C a t

Felis catus

Author: 0XM0CB (page 1 of 6)

2 สูตรอาหารแมว ทำเองได้

การเลี้ยงน้องแมวไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์ไทยหรือสายพันธุ์แมวต่างประเทศ สำหรับทาสแมวการเลือกอาหารให้น้องแมวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะต้องให้อาหารน้องแมวอย่างถูกวิธีโดยเลือกอาหารที่เหมาะกับน้องแมวในแต่ละช่วงวัยแล้ว สารอาหารที่น้องแมวควรจะได้รับก็เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพราะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเจ้าแมวเหมียว  sbobet-sbobet.org

2 สูตรอาหารน้องแมว ทำเองได้
อาหารของน้องแมวนอกจากอาหารแมวสำเร็จรูปที่มีขายอยู่ทั่วไปแล้ว อาหารสดที่เหมาะสำหรับเจ้า เหมียวเราก็สามารถนำมาปรุงให้น้องแมวกินได้ การปรุงอาหารสดให้แมวนอกจากทำให้แมวเหมียวได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของน้องแมวแล้ว ยังเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนเลี้ยงแมว สำหรับสูตรอาหารแมวที่สามารถทำได้ง่ายๆ ได้แก่

1. อาหารน้องแมวสูตรเนื้อหมู
ส่วนประกอบและวิธีทำ
1. เนื้อหมูต้มสุก 200 กรัม
2. เนื้อผักทองนึ่ง 100 กรัม
3. แครอทต้มสุก 100 กรัม
4. น้ำซุป ½ ถ้วย
5. นำส่วนผสมทั้งหมดมาบดรวมกันใส่น้ำซุปให้มีน้ำคลุกคลิก

2. อาหารน้องแมวสูตรเนื้อปลาผักและไข่
ส่วนประกอบและวิธีทำ
1. เนื้อปลาทูทอดหรือปลาทูสดต้ม 4 ตัวแกะเอาแต่เนื้อ
2. ไข่ไก่ต้มสุก 1 ฟอง
3. ถั่วฝักยาว 50 กรัม
4. น้ำมันตับปลา 1 แคปซูล
5. นำส่วนผสมมาบดหรือปั่นรวมกันไม่ต้องให้ละเอียดหรือเหลวมากนัก

ข้อควรระวังสำหรับการปรุงอาหารให้น้องแมว
น้องแมวอาจเป็นสัตว์กินเนื้อหรือเป็นสัตว์เลี้ยงที่กินง่าย โดยเฉพาะแมวบ้านหรือแมวไทย แต่อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรให้น้องแมวกินก็มีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น
1. อาหารที่นำมาปรุง เช่น ไข่ไก่ควรเป็นไข่สุกเท่านั้นเพราะนอกจากย่อยยากแล้วยังอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมากับไข่ดิบ
2. พยายามหลีกเลี่ยงเมนูที่ต้องใช้น้ำมันหรือเนย
3. ถึงแม้แมวจะเป็นสัตว์กินเนื้อ ก็ไม่ควรให้แมวกินเนื้อดิบทุกชนิด เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อหมู
4. อาหารที่น้องแมวโปรดปราน เช่น แฮม และโบโลน่า ที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพของน้องแมว ควรให้กินเป็นอาหารพิเศษนานๆครั้ง

การเลี้ยงแมวและการให้อาหารทุกประเภทต้องฝึกให้แมวกินอาหารแต่ละชนิดตั้งแต่เล็กๆ เพราะแมวบางตัวเมื่อกินอาหารปรุงเองก็จะไม่ยอมกินอาหารแมวสำเร็จรูปหรืออาหารเม็ด ดังนั้น การเลือกอาหารให้กับน้องแมวผู้เลี้ยงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายและความเหมาะสมในการเลี้ยงด้วย เช่น ผู้เลี้ยงต้องทำงานนอกบ้านและต้องปล่อยให้น้องแมวอยู่บ้านหรืออยู่ในห้องเพียงลำพัง อาหารสำเร็จรูปประเภทอาหารเม็ดเหมาะกับน้องแมวมากที่สุด

