C a t

Felis catus

Month: พฤษภาคม 2018 (page 1 of 2)

นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียว บอกอะไรกับเรา

นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียวที่ชอบเข้ามาคลอเคลียเจ้าของ หรือการส่งเสียงร้องเหมียวๆมีความหมายได้หลากหลาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆที่เราเห็นอยู่เป็นประจำ หากผู้เลี้ยงหมั่นสังเกตหรือศึกษาให้ดีจะรู้ว่าพฤติกรรมที่แสดงออกหลายๆลักษณะบอกอะไรกับเราได้หลายอย่าง หากเราเรียนรู้นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียวก็จะช่วยให้เข้าใจความต้องการและเลี้ยงดูเจ้าแมวเหมียวได้ง่ายขึ้น

นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียว บอกอะไรกับเรา
1.การส่งเสียงร้อง
เสียงร้องของเจ้าแมวเหมียวมีความหมายหลากหลาย เช่น การร้องเสียงดังและสูงอาจกำลังบอกให้เรารู้ว่าได้เวลาอาหารของเจ้าแมวเหมียวแล้ว เสียงร้องเบาและสั้น นั้นหมายถึงการทักทายหรือส่งเสียงเพื่อให้รู้ว่าฉันอยู่ตรงนี้นะ ส่วนแมวตัวเมียที่ส่งเสียงร้องหง่าวๆตลอดทั้งวันและบางครั้งยังกลิ้งตัวไปมาสลับกับการยกก้นขึ้นพร้อมกับเบี่ยงหางไปทางด้านข้าง อาการเหล่านั้นบอกให้เรารู้ว่าต้องการผสมพันธุ์แล้วนะ ส่วนแมวตัวผู้ที่ร้องเสียงดังและหนีออกนอกบ้าน นั้นหมายถึงอาการสนองตอบแมวตัวเมียจากการได้ยินเสียงร้องหรือได้กลิ่น    sbobet-sbobet.org

2.นิสัยของแมวที่ชอบงีบหลีบได้ตลอดทั้งวัน  
เรามักจะเห็นเจ้าแมวเหมียวงีบหลับได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในสถานที่อบอุ่นและเงียบสงบหรือบนกองเสื้อผ้า เก้าอี้ แม้แต่บนเตียงนอนของเจ้าของ นั้นเป็นเพราะแมวมักจะชอบหลับเป็นเวลาสั้นๆส่วนสาเหตุที่แมวชอบนอนบนกองผ้าหรือบนเตียงนอนของคนเลี้ยง เพราะแมวชอบสถานที่ที่มีกลิ่นถูกใจซึ่งก็คือกลิ่นของเจ้าของนั้นเอง

3.การที่แมวออกไปหากินยอดหญ้า
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัขหรือแมวที่ชอบกัดกินยอดหญ้า เป็นเพราะกำลังป่วยการกินหญ้าคือการรักษาตัวเอง ความจริงการที่สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแมวกินยอดหญ้าหรือใบไม้ เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะหญ้าจะให้สารอาหารกับแมว และการกินหญ้าหรือใบไม้ยังช่วยให้แมวสำรอกอาหารที่ติดคอหรือก้อนขนที่อยู่ในลำไส้ออกมาอีกด้วย

4.แมวมักถูไถหน้ากับเจ้าของหรือสิ่งของต่างๆทั่วบ้าน
พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการกระจายกลิ่นตัวของแมวจากต่อม ซึ่งมีอยู่ทั่วใบหน้าและแก้มของแมว กลิ่นจะบ่งบอกอาณาเขตของเจ้าแมวเหมียว

การเรียนรู้พฤติกรรมหรือนิสัยแมวๆของเจ้าเหมียว ช่วยให้เจ้าของเลี้ยงดูหรือดูแลแมวได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญเจ้าของต้องรู้ด้วยว่า พฤติกรรมหรือนิสัยของแมวแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันด้วย เมื่อเรียนรู้และหมั่นสังเกตนิสัยของแมวแต่ละตัวก็จะทำให้รู้ว่านิสัยแมวๆเหล่านั้นกำลังบอกอะไรเราอยู่

4 โรคร้ายที่เกิดขึ้นได้กับน้องแมว

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงทุกประเภท และกลุ่มของโรคแมวที่เกิดขึ้นได้กับน้องแมว มีอยู่หลายโรคด้วยกัน เช่น โรคหัวใจ ตับ ไต และเบาหวาน ลักษณะอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับน้องแมวเมื่อป่วยเป็นโรคตามที่กล่าวมา เป็นอย่างไร

