C a t

Felis catus

Month: มิถุนายน 2018

ความเชื่อ และลักษณะแมวที่ไม่ควรเลี้ยง

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักที่คนนิยมเลี้ยงมากอยู่ในอันดับต้นๆของสัตว์เลี้ยงทั้งหมด แต่แมวมีความแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงอื่น เพราะมีเรื่องของความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย นอกจากเรื่องของความเชื่อแล้วยังมีแมวที่ไม่ควรเลี้ยงเพราะเป็นแมวอัปมงคลซึ่งมีหลายลักษณะที่ทาสแมวหรือคนรักแมวควรรู้ไว้

ความเชื่อ เกี่ยวกับประเพณีแห่นางแมว   
คนโบราณเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีอำนาจลึกลับและศักดิ์สิทธิ์จึงมีการนำแมวมาทำพิธีช่วยเรียกฝน โดยเฉพาะภาคอีสาน ในความเชื่อเมื่อฝนไม่ตกให้ใช้สัตว์ที่มีสีเดียวกับเมฆมาเรียกฝนจะทำให้ฝนตกลงมาและสัตว์ประเภทเดียวที่มีสีเมฆก็คือ แมวสีสวาท   sbobet-sbobet.org
สำหรับพิธีแห่นางแมว คนภายในหมู่บ้านจะพร้อมใจกันแต่งตัวสวยงามแล้วออกมารวมตัวกัน เมื่อได้เวลาก็จะเริ่มขบวนแห่ และก่อนการแห่นางแมวจะให้ผู้สูงอายุกล่าวบอกกับแมวก่อนที่จะนำแมวลงในตะกร้าหรือกะทอว่า “นางแมวเอย ขอฟ้าขอฝนให้ตกลงมาด้วยนะ” จากนั้นก็จะเดินขบวนแห่นางแมวไปรอบหมู่บ้าน ขณะแห่เจ้าของบ้านที่อยู่ตามเส้นทางก็จะสาดน้ำให้แมวร้อง เพราะเชื่อว่าเมื่อแมวร้องจะทำให้ฝนตกลงมา

ความเชื่อลักษณะแมวที่ไม่ควรเลี้ยง
ตามความเชื่อได้บ่งบอกลักษณะของแมวอัปมงคลที่ห้ามนำมาเลี้ยงไว้ เพราะอาจจะนำความโชคร้ายมาสู่เจ้าของได้ซึ่งมีอยู่ 6 ประเภท ได้แก่
1. แมวทุพลเพศ เป็นแมวที่มีลักษณะร้าย ลำตัวมีสีขาวหม่น ส่วนหางขอดหรือม้วน นัยน์ตาสีแดงเหมือนเลือด นิสัยชอบขโมย เช่น ชอบขโมยปลากินในตอนกลางคืน ใครเลี้ยงไว้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความเดือดร้อนเป็นประจำ
2. แมวพรรณพยัคฆ์ หรือ แมวลายเสือ ชื่อก็บ่งบอกไว้อย่างชัดเจนว่ามีรูปร่างและลักษณะคล้ายเสือแววตาแข็งกร้าว มีนัยน์ตาสีแดงดั่งสีเลือดเสียงร้องโหยหวนเหมือนเสียงผีโป่งร้องตามป่าเขา ชอบหลบซ่อนตามที่มืดในเวลากลางวัน
3. แมวหิณโทษ เป็นแมวเพศเมียมีลักษณะรูปร่างดี ขนสวยนิสัยช่างประจบและเข้ากับคนเลี้ยงได้ดี มีข้อเสียหรือมีลักษณะที่ไม่ควรเลี้ยงก็คือ เมื่อตั้งท้องครั้งใด ลูกแมวมักจะตายในท้องเสมอ โบราณเชื่อว่าใครเลี้ยงไว้จะนำภัยพิบัติมาสู่บ้าน
4. แมวปีศาจ เป็นแมวเพศเมียเชื่อกันว่าเป็นแมวที่มีลักษณะอัปมงคลและไม่ควรนำมาเลี้ยงไว้พฤติกรรมของแมวปีศาจก็คือ ตั้งท้องถ้าคลอดลูกออกมาแล้วจะกินลูกตัวเอง แมวชนิดนี้มีรูปร่างเหมือนผีร้าย ตัวผอม หนังเหี่ยวยาน หางขอดนัยน์ตาสีแดงเลือด ชอบหลบตามที่มืด กลางวันเซื่องซึม กลางคืนกลับว่องไว
5. แมวกอบเพลิง เป็นแมวที่มีลักษณะชอบสันโดษอยู่ตามลำพังตามยุ้งข้าว ตามป่า ไม่ค่อยจะพบคน เวลาพบคนมักกระโดดหนี ชอบทำตัวลึกลับเชื่อว่าเมื่อนำมาเลี้ยงจะให้โทษกับคนเลี้ยง
6. แมวเหน็บเสนียด เป็นแมวอัปมงคลอีกหนึ่งลักษณะที่ไม่ควรนำมาเลี้ยง เพราะมีความพิการมาตั้งแต่กำเนิด โคนหางเป็นสีด่าง เวลานั่งมักเอาหางซ่อนไว้ใต้ก้นเหมือนค่างในป่า มีนิสัยโหดร้าย เที่ยวไล่กัดแมวตัวอื่นอยู่เสมอ เชื่อกันว่าถ้านำมาเลี้ยงจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล

ความเชื่อและลักษณะของแมวที่ไม่ควรเลี้ยงมีทั้งลักษณะของแมวอัปมงคลและเป็นการนำแมวมาเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล สำหรับทาสแมวศึกษาไว้เป็นความรู้ครับ

การดูแลและวิธีคลายร้อนน้องแมวในช่วงหน้าร้อน

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไม่ว่าฤดูไหนๆอากาศก็ยังร้อนและยิ่งเป็นช่วงฤดูร้อนไม่เฉพาะคนเท่านั้น ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี สัตว์เลี้ยงก็เช่นเดียวกัน แมว เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ในลำดับต้นๆ และส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์แมวจากต่างประเทศ เนื่องจากมีรูปร่างและขนฟูสวย เมื่อนำมาเลี้ยงในเมืองร้อน จึงต้องดูแลและใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกัน โรคฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด

ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด คืออะไร
ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด เป็นอาการที่อุณหภูมิในร่างกายของแมวสูงขึ้น เพราะได้รับความร้อนจากภายนอกมากขึ้น สาเหตุสำคัญก็คือ การปล่อยให้แมวอยู่ในบริเวณที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานๆ

อาการฮีทสโตรกที่เกิดขึ้นกับแมว   supporthealthypets.com
อาการฮีสโตรกในแมว จะมีสัญญาณบ่งบอกอาการตามภาวะความอันตรายได้ 2 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 แมวจะมีอาการหายใจเร็ว และรัว หอบ หายใจทางปาก หายใจเสียงดังหรือมีลักษณะหายใจลำบาก ตัวร้อน หากวัดอุณหภูมิร่างกายไม่ควรเกิน 40.5 องศา
ระดับที่ 2 แมวจะมีอาการน้ำลายไหลยืด จมูกและปากเปียกแฉะ ลักษณะอาการกระสับกระส่ายไม่สบายตัว บางครั้งอาจมีอาการซึมผิดปกติ การที่บ่งบอกความรุนแรง คือนอนนิ่ง ช็อค ชักเกร็ง หากพาไปพบแพทย์ไม่ทันสัตว์เลี้ยงอาจเสียชีวิตได้

วิธีคลายร้อนเมื่อแมวมีอาการฮีสโตรก
อาการฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด เป็นอาการที่อุณหภูมิในร่างกายของแมวสูงขึ้น ผู้เลี้ยงที่ไม่เข้าใจ เมื่อแมวมีอาการที่รุนแรงอาจใช้วิธีผิดๆ ด้วยการทำให้ความร้อนในตัวน้องแมวคลายลง โดยการเช็ดตัวหรือลดอุณหภูมิของสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำเย็นจัด ถือเป็นความเข้าใจผิดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ข้อควรระวังอีกประการก็คือห้ามเปลี่ยนอุณหภูมิห้องอย่างฉับพลัน

วิธีคลายร้อนเมื่อแมวมีอาการฮีสโตรก ก่อนที่จะนำส่งสัตว์แพทย์ ควรย้ายน้องแมวไปที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เปิดพัดลมส่ายเบาๆ หากเป็นห้องแอร์ไม่ควรเปิดแอร์ เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วอาจทำให้แมวช็อคได้

เมื่อเปิดพัดลมหรือทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกแล้ว ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้อง ค่อยๆเช็ดบริเวณใบหูและขาหนีบ เพื่อระบายความร้อน ข้อห้ามก็คือไม่ใช้น้ำเย็นหรือไม่ใช้ผ้าเปียกห่อหรือคลุมตัวแมว เมื่อเช็ดตัวให้ระบายความร้อนทำให้แมวรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ให้รีบนำส่งสัตว์แพทย์โดยด่วน

การดูแลสุขภาพแมวในช่วงหน้าร้อน เพื่อป้องกันอาการฮีสโตรก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะแมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่ควรเลี้ยงไว้ในห้องแอร์ตลาดเวลา เพราะไม่คุ้นชินกับอากาศภายนอก หากต้องอยู่ในอากาศร้อนๆ อาการฮีสโตรกก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