3 สูตรอาหารแมว ที่คนรักแมวทำเองได้

ความสุขของคนรักแมว นอกจากชื่นชมความสวยงามความน่ารักขี้เล่นของแมวที่เลี้ยงไว้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนยังชอบการทำอาหารหรือปรุงอาหารให้แมวด้วยตัวเอง สูตรอาหารแมวที่ทาสแมวคิดค้นขึ้นมายังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้งช่วยบำรุงขนและบำรุงสุขภาพ วันนี้เรามี 3 สูตรอาหารแมวมาแนะนำ

สูตรที่ 1 อาหารบำรุงแมวป่วย
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. เนื้อไก่ 500 กรัม
2. แครรอท 1 หัว
3. ผักกาดขาว 100 กรัม
4. นมแพะ

วิธีทำ
1. ต้มหรือนึ่งเนื้อไก่ให้สุกแล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำมาฉีกหรือสับเป็นชิ้นเล็ก
2. ปอกเปลือกแครรอทแล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ
3. ล้างผักกาดให้สะอาด
4. นำแครอทไปนึ่งรวมกับผักกาด (ผักกาดแกะเป็นก้านๆ) สุกแล้วยกลงพักไว้ให้เย็นแล้วนำมาสับให้ละเอียด
5. จากนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อไก่สับผสมด้วยนมแพะให้พอขลุกขลิก แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10-20 นาทีพักไว้ให้เย็น
6. ตักใส่ถุงหรือกล่องเล็กๆให้พอแมวกินในแต่ละมื้อแล้วนำไปเข้าตู้เย็นแช่ไว้กินได้หลายวัน
7. เวลาจะใช้นำไปอุ่นให้ร้อนก่อนแล้วพักไว้ให้เย็น ก่อนนำไปให้แมวกิน ดีต่อสุขภาพแมว

สูตรที่ 2 อาหารปรุงสำเร็จสำหรับแมวหลายตัว
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. ข้าวสาร 1 ถ้วย
2. ตับไก่ 200 กรัม สับละเอียด
3. เนื้อไก่สับละเอียด 200 กรัม

วิธีทำ
ผสมข้าวสาร ตับสับละเอียด และเนื้อไก่สับ เติมน้ำไปหุงในหม้อข้าว เหมือนหุงข้าวปกติทั่วไป สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงแมวหลายๆตัว

สูตรที่ 3 ข้าวสวยคลุกเนื้อปลา
ส่วนประกอบ
1. ข้าวสวยตามปริมาณที่แมวกิน
2. ปลาทูสด หรือปลาซาบะสดๆ

วิธีทำ
1. นำปลาทูสด หรือปลาซาบะมาต้มให้สุก โดยไม่ต้องปรุงรส
2. แกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เราต้องการนำมาคลุกกับข้าวสวยในปริมาณที่พอสำหรับแมว
3. เนื้อปลาอาจนึ่งแล้วแล้วแกะเอาแต่เนื้อเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน เวลาใช้นำมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำไปเลี้ยงแมว
4. วิธีนี้สะดวกสบาย สำหรับคนที่ต้องเร่งรีบไปทำงานเพราะข้าวสวยที่ใช้เลี้ยงแมวก็เป็นข้าวที่เราทานอยู่แล้ว

อาหารปรุงเองที่แมวชื่นชอบที่สุดก็คือ ข้าวสวยที่คลุกกับเนื้อปลาแต่ไม่ควรเป็นปลาที่นึ่งมาจากตลาด เพราะมีการปรุงรสให้เค็ม แมวกินบ่อยๆอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ สำหรับทาสแมวที่สนใจหรือชอบทำอาหารให้แมวด้วยตัวเอง ทั้ง 3 สูตรทำไม่ยากและยังดีต่อสุขภาพของแมวอีกด้วยนะครับ

การเตรียมตัวเลี้ยงแมว ใครว่าไม่สำคัญ

สัตว์เลี้ยงทุกชนิดนอกจากเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาแล้ว ยังใช้เฝ้าบ้านหรือช่วยป้องกันอันตรายจากจากสัตว์อื่นๆ ที่เข้ามาเพ่นพ่านอยู่ในบ้านของเรา เช่น งู สัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ หรือหนูที่ชอบเข้ามาทำลายข้าวของให้เสียหาย และยังเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่ตัวเราอีกด้วย แต่การมีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านก็ต้องมีการเตรียมตัวไว้ก่อน โดยเฉพาะการเลี้ยงแมว ซึ้งเป็นสัตว์ที่รักความเป็นอิสระ มีนิสัยขี้อ้อนชอบประจบ และมักจะเข้ามาคลอเคลียผู้เป็นเจ้าของ หากไม่รักไม่ชื่นชอบจริงๆอาจกลายเป็นสร้างปัญหาให้กับผู้เลี้ยงได้   sbobet-sbobet.org