1. โรคหัวใจ
ความผิดปกติที่เกิดจากโรคหัวใจ จะส่งผลให้น้องแมวแสดงอาการผิดปกติ กลุ่มอาการที่ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตได้ เช่น ลักษณะท้องมานหรืออาการบวมน้ำของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เจ็บขาหลังข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง รวมถึงการเป็นอัมพาตของขาหลัง หายใจผิดปกติ เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด เสียชีวิตโดยฉับพลัน
การรักษาโรคหัวใจในแมว ทำได้หลายวิธีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระยะอาการป่วย รวมถึงสุขภาวะสุขภาพพื้นฐานทั่วไปของแมว การรักษาอาจแบ่งเป็นการรักษาทางยา การรักษาทางศัลยกรรม และการรักษาด้วยการควบคุมหรือการปรับอาหารของสัตว์ป่วย

2. โรคตับ
อาการที่เกิดจากความผิดปกติของตับในแมว อาจเป็นไปได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ เช่น ซึม เบื่ออาหาร และอ่อนแรง อาเจียน ท้องเสียหรือท้องผูก มีอาการทางระบบประสาท เช่นเดินวน ชัก หรือเดินเอาหัวตก
การรักษาหากวินิจฉัยว่าน้องแมวป่วยเป็นโรคตับ สามารถทำการรักษาด้วยการผ่าตัด การรักษาทางยาเช่นให้ยาบำรุงตับประเภทวิตามิน และยาฆ่าเชื้อ ยาช่วยลดการดูดซึมของแร่ธาตุ ยาที่ช่วยการทำงานของระบบน้ำดี และวิธีรักษาด้วยการควบคุมอาหาร

3. โรคไต
น้องแมวที่มีความผิดปกติของไต และระบบทางเดินปัสสาวะมักจะแสดงอาการบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน อาการเหล่านั้นได้แก่ ซึม เบื่ออาหาร มีกลิ่นปากหรือพบแผลหลุมในช่องปาก ร่างกายขาดน้ำ กินน้ำและปัสสาวะบ่อยมาก ช่องท้องกางขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องส่วนหลัง สูญเสียการมองเห็นแบบฉับพลัน และมีภาวะกระดูกพรุน
การรักษาหากวินิจฉัยว่าน้องแมวป่วยเป็นโรคไต การรักษาได้แก่ การรักษาด้วยยา การรักษาทางศัลยกรรมในกรณีที่มีก้อนนิ้วอุดตันท่อปัสสาวะ และรักษาด้วยการควบคุมอาหาร

4. โรคเบาหวาน
อาการโรคเบาหวานในแมว มักพบได้ในทุกช่วงอายุ และพบได้มากในแมวสูงอายุ โดยเฉพาะแมวเพศผู้ที่ทำหมันมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ลักษณะที่มีอาการผิดปกติ ดังนี้ น้ำหนักตัวลด แต่กินอาหารเก่ง กินน้ำและปัสสาวะบ่อย ร่างกายขาดน้ำเนื่องมาจากปัสสาวะบ่อย
การรักษาและวินิจฉัย การรักษาโรคเบาหวานในแมวจะขึ้นอยู่กับประเภทของความผิดปกติของโรคเบาหวาน เช่น การให้ฮอร์โมนอินซูลีนทดแทน การให้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมอาหาร และการควบคุมการออกกำลังกาย

การเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงก็เพื่อให้เป็นเพื่อนเล่นคลายเหงา ช่วยเฝ้าบ้านและดูแลทรัพย์สิน การศึกษาข้อมูลและเรียนรู้อาการของโรคแมวช่วยให้เราพัฒนาคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงแสนรักให้มีสุขภาพที่แข็งแรง เป็นเพื่อนคลายเหงาและสร้างรอยยิ้มให้กับเราไปได้นานแสนนาน

ทรายแมว เรื่องที่คนเลี้ยงแมวต้องรู้

ปัญหาใหญ่ของคนเลี้ยงแมวก็คือการขับถ่าย หากเป็นแมวที่เลี้ยงตามบ้านทั่วไปก็คงไม่เป็นปัญหา เพราะแมวเป็นสัตว์รักอิสระและรักความสะอาด แมวสามารถขับถ่ายนอกบ้านได้ง่าย ส่วนคนที่เลี้ยงแมวในห้องเช่า คอนโดมิเนียม อพารทเม้น หรือห้องชุด การดูแลระบบขับถ่ายด้วยการฝึกแมวให้ขับถ่ายในกระบะหรือถาดทราย เป็นวิธีแก้ปัญหาของคนเลี้ยงแมวทั่วไป และสิ่งที่ใช้ดับกลิ่นปฎิกูลของแมวก็คือ “ทรายแมว”

