขนของแมว

หมัดเป็นแมลงขนาดเล็ก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ และยิ่งพวกมันดูดเลือดเข้าไปมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะมีสีอ่อนลงเท่านั้น พวกมันสามารถกระโดดได้สูงและเร็วมาก ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตดีๆ ระหว่างที่ให้แมวของคุณนอนหงายและเริ่มมองหาหมัดตามบริเวณข้อพับและขาหนีบซึ่งเป็นที่ที่หมัดชอบอาศัยอยู่ ตรวจดูหูอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีรอยเกา รอยแดง เลือด หรือรอยเปื้อนหรือไม่ ผิวหนังบริเวณท้อง ขาหนีบหรือโคนหางอาจจะมีรอยเกาหรือบวมแดงขึ้นได้หากแมวเกาที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนั้นยังอาจพบว่าแมวอาจจะมีขนร่วงในบริเวณที่มีการเกาอย่างรุนแรงและมีจุดสีดำตามผิวหนังได้หลังจากนั้นให้ใช้หวีกำจัดหมัดสางตามขนของแมวที่หลังและขา โดยพยายามให้เข้าไปให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุดเพื่อให้สามารถกำจัดตัวหมัดที่ซ่อนอยู่ออกมา และเตรียมชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ เพื่อกำจัดตัวหมัดที่คุณสางออกมาเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่อาจจะสามารถช่วยกำจัดหมัดที่มองเห็นได้ยากคือการใช้กระดาษขาวหรือกระดาษทิชชู่วางไว้ที่พื้นข้างๆ แมวระหว่างที่ทำการสางขน เนื่องจากอุจจาระของตัวหมัดจะหลุดออกมาจากผิวหนังและทำให้เห็นได้ชัดขึ้นเมื่อวางอยู่บนกระดาษ และทำให้คุณสามารถแยกระหว่างอุจจาระของหมัดกับฝุ่นทั่วๆ ไปได้ โดยอุจจาระจะกลายเป็นสีแดงน้ำตาลเมื่อโดนกระดาษสีขาว

 

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
หมัดไม่ได้อาศัยอยู่ที่เฉพาะตัวแมวเท่านั้น แต่ยังสามารถอาศัยอยู่ได้รอบบ้านและในบริเวณที่แมวของคุณใช้ชีวิตอยู่อีกด้วย ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตบริเวณดังกล่าวเพื่อดูว่ามีอุจจาระของหมัดหรือตัวหมัดอยู่หรือไม่ และอย่าลืมสังเกตตามขอบหน้าต่าง หลังตู้เก็บอาหารและตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่แมวชอบไปอยู่เช่นกัน

อีกวิธีหนึ่งก็คือให้ใส่ถุงเท้าสีขาวเดินในบริเวณที่แมวอาศัยอยู่บ่อยๆ อุจจาระจะติดขึ้นมาบนถุงเท้าและทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นนอกจากนั้นยังอาจใช้การวางชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ กับไฟที่เปิดทิ้งไว้ตอนกลางคืน เพื่อล่อให้หมัดจะกระโดดเข้าหาแสง ก่อนที่จะตกลงไปในน้ำ ทำให้คุณสามารถกำจัดหมัดได้ทีละหลายๆ ตัว

ขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
หากแมวของคุณยังคงมีอาการเกาแม้ว่าคุณจะไม่พบว่ามีตัวหมัดอยู่บนแมวหรือสิ่งแวดล้อมที่แมวอาศัยอยู่ หรือทำการกำจัดหมัดออกไปแล้ว ควรพามาตรวจกับสัตวแพทย์เพื่อดูว่าสาเหตุที่ทำให้แมวเกิดอาการเกานั้นคืออะไรและให้การรักษา

SBOBET เป็นผู้นำด้านเว็บแทงบอลออนไลน์ ทั่วทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย มีให้เลือก พนันทั้ง กีฬา คาสิโน นอกจากนี้ SBOBET ยังมีรูปแบบให้เลือกแทงได้หลากหลาย ทั้งแทงระหว่างเกม แทงแบบเต็มเวลา ครึ่งเวลา

ลูกค้าสามารถติดต่อ สมัครสมาชิก เติมเงิน ถอนเงิน ผ่านช่องทางต่อไปนี้

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?

ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับตัวเรา?
โดยส่วนมากแล้วพฤติกรรมของแมวมักถูกกำหนดมาจากความเครียดและความกลัว แต่บางทีก็สามารถเกิดมาจากสิ่งดีๆที่เป็นมิตรได้ เมื่อเจ้าเหมียวทำการถูกับขาของคุณหรือมีการเอาหัวมายันนั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ดี สัตวแพทย์ในเมืองมิชิแกนท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าพฤติกรรมการเอาศีรษะมาถูนั้น เจ้าเหมียวได้มีการเรียนรู้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นลูกแมวที่อาศัยอยู่กับแม่แมว ซึ่งพฤติกรรมนี้สามารถใช้เป็นพฤติกรรมการทักทายได้ คุณเจ้าของท่านใดที่ต้องการทราบเหตุผลของการที่เจ้าเหมียวถูหรือคลอเคลียคุณ สิ่งของ หรือถูซึ่งกันและกัน สามารถติดตามได้ที่บทความด้านล่างนี้

แมวจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประสาทสัมผัสในเรื่องของกลิ่นเพื่อการรับรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น เมื่อเจ้าเหมียวมีการถูหรือมีการเอาหัวมายันเรา เจ้าเหมียวจะมีการทำเครื่องหมายที่ตัวเราโดยใช้กลิ่นของมันเพื่อสร้างความผูกพัน ซึ่งการสร้างความผูกพันนั้นเป็นพฤติกรรมที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของแต่ละตัวภายในกลุ่ม โดยการที่เจ้าเหมียวเอาหัวมาถูนั้นถือเป็นการทำเครื่องหมายความเป็นเจ้าของแล้ว อีกทั้งกลิ่นยังเป็นตัวรวมกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?
เมื่อแมวพบเจอใครเป็นครั้งแรก แมวที่มีความเป็นมิตรจะเข้าไปถูผู้ที่เพิ่งได้พบเจอ เพื่อเป็นการทักทายและเป็นการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้นั้น เช่น มาจากที่ไหน หรือมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นพฤติกรรมนี้ก็ถือเป็นพฤติกรรมเชิญชวนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่บางครั้งแมวบางตัวไม่ได้ต้องการการลูบหัวหรือการตอบสนองจากเจ้าของแต่อย่างใด แต่อาจจะต้องการข้อมูลจากตัวคุณ กล่าวในอีกแง่ คือ ไม่ควรเหมารวมไปว่าการที่เจ้าเหมียวแปลกหน้าเอาหัวมาถูคือการเชิญชวนให้มาลูบหัว

อีกทั้งเจ้าเหมียวจะมีการทำการทักทายเจ้าเหมียวอีกตัวที่รู้จักกันด้วยกันเอาหัวมาถูกัน ในจำพวกแมวป่าที่มีความดุร้ายที่จะอาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม จะใช้พฤติกรรมนี้ในการแสดงความผูกพันภายในกลุ่ม เมื่อแมวอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มและทั้งหมดต่างมีการถูกันกลิ่นของพวกมันก็จะมีการกระจายไปทั่วกลุ่ม หากเจ้าเหมียวมีการถูไถกับสิ่งของภายในบ้านของคุณ เช่น โซฟา โต๊ะ หรือประตูทางเดินก็เพื่อที่จะทำเครื่องหมายกับสิ่งเหล่านั้นด้วยกลิ่นของมัน

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?
แมวจะมีต่อมกลิ่นที่อยู่บริเวณแก้ม หน้าผาก คาง และตรงฐานของหาง ซึ่งการที่มันมาถูไถคลอเคลียกับมนุษย์ สิ่งของหรือแมวตัวอื่นนั้นเพื่อที่จะทำเครื่องหมายวามเป็นเจ้าของโดยที่ไม่ใช่พฤติกรรมการหวงที่ พฤติกรรมการคลอเคลียนี้จัดเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นมิตรและผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงฟีโรโมนสังเคราะห์ของแมวเคยเป็นตัวช่วยเพื่อให้แมวเกิดความสงบ โดยจะเป็นการเลียนแบบฟีโรโมนตามธรรมชาติที่ได้ผลิตมาจากต่อมกลิ่น แต่อย่างที่ทราบกันว่าการทำเครื่องหมายด้วยกลิ่นนั้นเป็นเครื่องหมายที่ไม่ถาวร ดังนั้นเรามักจะเห็นว่าแมวจะกลับไปที่เดิมบ่อยๆเพื่อทำให้กลิ่นใหม่เสมอ