การเตรียมตัวเลี้ยงแมว ใครว่าไม่สำคัญ
การเตรียมตัวหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเลี้ยงแมว ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น แต่หลายๆคนอาจมองข้าม หากเป็นการนำลูกแมวเล็กๆมาเลี้ยง ในช่วงแรกความน่ารักน่าเอ็นดูอาจทำให้คนที่นำมาเลี้ยงมองข้ามปัญหาอื่นๆไปได้ เช่น การขับถ่าย การปัสสาวะที่ไม่เป็นระบบและไม่สามารถควบคุมได้ แต่เมื่อเลี้ยงไปนานๆ อาจกลายเป็นปัญหาที่ต้องนำไปปล่อยเพราะไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงแมว จึงต้องเริ่มจากเรื่องต่างๆ ดังนี้

1.การเตรียมความพร้อมของตัวผู้เลี้ยง
การมีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน ถึงแม้จะเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงาหรือด้วยจุดประสงค์อื่น สิ่งที่เป็นภาระตามมาก็คือการเลี้ยงดู และไม่ใช่การเลี้ยงดูในระยะสั้นแต่เป็นการเลี้ยงดูในระยะยาวเพราะแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีช่วงประมาณอายุ 10-15 ปี และในระหว่างเลี้ยงก็อาจมีการขยายหรือแพร่พันธุ์ออกไปได้ หากผู้เลี้ยงไม่มีความพร้อมในการดูแล ก็จะกลายเป็นการสร้างภาระให้มากกว่าการเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา

2.เรียนรู้อุปนิสัยและพฤติกรรมของแมว
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักความเป็นอิสระมีความเป็นตัวเอง สามารถออกไปที่ไหนๆได้ตามที่ใจชอบ และจะกลับมาบ้านเมื่อเริ่มหิว วิธีเลี้ยงโดยการกำหนดพื้นที่ให้อยู่เช่นเดียวกับการเลี้ยงสุนัขทำได้ยาก ดังนั้นเมื่อนำมาเลี้ยงแล้วควรหาปลอกคอมาใส่ให้เจ้าแมวเหมียวของเราตั้งแต่เล็กๆ เพื่อความปลอดภัยและแสดงให้รู้ว่าเป็นแมวที่มีเจ้าของ

3.เรียนรู้การฝึกนิสัยและการดูแลสุขภาพของแมว
ศึกษาเรียนรู้วิธีการฝึกนิสัยของแมว เช่น ฝึกการขับถ่ายที่สามารถฝึกได้ตั้งแต่เล็กๆโดยการนำทรายใส่ในถาดหรือใส่ในภาชนะเพื่อให้แมวขับถ่ายเป็นที่ เรียนรู้การดูแลแมวป่วย หรือเรียนรู้ลักษณะอาการเจ็บป่วยของแมว เพราะการป้องกันไว้ย่อมดีกว่าการรักษา

การเตรียมตัวเบื้องต้น เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลี้ยงแมว เพราะเมื่อเลี้ยงแล้วก็ย่อมรัก การเลี้ยงดูที่ถูกต้องจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้แมวเหมียวแสนรักของเรามีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่เป็นภาระในการเลี้ยงดู

เจ้าแมวเหมียวของไทย ดังไกลไปทั่วโลก

หากพูดถึงเจ้าแมวเหมียว สัตว์เลี้ยงแสนรักที่ชอบเข้ามาคลอเคลียออดอ้อน จนทำให้หลายๆคนใจอ่อนยอมนำเจ้าแมวเหมียวมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เลี้ยงไว้เพื่อช่วยจับหนูหรือสัตว์อื่นๆที่เราไม่พึงปรารถนา ถึงแม้ประเทศอียิปต์จะได้ชื่อว่าเป็นชาติแรกที่เริ่มเลี้ยงแมว โดยการนำแมวป่ามาเลี้ยงไว้ภายในบ้าน จนทำให้มีแมวหลากหลายสายพันธุ์อยู่ทั่วโลก ปัจจุบันแมวไทยก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธ์ที่มีชื่อเสียงและดังไกลไปทั่วโลก เช่นกัน