ทรายแมว เรื่องที่คนเลี้ยงแมวต้องรู้   supporthealthypets.com
“ทรายแมว” ที่ใช้สำหรับดับกลิ่นและฝึกการขับถ่ายของแมวมีหลายชนิด และหาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุอุปกรณ์ของสัตว์เลี้ยงทั่วไป ทรายแมวที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่

1. ทรายแมวชนิดที่ไม่จับเป็นก้อน (Non-clumping conventional litter) ลักษณะของทรายแมวชนิดนี้ก็คือ เมื่อแมวขับถ่ายหรือทำให้ทรายเปียก ทรายจะไม่จับตัวเป็นก้อน ข้อด้อยของทรายแมวชนิดนี้ก็คือผู้เลี้ยงต้องหมั่นตักสิ่งปฎิกูลของแมวทิ้งทุกวัน หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้มีกลิ่นเหม็น

2. ทรายแมวชนิดจับเป็นก้อน (Clumping litter) ลักษณะของทรายแมวชนิดนี้เมื่อสัมผัสความชื้นหรือน้ำ สารจะจับตัวเป็นก้อนแข็งทำให้แยกเฉพาะส่วนที่เป็นก้อนออกมาได้ง่าย

3. ทรายแมวชนิดย่อยสลายทางชีวภาพได้ (Biodegradable litter) ลักษณะของทรายแมวชนิดนี้ เป็นทรายที่ทำจากพืชชนิดต่างๆ เช่น ก้อนขี้เลื่อย (clump sawdust) เศษไม้สน (pine wood pellet) ข้าวบาร์เลย์ (barley) เปลือกส้มตากแห้ง และกระดาษหนังสือพิมพ์ใช้แล้ว เป็นทรายแมวที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ แต่อาจมีราคาสูงกว่าทรายแมวทั่วไป ข้อดีของทรายชนิดนี้ก็คือ สามารถทิ้งในชักโครกได้

4. ทรายแมวชนิดซิลิก้าเจล (Siliga gel litter) เป็นทรายแมวที่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ มีความพรุน ทรายแมวชนิดนี้มีคุณสมบัติดูดซับสูงกว่า และดักกลิ่นได้นานกว่าทรายแมวชนิดอื่น รวมถึงมีอายุการใช้งานนานมากกว่า

ทรายแมวทั้ง 4 ชนิดที่กล่าวมา มีทั้งข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน แต่ละชนิดยังมีหลายลักษณะ เช่น เป็นทรายแมวที่มีกลิ่นหอม หรือบางชนิดเป็นทรายแมวที่สามารถเก็บกลิ่นได้ดีมาก สำหรับราคาขึ้นอยู่กับคุณสมบัติหรือลักษณะพิเศษของทรายแมวชนิดนั้นๆ สำหรับทาสแมวหรือคนที่ชื่นชอบการเลี้ยงแมว นอกจากการใช้ทรายแมวแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายของแมวแล้ว การฝึกให้แมวขับถ่ายนอกบ้านหรือขับถ่ายที่โถส้วมหรือชักโครก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเก็บสิ่งปฎิกูลและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงแมวลงได้

พฤติกรรมการคาบลูกหนี ของแมวไทย

การเลี้ยงแมวไทยอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับคนรักแมว เพราะส่วนใหญ่แมวไทยจะแข็งแรงแล้วก็ซุกซนไม่อยู่นิ่ง มีอิสระชอบเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงใกล้ผสมพันธุ์ หากเลี้ยงแมวเพศผู้ คนเลี้ยงก็จะต้องทำใจเพราะพฤติกรรมของเจ้าเหมียวจะหนีหายออกจากบ้านไปเฝ้าแมวเพศเมีย ส่วนคนที่เลี้ยงแมวเพศเมียก็จะมีแมวหนุ่มๆมาวนเวียนร้องเสียงดังอยู่ใกล้ๆบ้าน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน พฤติกรรมในช่วงผสมพันธุ์อาจเป็นเรื่องปกติของแมวไทย แต่พฤติกรรมที่ทำให้คนเลี้ยงวิตกกังวลก็คือพฤติกรรมหลังคลอดที่แมวไทยมักจะคาบลูกหนีหรือย้ายที่อยู่บ่อยๆ