มนุษย์จะให้รางวัลเวลาที่แมวเอาหัวเข้ามาดันหรือถูด้วยการลูบคลำหรือเกาที่หัวของมัน ซึ่งจะทำให้แมวรู้สึกเคลิ้ม ผู้คนส่วนมากมักไม่ทราบว่าเจ้าเหมียวชอบที่จะให้ลูบคลำหรือเกาบริเวณหัวและรอบๆใบหู น้อยมากที่จะชอบให้ลูบบริเวณหลังหรือด้านข้างตัว เป็นไปได้ว่าการที่เจ้าเหมียวเอาหัวเข้ามาถูนั้นเป็นการกระตุ้นให้เราลูบคลำและเกามันไปเรื่อยๆเพื่อที่ไม่ให้เราเข้าไปยุ่งกับส่วนอื่นของร่างกายมัน



ขอบคุณข้อมูล : www.honestdocs.co

วิธีดูเพศของลูกแมว

ถ้าคุณจะซื้อลูกแมวมาเลี้ยงซักตัว คุณคงอยากรู้เพศของมัน ใช่หรือไม่? บางครั้งลูกแมวที่ทางร้านตั้งชื่อให้เช่น ทอมมี่หรือเร็กซ์ จริงๆแล้วอาจจะเป็นลูกแมวตัวเมีย ในขณะที่ลูกแมวที่ชื่อ มิสตี้หรือเฮเลน อาจจะเป็นลูกแมวตัวผู้ก็เป็นได้ ดังนั้นทางที่ดี คุณควรจะรู้วิธีดูเพศของแมวไว้ ดีกว่าที่ต้องมารู้ภายหลังว่าลูกแมวที่คุณซื้อมาไม่ได้มีเพศที่คุณคาดหวังไว้ แม้ว่าการดูเพศของลูกแมวจะยากกว่าการดูเพศของแมวโต ลองดูภาพข้างล่างนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าการดูเพศของลูกแมวนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วิธีดูเพศของลูกแมว
วิธีดูเพศของลูกแมว
ลูกแมวตัวเมีย ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะใกล้กันกว่าของลูกแมวตัวผู้

ลูกแมวตัวผู้ ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะห่างกันกว่าของลูกแมวตัวเมีย

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแยกเพศของลูกแมวได้แล้ว และก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาเปลี่ยนชื่อน้องแมวภายหลังด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง

น้องแมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก ขี้เล่นและรักความสะอาด จึงทำให้น้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมนำมาเลี้ยง แต่ก่อนที่คุณจะนำน้องแมวมาเลี้ยง คุณควรศึกษาหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้ดีซะก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง วันนี้เรามีสิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยงในบ้านดังนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง

– แมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระ ก่อนที่คุณจะเลี้ยงน้องแมว คุณควรแน่ใจว่าคุณมีพื้นที่เพียงพอให้น้องแมวได้วิ่งเล่นหรือไม่ คุณมีเวลาอยู่บ้านมากน้อยเพียงใด สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยตัดสินว่าคุณควรเลี้ยงแมวหรือไม่ ถ้าเลี้ยงได้ ควรเลี้ยงแมวพันธุ์และเพศใด เพราะแมวบางพันธุ์อาจต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เช่นแมวเปอร์เซียขนยาว เป็นต้น

– ถ้าคุณต้องออกไปทำงานทั้งวัน แล้วน้องแมวต้องเหงาอยู่ที่บ้านเพียงตัวเดียว คุณอาจจะหาเพื่อนแก้เหงาให้น้องแมวโดยการเลี้ยงน้องแมวเพิ่มอีกสักตัว

– ถ้าคุณเป็นโรคภูมิแพ้ ก่อนที่จะนำน้องแมวมาเลี้ยงที่บ้าน คุณควรมั่นใจว่าคุณไม่ได้แพ้สัตว์เลี้ยง (แมว) ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีกว่า

– ควรพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนที่คลินิกหรือโรงพยาบาลก่อนนำมาเลี้ยงที่บ้าน และควรพาไปฉีดวัคซีนเมื่อครบกำหนดเวลา

– ควรเลือกซื้อห้องน้ำแมวหรือกระบะแมวคุณภาพดีและมีฝาปิดด้านบน นอกจากนี้ควรเลือกซื้ออาหารแมวที่มีสารอาหารครบและเหมาะกับอายุของน้องแมวด้วย

– ควรซื้อของเล่นให้น้องแมวไว้เล่นคลายเหงาอาทิ เชือก, หนูปลอมหรือแม้แต่กล่องเปล่าก็สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้น้องแมวได้ ซึ่งของเล่นไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง เพียงแค่น้องแมวชอบก็โอเคแล้ว