คุณลักษณะเด่นของแมวไทย
แมวไทย ได้แก่ แมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย ลักษณะโดดเด่น ที่ทำให้มีความแตกต่างจากแมวอื่นๆจากทั่วโลก ก็คือเป็นแมวที่มีอุปนิสัยฉลาด รักเจ้าของ รักบ้าน มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักประจบและรักอิสระ ชอบที่จะออกไปหากินหรือไปไหนๆตามที่ใจชอบ และเป็นที่น่าสังเกตว่า การผสมพันธุ์ระหว่างแมวไทยและแมวต่างประเทศ ลูกแมวที่ออกมาแม้จะมีลักษณะหรือสีเหมือนกับแมวไทยทุกประการ แต่จะไม่ได้อุปนิสัยของแมวไทย นอกจากการผสมพันธุ์ระหว่างแมวไทยด้วยกัน  supporthealthypets.com

แมวไทย ดังไกลไปทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย เริ่มมีการเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และเมื่อปี พ.ศ. 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งให้แก่ โอเวน กูลด์ กงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย ซึ่งได้นำไปน้องสาว ที่ประเทศอังกฤษ และต่อมาแมวตัวผู้และแมวตัวเมียคู่นั้นได้ส่งเข้าประกวด ในงานประกวดแมว ที่ The Crystal Palace ณ กรุงลอนดอน ผลปรากฏว่าแมวไทยคู่นั้นได้ที่ 1 ทำให้ชาวอังกฤษหันมานิยมเลี้ยงแมวไทยกันมากขึ้น ส่งผลให้แมวไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และแมววิเชียรมาศของไทยก็รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Siamese Cat หรือ แมวสยาม
นอกจากการเลี้ยงแมวไทยจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมของคนทั่วไปแล้ว ในสหรัฐอเมริกา นางลูซี่ เว็บบ์ ภรรยาของ นายรัทเทรอ์ฟอร์ด บี.เฮส์ ประธานาธิบดีคนที่ 29 ของสหรัฐอเมริกา ก็เป็นคนแรกที่นำแมวไทยตัวแรกไปเลี้ยง ส่วนผู้นำหรือคนดังที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของเมืองไทย และเป็นผู้ที่นิยมเลี้ยงแมวไทยมีหลายท่าน อาทิ เช่น นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีตผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน ยีนของแมวไทยได้กระจายไปสู่แมวสายพันธุ์ต่างประเทศทั่วโลกมากถึง 40 สายพันธุ์ด้วยกัน เฉพาะแมวไทยก็มียังมีหลากหลายชนิดและหลายพันธุ์ แต่คำว่าแมวไทย หรือ Siamese Cat ที่ต่างชาติรู้จัก ไม่ได้หมายถึงแมวทุกตัวที่อยู่ในเมืองไทย แต่หมายถึงแมวพันธุ์แท้ ซึ่งออกลูกมาจะต้องมีลักษณะคงที่ เช่น แมวเก้าแต้ม แมวสีดอกเลา หรือแมวสีทองแดง เท่านั้น

แมวจรจัด กับลักษณะนิสัยที่ทาสแมวควรรู้

แมวเป็นสัตว์ที่มีสายตาขี้อ้อนโดยเฉพาะลูกแมวตัวเล็กๆ ลักษณะนิสัยและความน่ารักของเจ้าแมวน้อยเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้คนรักแมวหลายคนต้องหลงใหลจนต้องนำมาเลี้ยงดูเท่านั้น แต่ยังทำให้คนที่มีจิตใจเมตตา แม้จะไม่ชื่นชอบการเลี้ยงแมวมาก่อนก็ต้องใจอ่อนและยอมอุปการะเลี้ยงดูแมวจรจัดซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งด้วยความสงสาร