พฤติกรรมการคาบลูกหนี ของแมวไทย
คนที่เลี้ยงแมวไทยจะคุ้นเคยกับพฤติกรรมการคาบลูกหนีหรือย้ายที่อยู่ของลูกน้อยบ่อยๆ พฤติกรรมเหล่านี้จะอยู่ในช่วงแรกคลอด 1-2 สัปดาห์แรกเป็นช่วงที่ลูกแมวน้อยยังเดินไม่แข็งแรง ส่วนสาเหตุที่ทำให้แม่แมวคาบลูกหนีเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
1. การที่แม่แมวคาบลูกหนี อาจเกิดจากแม่แมวรู้สึกว่าบริเวณที่อยู่ไม่ปลอดภัยสำหรับลูกๆ
2. เกิดจากการที่ลูกแมวน้อยถูกรบกวนมากเกินไป เช่น มีแมวที่เจ้าของเลี้ยงรวมกันหลายๆตัว หรือมีแมวเพศผู้ที่เป็นพ่อแมวอยู่ในบริเวณนั้นด้วย
3. พฤติกรรมการคาบลูกหนีของแม่แมว ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้นอกจากเลี้ยงแบบระบบปิด เช่น การเลี้ยงอยู่ภายในห้องเช่า หรือในคอนโดมิเนียม
4. วิธีป้องกันไม่ให้แม่แมวคาบลูกหนี ผู้เลี้ยงไม่ควรไปเล่นหรือไปกวนลูกแมวเพราะจะทำให้แม่แมวระแวงและรู้สึกว่าลูกน้อยจะไม่ปลอดภัย
5. พฤติกรรมการคาบลูกหนีจะเป็นเฉพาะในช่วงแรกๆที่ลูกแมวน้อยยังไม่แข็งแรง หากลูกน้อยเดินหรือวิ่งเล่นได้ และลูกแมวน้อยไม่ถูกรบกวนจากคนเลี้ยงหรือสัตว์อื่นๆมากเกินไป แม่แมวก็จะหยุดพฤติกรรมคาบลูกหนี
6. การดูแลลูกแมวน้อยหากเริ่มแข็งแรงออกมาเดินเล่นหรือเดินซุกซนได้แล้ว ควรหาทรายแมวใส่ถาดวางไว้ใกล้ๆบริเวณที่อยู่เพื่อฝึกระบบการขับถ่ายให้ลูกแมวน้อยตั้งแต่เล็กๆ และป้องกันสภาพแวดล้อมไม่ให้สกปรกและมีกลิ่นขับถ่าย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้แม่แมวคาบลูกแมวน้อยไปอยู่บริเวณอื่นๆ

การเลี้ยงแมวไทย หากเอาใจใส่และเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดจะทำให้รู้อุปนิสัยของแมว ซึ่งแมวแต่ละตัวก็จะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันโดยเฉพาะแม่แมวแรกคลอดที่จะหวงลูก แม้คนเลี้ยงที่อยู่ใกล้ชิดก็ไม่ควรรบกวนหรือวิตกกังวลกับการเลี้ยงลูกน้อยของแม่แมวมากเกินไป เพราะอาจทำให้แม่แมวหงุดหงิดและเครียดจนอาจทำร้ายลูกของตัวเองได้

3 สูตรอาหารแมว ที่คนรักแมวทำเองได้

ความสุขของคนรักแมว นอกจากชื่นชมความสวยงามความน่ารักขี้เล่นของแมวที่เลี้ยงไว้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนยังชอบการทำอาหารหรือปรุงอาหารให้แมวด้วยตัวเอง สูตรอาหารแมวที่ทาสแมวคิดค้นขึ้นมายังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้งช่วยบำรุงขนและบำรุงสุขภาพ วันนี้เรามี 3 สูตรอาหารแมวมาแนะนำ

สูตรที่ 1 อาหารบำรุงแมวป่วย
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. เนื้อไก่ 500 กรัม
2. แครรอท 1 หัว
3. ผักกาดขาว 100 กรัม
4. นมแพะ
วิธีทำ
1. ต้มหรือนึ่งเนื้อไก่ให้สุกแล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำมาฉีกหรือสับเป็นชิ้นเล็ก
2. ปอกเปลือกแครรอทแล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ
3. ล้างผักกาดให้สะอาด
4. นำแครอทไปนึ่งรวมกับผักกาด (ผักกาดแกะเป็นก้านๆ) สุกแล้วยกลงพักไว้ให้เย็นแล้วนำมาสับให้ละเอียด
5. จากนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อไก่สับผสมด้วยนมแพะให้พอขลุกขลิก แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10-20 นาทีพักไว้ให้เย็น
6. ตักใส่ถุงหรือกล่องเล็กๆให้พอแมวกินในแต่ละมื้อแล้วนำไปเข้าตู้เย็นแช่ไว้กินได้หลายวัน
7. เวลาจะใช้นำไปอุ่นให้ร้อนก่อนแล้วพักไว้ให้เย็น ก่อนนำไปให้แมวกิน ดีต่อสุขภาพแมว