– ควรซื้อเสาลับเล็บแมวเตรียมไว้ ถ้าคุณไม่อยากให้โซฟาที่บ้านขาดวิ่น

– ควรเตรียมต้นแคทนิพ (กัญชาแมว)และขนมสำหรับน้องแมวเพราะมันเป็นรางวัลที่ดีเยี่ยมในการฝึกน้องแมว

– ทำประกันภัยให้น้องแมว ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณไร้กังวล

– ควรหมั่นดูแลความสะอาดให้กับน้องแมวตั้งแต่ยังเล็ก อาทิอาบน้ำ, แปรงขน, ตัดเล็บเพราะจะช่วยให้น้องแมวเกิดความเคยชิน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับน้องแมวอีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง
และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คุณควรรู้ก็คือ น้องแมวนั้นมีอายุขัยประมาณ 20 ปี ดังนั้นถ้าคุณคิดจะเลี้ยงเค้า คุณควรเช็คความพร้อมของตัวเองก่อนว่า คุณพร้อมจะดูแลและเลี้ยงดูเค้าให้ดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่เค้าอยู่เคียงข้างคุณหรือไม่

แมวเบงกอล (bengal)

มารู้จัก แมวเบงกอล (bengal) เสือตัวน้อยที่น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย
แมวเบงกอล(bengal) แมวลายเสือที่น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย สำหรับคนที่อยากจะเลี้ยง ไปทำความรู้จักแมวเบงกอลกันก่อนเลยค่ะ

แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)

ใครที่แอบชอบในความน่ารัก (ไม่นับนิสัยดุร้าย) ของเสือ จนอยากเข้าไปกอดหรือมีไว้ในครอบครองดูบ้าง แต่ก็ได้แต่ฝัน เพราะหากเป็นเรื่องจริงคงถูกเจ้าเสือขย้ำเอาเสียก่อน ถ้างั้น… ลองมาดู แมวเบงกอล (bengal) แมวป่าที่ผสมกับแมวบ้านจนเกิดลวดลายสวยงาม รูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากแมวบ้าน ดูไปดูมาเหมือนลูกเสือดาวน้อยเลย


1. ต้นกำเนิด
การกำเนิดขึ้นของแมวเบงกอล(bengal) เริ่มโดย คุณ Jean Mills หญิงชาวมลรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่หลงใหลในลวดลายของแมวป่า เธอใช้เวลาถึง 20 ปี (เริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 หรือ พ.ศ. 2523) ในการพัฒนาให้มีจุด (Spotted ที่ใหญ่และแมวตัวผู้ไม่เป็นหมัน (แมวตัวผู้จะเป็นหมันใน F1 and F2) จนสามารถสร้างจุดให้ใหญ่และมีสีที่ตัดกันในจุดมากขึ้นด้วย และเธอตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ว่า เบงกอล ตามชื่อวิทยาศาสตร์ของแมวป่าที่เรียกกันว่า Felis bengalensis นั่นเอง


แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)


2. ลักษณะประจำพันธุ์
แมวเบงกอล (Bengal) เป็นแมวที่ผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างแมวดาว (Asian Leopard Cat) กับแมวบ้าน (Domestic Shorthair) ในที่นี้คือ Egyptian Mau คือ พันธุ์แมวอียิปต์โบราณ และมีโครงสร้างเป็นหลายจุด มีลักษณะที่เหมือนแมวป่า (wild cat) ซึ่งเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ของแมวดาวกับ E.Mau and Ocicat

แมวเบงกอล เป็นแมวขนาดปานกลางถึงค่อนข้างใหญ่ หัวมีความยาวมากกว่ากว้าง เพราะถูกผสมโดยควบคุมลักษณะให้มีรูปร่างคล้ายแมวป่า เพรียว ยาว เห็นมัดกล้ามเนื้อแบบนักล่าชัดเจน โดยจะมีความสูงส่วนสะโพกสูงกว่าความสูงของช่วงไหล่ หางส่วนมากจะมีปลายชี้ลง ใบหูกลม สั้น ตารูปไข่ (oval) ช่วงโคนหนวดเด่น ช่วงปากและรอบจมูกกลมกว่าแมวบ้าน จุดที่เด่นที่สุดของแมวเบงกอล ได้แก่ ลายและสีขนที่อาจเป็นจุดแบบแมวป่าหรือลายหินอ่อน