แมวจรจัด กับลักษณะนิสัยที่ทาสแมวควรรู้
แมวจรจัดจะมีนิสัยและพฤติกรรมแตกต่างจากแมวทั่วๆไป ก่อนนำมาเลี้ยงจึงต้องเรียนรู้พฤติกรรมและลักษณะนิสัยของลูกแมวจรจัดอย่างเข้าใจเสียก่อนโดยสายพันธุ์แมวเป็นสัตว์ป่าและมีสัญชาตญาณของการเป็นนักล่าอยู่ในตัวแมวมีเล็บที่แข็งแกร่ง ว่องไวปราดเปรียว มีสายตาแหลมคมและมองเห็นในตอนกลางคืน ทำให้สามารถล่าเหยื่อในความมืดได้เป็นอย่างดี

แมวจรจัดที่ไม่ได้รับการเลี้ยงดู และส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่ตามอาคารร้างหรืออาศัยอยู่ในป่า ทำให้ไม่คุ้นเคยกับคนและยังมีความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา การนำลูกแมวป่าหรือแมวจรจัดมาเลี้ยง ถึงแม้จะนำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆก็ยังมีนิสัยหวาดระแวงและกลัวคน ลักษณะนิสัยของแมวจรจัดที่แตกต่างจากแมวเลี้ยงทั่วไป เช่น

1. ลูกแมวที่ยังไม่หย่านมหรือยังเล็กๆเมื่อนำมาเลี้ยงจะมีนิสัยหวาดระแวงและกลัวคน ไม่ยอมให้จับหรือเล่นด้วย แต่มักจะซ่อนตัวอยู่เงียบๆ

2. ตื่นตกใจง่าย ไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าหรือแม้แต่คนเลี้ยง หากทำให้ตกใจกลัวอาจขู่ฟู่วๆหรือข่วนคนเลี้ยงตามสัญชาตญาณ

3. ความเป็นนักล่าเมื่อเลี้ยงจนโต มักล่าสัตว์หรือแมลงตัวเล็กๆ เช่น จิ้งจก หนู เขียด อึ่งอ่าง จิ้งหรีด หรืองูตัวเล็กๆแล้วคาบเข้ามาในบ้านเสมอๆ

4. บางตัวหน้าตาและแววตาดุร้ายไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า นอกจากคนเลี้ยงหรือเจ้าของเท่านั้น

5. ชอบท่องเที่ยวหรือหนีหายออกจากบ้าน โดยเฉพาะในช่วงผสมพันธุ์

6. ฝึกสอนยาก เช่น ฝึกให้ขับถ่ายในถาดทราย เพราะการฝึกขับถ่ายต้องฝึกตั้งแต่ยังเล็ก แต่ลูกแมวจรจัดมักแอบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยออกมาให้คนเลี้ยงเห็น นอกจากเวลาหิวและเวลากินเท่านั้น

7. อาจควบคุมการผสมพันธ์และดูแลสุขภาพได้ยาก ถึงแม้จะเลี้ยงและดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะมักจะหนีหายและไม่ค่อยให้จับตัวได้ง่ายๆ

การนำลูกแมวจรจัดมาเลี้ยง อาจต้องทำใจและเลี้ยงแบบอุปการะคือให้อาหารแล้วปล่อยให้เป็นอิสระ โดยเฉพาะการนำมาเลี้ยงเป็นรุ่นแรกๆเมื่อผสมพันธุ์มีลูกในรุ่นต่อๆไป ก็จะเริ่มค้นเคยกับคนและมีนิสัยเป็นแมวบ้านมากขึ้น

แมวเบงกอล…เสือดาวน้อยผู้ไม่กลัวน้ำ

หากเอ่ยถึงแมวบ้านที่มีความสวยแบบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก 1 ในนั้นต้องมีชื่อแมวเบงกอล (Bengal) อยู่ในอันดับต้นๆ แน่นอน เบงกอล มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์คือ Felis Bengolensis มีต้นกำเนิดจากการทดลองของหญิงชาวสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1980 ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวดาวซึ่งเป็นแมวป่า กับ แมวบ้านพันธุ์ Eguptian Mau เป็นสายพันธุ์อียิปต์โบราณ