สูตรที่ 2 อาหารปรุงสำเร็จสำหรับแมวหลายตัว
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. ข้าวสาร 1 ถ้วย
2. ตับไก่ 200 กรัม สับละเอียด
3. เนื้อไก่สับละเอียด 200 กรัม
วิธีทำ
ผสมข้าวสาร ตับสับละเอียด และเนื้อไก่สับ เติมน้ำไปหุงในหม้อข้าว เหมือนหุงข้าวปกติทั่วไป สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงแมวหลายๆตัว

สูตรที่ 3 ข้าวสวยคลุกเนื้อปลา
ส่วนประกอบ
1. ข้าวสวยตามปริมาณที่แมวกิน
2. ปลาทูสด หรือปลาซาบะสดๆ
วิธีทำ
1. นำปลาทูสด หรือปลาซาบะมาต้มให้สุก โดยไม่ต้องปรุงรส
2. แกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เราต้องการนำมาคลุกกับข้าวสวยในปริมาณที่พอสำหรับแมว
3. เนื้อปลาอาจนึ่งแล้วแล้วแกะเอาแต่เนื้อเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน เวลาใช้นำมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำไปเลี้ยงแมว
4. วิธีนี้สะดวกสบาย สำหรับคนที่ต้องเร่งรีบไปทำงานเพราะข้าวสวยที่ใช้เลี้ยงแมวก็เป็นข้าวที่เราทานอยู่แล้ว

3 เรื่องน่ารู้ ก่อนเตรียมตัวเลี้ยงน้องแมว

แมว สัตว์เลี้ยงที่ชอบร้องเหมียวๆ แล้วประจบด้วยการเข้ามาคลอเคลีย ทำให้หลายคนหลงใหลและคิดจะหาแมวมาเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงแมวนอกจากความรักและชื่นชอบเป็นส่วนตัวแล้ว 3 เรื่องน่ารู้ต่อไปนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทาสแมวควรเรียนรู้ก่อนเตรียมตัวเลี้ยงน้องแมว

1. เรื่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงและดูแลแมว
การเลี้ยงแมวเริ่มมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ การเลือกสายพันธุ์แมว ลูกแมวมีหลายราคาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ต้องการนำมาเลี้ยง เช่น แมวพันธุ์ไทย แมวสายพันธุ์ต่างประเทศ ยกเว้นกรณีนำแมวจรจัดหรือขอลูกแมวมาเลี้ยงดูด้วยความเมตตาสงสารไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เช่น ค่าอาหารแมว ค่าฉีดวัคซีน และค่ายาหรือค่ารักษาเมื่อแมวมีอาการเจ็บป่วย
สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและการดูแลรักษา ผู้เลี้ยงต้องศึกษาเป็นลำดับแรกๆ เนื่องจากมีผลต่อการเลือกสายพันธุ์แมว เช่น แมวขนยาวการดูแลย่อมมีมากกว่าแมวขนสั้น หรือการเลี้ยงแมวพันธุ์ไทยและแมวจรจัดกินอาหารง่ายกว่าสายพันธุ์แมวต่างประเทศ

2. นิสัยและลักษณะเฉพาะของแมว
แมวเป็นสัตว์ที่รักความเป็นอิสระ ซน ไม่อยู่นิ่ง และมีสัญชาตญาณความเป็นนักล่า มีความอยากรู้อยากเห็นและหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา หากไม่คุ้นเคยหรือไม่ได้เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดอาจข่วนหรือทำร้ายคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเด็กๆ ได้ ช่วงเป็นสัดหรือต้องการผสมพันธุ์หากเป็นแมวเพศผู้มักจะหนีหายออกจากบ้าน ส่วนเพศเมียจะมีแมวตัวผู้ที่ต้องการผสมพันธุ์ด้วย มาร้องเสียงดังรบกวนในช่วงกลางคืน
ส่วนลักษณะนิสัยและพฤติกรรม แมวมีเล็บที่แหลมคมเพราะคอยขีดข่วนวัสดุสิ่งของอยู่เสมอ เพื่อเป็นการลับคมเล็บโดยธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้สิ่งของภายในบ้านเสียหายเกิดริ้วรอยหรือฉีกขาดได้