หากเริ่มสนใจจะหาเจ้าเหมียวพันธุ์เบงกอลมานอนกอดสักตัว ควรเลือกซื้อแมวเบงกอลที่มีโครงสร้างใหญ่ ลำตัวยาว มีลวดลายบนตัวที่เด่นชัดขนาดเท่าหัวแม่มือ จุดด้านข้างลำตัวมีขนาดใหญ่และเรียงตัวอย่างไม่เป็นระเบียบในแนวนอน แมวเบงกอลบางตัวจะมีลวดลายโรเซ็ทที่เป็นจุดขนาดใหญ่ที่มีสีอ่อนกว่าตรงกลาง จุดคล้าย ๆ กับลายของเสือจากัวร์ ซึ่งเป็นที่ต้องการมากกว่าแมวที่มีจุดสีเดียวตามปกติ

ลายทางที่หน้าผากควรมีสีเข้มลากยาวในแนวนอนจากหางตาไปถึงใบหู และควรมีเส้นสีเข้มเป็นสร้อยคอยาวรอบ ๆ คอเฉียบคม ขนเงานุ่ม ใบหน้าของลูกแมวนั้นต้องมีลักษณะที่แสดงถึงความเป็นแมวป่า มีขอบตาดำสนิท เส้นที่ใบหน้าเข้ม ริมฝีปากใหญ่เต็ม มีหางที่หนา มีจุดที่ขาหรือเป็นวงที่ไม่เต็มวงรอบ ๆ ขา มีสีอ่อนบริเวณรอบปาก คอ และขาด้านใน ดวงตานั้นสามารถจะเป็นสีเขียว สีทอง หรือสีเหลือง

แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)


3. ลักษณะนิสัย
ที่สำคัญนิสัยของเจ้าแมวเบงกอลก็ไม่ได้ดุดันอย่างที่กำลังคิดกันด้วยนะ แถมยังเชื่องแสนเชื่อง เป็นมิตร ชอบอยู่กับคน น่ารัก และคล่องแคล่วปราดเปรียว มีนิสัยชอบวิ่งไล่สิ่งของ หรือวัตถุ ชอบปีนป่าย ชอบไล่จับหนู หากไม่มีอะไรให้เล่นก็จะเล่นด้วยตัวเอง มีเสียงร้องที่ฟังแล้วเหมือนแมวป่าค่อนข้างมาก ส่วนสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าที่คงหลงเหลือให้เห็นอยู่ กลับกลายเป็นลักษณะเด่นของแมวเบงกอล นั่นคือ ความมั่นใจในตนเอง ความกล้าหาญ ไม่ขลาดกลัว และความเฉลียวฉลาดในการเอาตัวรอด และที่แตกต่างจากแมวเกือบทุกชนิดอย่างมาก คือ แมวเบงกอลมีนิสัยชอบเล่นน้ำอย่างมาก !?

แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)


4. อาหารและการเลี้ยงดู
ปัจจุบันแมวเบงกอลเริ่มเป็นที่รู้จักในไทยมากขึ้น แต่อาจยังไม่แพร่หลายเหมือนแมวชนิดอื่น ๆ เนื่องจากยังมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งแมวเบงกอล ราคาอยู่ที่ประมาณ 17,000-170,000 บาท ดังนั้นเมื่อตัดสินใจซื้อมาแล้ว ควรใส่ใจดูแลอย่างดี ซึ่งวิธีการเลี้ยงก็ใกล้เคียงกับแมวทั่ว ๆ ไป เพราะถือเป็นแมวบ้านเช่นเดียวกับแมวสายพันธุ์อื่น

แต่ถ้าหากอยากให้แมวสวย สุขภาพดี และมีขนที่สวยงาม การเลือกอาหารที่ดีให้กับแมวนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อาหารสำเร็จรูปที่ดีจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าขนและสุขภาพของแมวนั้นจะสวยที่สุด ส่วนเรื่องของการตัดเล็บ อาบน้ำ แปรงขน เช็ดหู และทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ นั้น จะเหมือนกับแมวทั่ว ๆ ไป

เรื่องอาหาร แมวเบงกอลอาจจะต้องการเนื้อสัตว์ในปริมาณที่มากกว่าแมวทั่วไปเล็กน้อย โดยผู้เลี้ยงอาจจะให้เนื้อวัวสดวันละครั้งเพิ่มเติมจากอาหารที่กินอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะไม่ทำให้ท้องเสียหรือเสียสุขภาพ เนื้อสดที่ให้ควรระมัดระวังความสะอาดด้วยการแช่แข็งเอาไว้เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย และควรเก็บเนื้อที่เหลือทิ้งทันที อย่างไรก็ตาม ห้ามให้เนื้อไก่หรือเนื้อหมูสดเด็ดขาด