3. อายุขัยของแมว
การศึกษาเรื่องอายุขัยของแมว เริ่มจากการนำลูกแมวมาเลี้ยงไม่ควรอายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ เพราะยังไม่แข็งแรงเพียงพอ ไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีเมื่อนำมาเลี้ยงอาจกลายเป็นแมวขี้โรค อายุลูกแมวควรอยู่ระหว่าง 8-12 สัปดาห์ ซึ่งการเลี้ยงแมวตั้งแต่ยังเป็นลูกแมวทำให้ฝึกการขับถ่ายและทำให้คุ้นเคยกับคนเลี้ยงได้ง่าย
สำหรับอายุขัยของแมว หากได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรค รักษาความสะอาดไม่ให้มีเห็บหมัดรบกวน แมวจะมีอายุยืนเฉลี่ยที่ประมาณ 10-15 ปี

การที่แมวมีอายุยืนสามารถอยู่กับเราได้ยาวนานถึง 10-15 ปี การนำมาเลี้ยงนอกจากจะต้องศึกษา 3 เรื่องน่ารู้ที่กล่าวมาแล้ว ยังดูที่ความพร้อมของผู้เลี้ยงว่าสามารถเลี้ยงดูน้องแมวให้มีความสุขเป็นเพื่อนคลายเหงาหรือเป็นเพื่อนเล่นกับเราให้มีอายุยืนยาวตามอายุขัยได้มากน้อยเพียงใดอีกด้วย

การดูแลลูกแมวแรกคลอด

มื่อแรกเกิดลูกแมวยังไม่มีภูมิคุ้มกันใดๆ การดูแลลูกแมวจึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ช่วงแรกคลอดภายใน 24 ชั่วโมง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ดูดน้ำนมเหลืองจากอกแม่เสียก่อน เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันและที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการดูแลเรื่องพัฒนาการ เช่น อาหาร สภาพแวดล้อม สุขภาพ การเข้าสังคม รวมถึงการฝึกวินัยต่างๆ ให้กับลูกแมวตั้งแต่วัยเด็ก หากขาดการดูแลอย่างถูกต้องลูกแมวอาจจะติดเชื้อทำให้ระบบภายในร่างกายล้มเหลวและเสียชีวิตได้

การดูแลอาหาร ลูกแมวแรกคลอด
อาหารที่สามารถป้อนลูกแมวแรกคลอดคือนมผงแมว หรือ นมแพะ ซื้อได้จากคลินิกสัตวแพทย์ หรือตามร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ทั่วไป การป้อนนมที่สะดวกคือการป้อนผ่านกระบอกฉีดยา แล้วค่อยๆ หยดใส่ปากทีละหยด หรือจะใช้ผ้าก็อตพันรอบๆปลายกระบอกฉีดยาให้คล้ายจุกนมแล้วค่อยกดกระบอกให้ลูกแมวดูด จับแมวในท่านั่ง หากป้อนในท่านอนอาจสำลักทำให้เป็นโรคปอดหรือจุกที่ลำคอเสียชีวิตได้ เมื่ออิ่มจะสังเกตเห็นฟองนมอยู่รอบๆปาก ให้หยุดป้อนและใช้ผ้าสะอาดเช็ดป้องกันนมบูด      supporthealthypets.com

การดูแลระบบขับถ่าย ลูกแมวแรกคลอด
ลูกแมวนั้นยังขับถ่ายเองไม่เป็นเพราะระบบการทำงานของร่างกายยังไม่สมบูรณ์ แต่แมวจะส่งเสียงร้องเจ็บปวดเมื่ออยากขับถ่าย เราสามารถกระตุ้นได้โดยนำผ้านุ่มๆ หรือ สำลี ชุบน้ำอุ่นเช็คที่อวัยวะเพศ หรือรูทวาร แมวจะขับถ่ายภายใน 2 นาที เมื่อครบ 3 สัปดาห์จะเริ่มขับถ่ายเองได้ สังเกตเมื่อมีอาการที่แมวจะขับถ่าย ให้ขับวางที่กระบะทรายจะช่วยฝึกการขับถ่าย

การดูแลเรื่องการนอน ลูกแมวแรกคลอด
การพักผ่อนแมวเล็กใช้เวลาในการนอนเกือบ 90% เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น จัดมุมนอนโดยใช้ผ้านุ่มๆ รอง หรือมีหลอดไฟเปิดห่างประมาณ 1 ฟุต หากขาดความอบอุ่นจะทำให้ความดันตกและเสียชีวิตได้ วิธีสังเกตหากลูกแมวนอนรวมกันแสดงว่าหนาว หากมีอาการที่ผิดปกติ เช่น ส่งเสียงร้องตลอดเวลา ซึม น้ำหนักลด กินนมได้น้อย ปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม อุจจาระมีสีเทาหรือสีเขียวเนื่องจากอาหารไม่ย่อย ควรปรึกษาสัตวแพทย์