ขอบคุณข้อมูล : pet.kapook.com

9 สูตรอาหารแมวโฮมเมด ทำง่าย ๆ ถูกใจเจ้าเหมียว

สูตรอาหารแมวโฮมเมด สำหรับทาสแมวที่อยากจะลองทำอาหารหรือขนมขบเคี้ยบไว้ให้แมวกินเล่น ๆ ด้วยวิธีทำอาหารแมวง่าย ๆ แต่รับรองว่าถูกปากเจ้าเหมียวที่บ้านแน่นอน

สูตรอาหารแมวโฮมเมด

สูตรอาหารแมวโฮมเมด


นอกจากอาหารเม็ดแล้ว ยังมีขนมและของกินเล่นสำหรับเจ้าเหมียวให้ได้เลือกซื้อมากมาย แต่ราคานั้นก็ไม่ไช่น้อย ๆ เลยทีเดียว เผลอ ๆ ราคาอาจจะสูงกว่าอาหารของเราซะอีก แต่ใช่ว่าเราจะเป็นได้แค่ผู้ซื้ออย่างเดียว เพราะอาหารและขนมของเจ้าแมวเหมียวตามท้องตลาดนั้นเราสามารถทำเองได้ แถมยังไม่ต้องมากังวลเรื่องส่วนผสมที่อาจทำให้เจ้าเหมียวของเราเกิดอาการแพ้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมี 9 เมนูโฮมเมดสำหรับเจ้าเหมียวมาฝากทาสแมวดังนี้

1. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – ชีสซี่สติ๊ก
อุ่นเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ นำเชดดาร์ชีส พาร์เมซานชีส โยเกิร์ต แป้งสาลี และคอร์นมีลผสมกัน เติมน้ำนวดให้ส่วนผสมเข้ากันดี ปั้นให้ก้อนกลมแล้วรีดให้เป็นแผ่นบาง ใช้มีดตัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สุดท้ายนำเข้าเตาอบ 25 นาที เมื่อครบแล้วใช้มีดตัดให้แต่ละชิ้นออกจากกัน
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

2. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – เนื้อวัวบดผสมหญ้าแมว
อุ่นเตาอบไว้ที่ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมเนื้อวัวบด ไข่ และหญ้าแมวให้เข้ากัน นำแผ่นฟอยล์รองถาด จากนั้นนำส่วนผสมเทลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่วถาด อบประมาณ 7-10 นาที แล้วนำออกมาซับน้ำมัน จากนั้นเอาให้เจ้าเหมียวกินเล่นหรือโรยหน้าข้าวให้เจ้าเหมียวก็ได้
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

3. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – เนื้อวัวบดผสมพาร์เมซานชีส
อุ่นเตาอบไว้ที่ 300 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมเนื้อวัวบดที่ต้มสุกแล้ว ไข่ แป้งข้าวโอ๊ต และพาร์เมซานชีสขูดให้เข้ากัน ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนเล็ก ๆ นำวางเรียงในถาด กดให้แบน แล้วนำเข้าเตาอบ 15-20 นาที จากนั้นนำเข้าตู้เย็น
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

4. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้ฟักทองผสมไก่บด
ผสมเนื้อไก่บด ฟักทองอบ หญ้าแมว และอบเชยให้เข้ากัน ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนจากนั้นใช้มือกดให้แบน อุ่นเตาอบไว้ที่ 160 องศาฟาเรนไฮต์ นำถาดส่วนผสมแช่ในเตาอบ 3-4 ชั่วโมง แง้มเตาอบเล็กน้อยเพื่อให้ความชื้นระเหย หลังจากส่วนผสมแห้งแล้วใช้มีดตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

5. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – อกไก่อบน้ำผึ้ง
ผสมน้ำผึ้ง หญ้าแมว และน้ำเข้าด้วยกัน ล้างอกไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นยาว หมักกับน้ำผึ้งที่ผสมไว้เข้าตู้เย็น 1 ชั่วโมง อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาฟาเรนไฮต์ ก่อนนำไก่ที่หมักแล้ววางเรียงในถาด แล้วนำไปอบประมาณ 3-4 ชั่วโมง
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

6. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้เนื้อผสมแครอท
อุ่นเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมเนื้อวัวบดสุก เบคอนอบ แครอทสับ ผักชีสับ แป้งข้าวกล้อง และน้ำให้เข้ากัน ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนเล็ก ๆ วางเรียงในถาดห่างกัน 1 นิ้ว ใช้ส้อมกดให้แบน จากนั้นนำไปอบประมาณ 15-20 นาที
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

7. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้ข้าวโอ๊ต
อุ่นเตาอบไว้ที่ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมไข่ ข้าวตุ๋น ไก่ ผักชีสับ น้ำมันมะกอก น้ำสะอาด แป้งข้าวโอ๊ตใส่ชามแล้วกวนให้เข้ากัน จากนั้นเทส่วนผสมใส่ถาด เกลี่ยให้ทั่วถาด นำเข้าอบประมาณ 12-15 นาที รอให้เย็น แล้วใช้มีดตัดเป็นสี่เหลี่ยมพอดีคำ ก่อนนำเข้าเตาอบอีกรอบประมาณ 8 นาที
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

8. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้มะพร้าวทูน่า
อุ่นเตาอบที่ 350 องศา ในระหว่างนี้ก็ผสมทูน่า ไข่ ผงมะพร้าว น้ำ น้ำมันมะกอก หญ้าแมวให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้ววางเรียงลงบนถาดและกดให้แบน นำไปอบประมาณ 12-15 นาที หากกินไม่หมดในครั้งเดียว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 1 สัปดาห์
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

9. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้แครนเบอร์รี
บดแครนเบอร์รีอบแห้งให้ละเอียด แล้วผสมให้เข้ากันกับแป้งข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก หญ้าแมว ไข่ และเนื้อไก่สับ ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนเล็ก ๆ วางเรียงในถาด แล้วใช้นิ้วกดคุกกี้ให้แบนก่อนนำไปอบในเตาอบความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 15-17 นาที
สูตรอาหารแมวโฮมเมด



ขอบคุณข้อมูล : pet.kapook.com

9 วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้

การเลี้ยงแมวในคอนโด ห้องพัก หรือในบ้านมักจะมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง แตกต่างจากการเลี้ยงแบบปล่อย เพราะมีพื้นที่กว้าง ๆ ให้ได้วิ่งเล่นและเจอสภาพแวดล้อมที่หลากหลายกว่า ดังนั้นแล้ววิธีเลี้ยงเจ้าเหมียวในบ้านจึงค่อนข้างที่จะต้องเอาใจใส่มากขึ้นไม่อย่างนั้นอาจทำให้แมวเหมียวอารมณ์ดีกลายเป็นเหมียวขี้เหงาได้ และสำหรับวิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
1. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – มีมุมให้นั่งกินลมชมวิว
สำหรับที่นั่งชมวิวของเจ้าเหมียวตามเมืองนอกมักจะนิยมทำ screened porch หรือระเบียงเล็ก ๆ ที่คล้ายกับเรือนกระจกหน้าบ้านเอาไว้ให้เจ้าเหมียวนั่งกินลมชมวิว มองนกในสนามหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งจะทำให้เจ้าเหมียวปลอดภัยกว่าการออกไปนั่งเล่นนอกบ้าน หากทาสแมวคนไหนที่มีงบน้อย สามารถทำที่ชมวิวแบบง่าย ๆ ได้ด้วยการติดชั้นวางของติดผนังตามขอบหน้าต่างแล้วหาเบาะนุ่ม ๆ มาวาง แค่นี้ก็จะได้มุมชมวิวให้เจ้าเหมียวแล้ว

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
2. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – วางคอนโดแมวให้เจ้าเหมียวลับเล็บ
อีกปัญหาหนึ่งที่ทาสแมวต้องเจอก็คือ รอยขีดข่วนตามเฟอร์นิเจอร์อันมาจากคมเล็บของเจ้าแมว ไม่ใช่ว่าพวกมันนิสัยเสีย ชอบทำลายข้าวของอะไรหรอกนะ แต่นั่นเป็นธรรมชาติของเจ้าเหมียวที่ต้องลับเล็บตลอดเวลา ดังนั้นแล้วทาสแมวควรหาที่ลับเล็บมาไว้ให้เจ้าเหมียวด้วย ซึ่งคอนโดแมวก็ตอบโจทย์เป็นอย่างดี เจ้าเหมียวจะได้ทั้งปีนป่ายเล่นและลับเล็บไปพร้อม ๆ กัน สามารถซื้อหาได้ตามร้านเพ็ทช็อปหรือจะ DIY เองก็ไม่ยาก

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
3. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – มีของเล่นหลากหลาย
แมวที่เลี้ยงแบบปล่อยจะมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเร็วกว่าแมวที่เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากได้ออกไปสำรวจและทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ สำหรับเจ้าเหมียวที่อยู่ในบ้านนั้นจะมีข้อกำจัดในเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้เจ้าของสามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของเจ้าเหมียวได้ด้วยของเล่น โดยให้เลือกของเล่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ล่อแมว ตุ๊กตาหนู หรืออาจจะเป็นของที่หาได้ง่าย ๆ อย่างเช่น ถุง หรือ กล่อง เป็นต้น