นอกจากนั้น การดูแลลูกแมวในที่จำกัดแบบปิดจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ ทำความสะอาดได้ง่าย การให้ความรักความอบอุ่นกับลูกแมวนั้นมีความจำเป็น สมาชิกในบ้านควรแบ่งเวลาเล่นด้วยวันละครึ่งชั่วโมง มีของเล่น เช่น กล่องเล็กๆ ให้ได้ออกกำลังกาย มีผ้าที่มีขนอ่อนนุ่นให้นอนเล่น ช่วยให้แมวมีนิสัยติดบ้าน ไม่สร้างปัญหาออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านตอนโต แมวที่สุขภาพดีทั้งร่ายกายและจิตใจนั้นจะหลับง่าย ไม่ส่งเสียงร้องกวน มีความซุกซน ขนไม่ร่วง รูปร่างปุกปุย น้ำหนักไม่ลด กินอาหารและนมได้ปกติ

การดูแลแมวท้อง และสิ่งที่ควรระวัง

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และใช้เวลาตั้งท้องเพียง 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์เท่านั้น ในการตั้งท้องแต่และคราวแมวจะมีลูกพร้อมกันหลายตัว ดังนั้น วิธีการดูแลแมวท้องเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของแม่แมวและพัฒนาการที่ดีของลูกแมวตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่จนถึงหลังคลอด มีสิ่งที่ต้องดูแลและควรระวัง

ดูแลพัฒนาของแม่แมวและลูกแมวในท้อง
1 เดือนนับจากวันเริ่มผสมพันธุ์ ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอาการที่เห็นได้ชัดเจน คือ แม่แมวจะกินและนอนบ่อยขึ้น บางตัวจะซุกซนน้อยลง ท้องจะเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ราวนมและหัวนมจะตึงเป็นสีชมพู เมื่อแม่แมวนอนตะแคงหากใช้มือกดเบาๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงก้อนเล็กๆที่ท้องได้ ทั้งนี้เพื่อความแน่ใจควรพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจอายุครรภ์ อัลตราซาวด์ดูพัฒนาการ เช่น เต้นของหัวใจและอื่นๆ นอกจากนี้ยังทำให้ทราบจำนวนลูกแมวได้ด้วย   sbobet-sbobet.org

การดูแลในช่วงนี้เนื่องจากมีลูกแมวจำนวนมากและอายุครรภ์สั้น จึงควรเอาใจใส่เรื่องสุขภาพและอาหารการกินเป็นพิเศษ ควรเน้นอาหารพวกโปรตีน ออกกำลังกายได้ตามปกติ งดให้ยาบำรุงเพื่อป้องกันครรภ์เป็นพิษ จัดมุมที่เงียบสงบให้พักผ่อน

ดูแลก่อนคลอดและหลังคลอด
แม่แมวเมื่อท้องแก่จะเคลื่อนไหวช้าลงและมักจะมาคลอเคลียเจ้าของ เจ้าของควรช่วยลูบตามตัว ตามท้องเบาๆ ให้ผ่อนคลายได้ สถานที่เตรียมคลอดของแม่แมวนั้นต้องมีความเป็นส่วนตัว นั่นคือ ต้องมีความเงียบ ความอบอุ่น เพียบพร้อมด้วยน้ำและอาหารอยู่ข้างๆ อาจจะใช้ตะกร้าใบใหญ่ ปูทับด้วยผ้าสำหรับรองรับลูกแมวที่ถูกขับออกมาและใช้ผ้าคลุมด้านบนอีกที ช่วง 1 ชั่วโมงก่อนคลอดแม่แมวจะหายใจแรงและเร็วและสังเกตเห็นลูกๆ ดิ้นได้ชัดเจน บางตัวอาจจะส่งเสียงร้องเบาๆ
ลูกแมวแต่ละตัวจะถูกขับช่วงหัวและขาหน้าแนวลำตัวออกมาก่อน แต่บางตัวอาจจะถูกขับส่วนท้ายออกมาก็ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด การปฐมพยาบาลลูกแมวหลังคลอดทำได้โดยใช้ลูกยางแดงเล็กๆ ดูดน้ำคร่ำตามจมูกและปากออกให้หมด ใช้สำลีชุบน้ำอุ่น เช็ดตามใบหน้าและตามตัว หากจะอาบน้ำต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าตาและจมูก ลูกแมวนั้นมักจะหนาวง่ายให้ใช้ผ้าเช็ดตามตัวให้แห้ง ใช้ไดร์เป่าช่วยก็จะดี หลังจากนั้นเราช่วยแม่แมวด้วยการนำลูกๆมาวางใกล้ๆแม่เพื่อรับไออุ่นและดูดนมได้ หลังจากนั้นควรปล่อยให้แม่แมวดูแลลูกๆเอง หากถูกรบกวนอาจจะคาบลูกหนีไปได้