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
4. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – ปลูกหญ้าแมวให้เจ้าเหมียวเคี้ยวเล่น
ทาสแมวหลายคนคงจะคุ้นเคยและรู้กันดีว่า เจ้าเหมียวจะชอบดมและเคี้ยวต้นหญ้าหรือต้นไม้เล็ก ๆ เล่นเพื่อรักษาสุขภาพของตัวเอง สำหรับบ้านหรือคอนโดที่ไม่มีสนามหญ้าให้เจ้าเหมียวได้ออกไปเคี้ยวเล่น ให้ปลูกหญ้าแมวใส่กระถางเล็กตั้งไว้ในบ้านแทน ซึ่งต้นไม้ที่แมวชอบกิน ได้แก่ ต้นไผ่เงิน ต้นข้าวสาลีอ่อน เป็นต้น

5. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – เปิดทีวีให้ดู
แมวเป็นสัตว์ที่สนใจและตื่นตัวกับสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ อย่างใบไม้และนกบนต้นไม้ข้างหน้าต่างพวกเจ้าเหมียวอาจนั่งมองได้นานสองนาน แต่สำหรับตามหน้าต่างคอนโดสูงอาจจะไม่มีนกไม่มีใบไม้ให้แมวได้นั่งมอง ซึ่งภาพเคลื่อนไหวในทีวีก็ทำให้พวกเจ้าเหมียวนั่งดูเพลิน ๆ ได้เหมือนกัน


วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
6. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – มีเวลาเล่นด้วย
เนื่องจากแมวเป็นสัตว์สังคมและชอบเล่น เจ้าของก็ควรมีเวลามาเล่นกับเจ้าเหมียวทุกวัน ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าเหมียวเล่นกับของเล่นแค่อย่างเดียว ของเล่นแมวมีเท่าไรก็ขนออกมาเล่นกับเจ้าเหมียวให้หมดค่ะ ยิ่งหลากหลายเจ้าเหมียวยิ่งชอบ จะได้เล่นของเล่นหลายแบบและไม่เบื่อด้วย


วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
7. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – พาออกไปเปิดหูเปิดตา
การเลี้ยงแมวในบ้านไม่ใช่ปล่อยเจ้าเหมียวไว้ในบ้านอย่างเดียว แต่ควรพาเจ้าเหมียวไปเปิดหูเปิดตาบ้าง สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านที่สุนัขไม่เพ่นพ่าน ก็สามารถจูงเจ้าเหมียวไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะได้ โดยก่อนจะพาเจ้าเหมียวออกไปเดินเล่นนอกบ้านควรจะฝึกให้คุ้นเคยกับการใส่สายจูงคล้องคอตอนเดินซะก่อน หรือถ้าแถวบ้านใครเจ้าถิ่นคุม เจ้าตูบในซอยบ้านเยอะ อาจจะพาเจ้าเหมียวไปขับรถเล่นแทนก็ได้

8. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงกลิ่นมูลแมวได้เท่ากับทาสแมวอีกแล้ว ทรายแมวที่ช่วยดับกลิ่นบางครั้งยังเอาไม่อยู่ สำหรับแมวที่เลี้ยงแบบเปิดอาจจะไม่หนักใจกับเรื่องนี้เท่าไร เนื่องจากเจ้าเหมียวจะออกไปขับถ่ายนอกบ้านอยู่แล้ว วิธีการลดกลิ่นสำหรับแมวที่เลี้ยงในบ้าน สามารถทำได้ด้วยการตักสิ่งขับถ่ายออก เติมและหรือเปลี่ยนทรายแมว หมั่นทำความสะอาดกระบะที่เจ้าเหมียวใช้เป็นประจำ รวมถึงการเลือกอาหารที่ช่วยลดกลิ่นมูลแมวก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้เช่นกัน

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
9. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – อาหาร
การเลือกอาหารให้เจ้าเหมียวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ (carnivore) อาหารที่เหมาะสมจึงควรมีสัดส่วนของโปรตีนที่สูงและมีสารอาหารที่ครบคุณค่าตรงตามความต้องการของแมวแต่ละช่วงวัย โดยอาหารที่เลือกจะต้องมีโปรตีนที่ดีมีคุณภาพ อย่างเช่น อาหารแมวสำเร็จรูปที่มีวัตถุดิบหลักจากไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพดี และข้าวแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และร่างกายเจ้าเหมียวสามารถดูดซึมนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ดี

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