การดูแลแมวท้องมีข้อควรระวัง คือ หากแม่แมวหมดแรงเบ่ง หรืออ่อนเพลียมาก หรือลูกแมวออกมาไม่ครบ ควรรีบนำส่งสัตวแพทย์เพื่อป้องกันแม่แมวและลูกเสียชีวิต

วิธีดูแลขนแมวเปอร์เซีย

วิธีดูแลขนแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซีย เป้นแมวพันขนยาวที่มีขนสวย แต่ถ้าขาดการดูแล บำรุงอยู่เสมอก็คงเป็นขนแมวที่ไม่สวย ไม่นุ่มลื่นและพันกันจนเป็นสังกะตังได้ ถ้าเรารู้เคล็ดลับในการดูแลขนแมวเปอร์เซียอย่างไรให้ดูสวยแล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ แต่ต้องระวังเชื้อรา ที่เป็นปัยหาใหญ่สำหรับเจ้าของแมวเปอร์เซียที่ต้องใช้เวลาในการรักษา สามารถติดเชื้อสู่คนได้

สิ่งแรกที่เราต้องดูแลคือ อาหารของแมวเปอร์เซียต้องเป็นสูตรบำรุงขน ป้องกันก้อนขนอุดตัน จากนั้นก็เลือกใช้แชมพูอาบน้ำสำหรับแมวขนยาว จะมีการบำรุงขนให้เงางาม มีแชมพูสูตรป้องกันสังกะตังสำหรับแมวด้วย มีนวัตกรรมใหม่ที่เป็นทรีทเม้นบำรุงขนแมว เพียงแค่ฉีดลงบนขน จากนั้นลูกให้ทั่วโดยไม่ต้องล้างออก เหมือนโลชั่นบำรุงขน

จากนั้นต้องซื้อแปรงขนแมวไว้สำหรับแปรงขนหรือหวีขนให้แมวเปอร์เซียทุกวัน เพื่อที่ให้ขนของเค้าไม่พันกัน ไม่เป็นสังกะตัง ขนจะยาวสวย ให้แปรงขนทุกวันหากทำได้ หรือวันเว้นวันก็ได้ แปรง

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี

ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเจ็บป่วยก็มักจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเช่น เจ้าแมวเหมียว สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งอากาศร้อนอบอ้าว ฝนตก หรืออากาศหนาว มักทำให้เจ้าแมวเหมียวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีน้ำมูก มีไข้และตัวร้อน อาการป่วยไข้ของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มีวิธีดูแลอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลและคำแนะนำดีๆมาฝาก

อาการเจ็บป่วยและสาเหตุของโรค
แมวมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดได้เหมือนคน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้ เช่น อาการไข้หวัด สัตวแพทย์จะเรียกโรคหวัดแมวว่า Cat Flu เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด และมักจะพบในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน สาเหตุของการเกิดโลก เช่น สัมผัสเชื้อไวรัสที่อยู่ตามตัวของแมวหรือเสื้อผ้าของคนเลี้ยง การได้รับเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก และสิ่งคัดหลั่งอื่นๆของแมวที่ป่วยเป็นหวัด     supporthealthypets.com

ลักษณะอาการของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด
1. มีอาการจามหรือไอมากผิดปกติ
2. นอนซึม หมดเรี่ยวแรง เดินไม่ค่อยไหว
3. เบื่ออาหาร ผอมโซ
4. มีไข้ ตัวร้อน บ้างครั้งมีน้ำมูกไหล ขี้ตาเฉอะแฉะมากกว่าปกติ
5. มีแผลในช่องปาก ช่องปากอักเสบ ตาอักเสบมีขี้ตา หรือตาแฉะ

วิธีดูเมื่อเจ้าแมวเหมียวป่วย
1. เมื่อสังเกตอาการและรู้แน่ชัดว่าเจ้าแมวเหมียวป่วยเป็นไข้หวัด หากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว ให้คัดแยกแมวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อไม่ให้แมวตัวอื่นติดไข้หวัดจากแมวที่ป่วย
2. จัดให้แมวที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ในสถานที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก
3. เช็ดทำความสะอาดตาและจมูก เพื่อให้แมวหายใจสะดวกและรู้สึกสบายตัว
4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เลี้ยงแมวป่วยให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่แมวตัวอื่นๆ
5. นำแมวป่วยไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการป่วย
6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

Older posts

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