รูปร่างและลักษณะของแมวเบงกอล
แมวเบงกอล รูปร่างจะใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไปเล็กน้อย มีความสง่างาม แข็งแรงปราดเปรียว ช่วงสะโพกใหญ่ ลำตัวยาว ใบหูจะกลมมนเหมือนแมวบ้าน ลวดลายเบงกอล นั้นมีแพทเทิร์นของลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ได้มาจากลายจุดของแมวดาว ตามลำตัวมีดอกดวงทั้งเล็กและใหญ่ชัดเจน แต่ลายใหญ่นั้นเป็นการพัฒนาขึ้นมาภายหลัง มองแล้วจะคล้ายกับลูกเสือดาว   supporthealthypets.com

ส่วนลักษณะอื่นๆของแมวเบงกอลสามารถสังเกตได้ง่าย เช่น ช่วงปากมีขนสีขาวรอบๆ สันจมูกเป็นสีเข้ม ช่วงแก้มเป็นลายริ้วสีเข้ม หนวดและคิ้วเป็นสีขาว ดวงตามีสีหลายสี เช่น สีเขียว เหลือง ทอง รอบดวงตาเป็นสีขาวนวล ช่วงใต้ลำคอถึงท้องมักเป็นสีขาวนวล มีสีเข้มตามแนวของสันหลัง หางตก ตรงปลายหางนั้นนั้นมักเป็นสีเข้ม ส่วนช่วงต้นขานั้นมักเป็นลายริ้ว

ลักษณะนิสัยของแมวเบงกอล
อุปนิสัยที่โดดเด่นของเบงกอล คือเป็นแมวที่ชอบเล่นน้ำซึ่งตรงกันข้ามกับนิสัยแมวทั่วไปที่กลัวการอาบน้ำมาก อีกทั้งยังเป็นแมวที่ชอบกิจกรรมซึ่งเป็นสัญชาตญาณของแมวป่าที่ผสมมา จึงมีนิสัยนักล่าอยู่ในตัว ชอบไล่ตะครุบเหยื่อ กระโดดและปีนป่ายได้สูง หากนำมาเลี้ยงควรมีของเล่นให้งับเล่นแก้เบื่อ เวลาอยู่กับคนจะเป็นแมวที่น่ารัก ซุกซน ขี้อ้อน ชอบคลุกคลีกับคน ไม่อยู่นิ่ง จึงมีร่างกายแข็งแรงเพราะได้ออกกำลังกายตลอดเวลา

ข้อควรระวังในการเลี้ยงแมวเบงกอล
การเลี้ยงแมวเบงกอล มีสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ แมวชนิดนี้มักเป็นโรคหัวใจ จึงควรหมั่นพบแพทย์ ฉีดวัคซีน ตรวจร่างกายสม่ำเสมอ และระมัดระวังเรื่องแบคทีเรียจากอาหารค้างคืนเพราะจะทำให้แมวท้องเสียได้ ห้ามให้เนื้อไก่และเนื้อหมู อาหารโปรดของแมวชนิดนี้คือเนื้อวัว

ในประเทศไทยนั้นเริ่มมีการนำเข้าและเพาะจำหน่ายแมวเบงกอลเป็นอาชีพ ราคานั้นก็มีตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ หากทำเป็นอาชีพควรมีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แท้เป็นของตัวเอง เพราะจะช่วยให้เราควบคุมพฤติกรรมที่แตกต่างและโดดเด่นตามที่ลูกค้าต้องการได้ เช่น ความดุ ความเชื่อง ลวดลาย ซึ่งจะถูกถ่ายทอดมาถึงพันธุกรรมถึง 85% ที่เหลือเป็นเรื่องการการเลี้ยงดูและให้อาหารซึ่งไม่แตกต่างจากแมวบ้านทั่วไปมากนัก

ความแตกต่างระหว่างแมวไทย กับแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนรู้ ช่างประจบและออดอ้อน มีความเป็นอิสระ ชอบท่องเที่ยวและในบางขณะก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่ชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆซึ่งเป็นลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของแมว นอกจากนั้นแมวแต่ละตัวหรือแต่ละสายพันธุ์ก็ยังมีนิสัยบางอย่างที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะแมวไทยและแมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยง

ความแตกต่างระหว่างแมวไทย กับแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ
ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของแมวไทย    supporthealthypets.com
แมวพันธุ์ไทยมีอุปนิสัยที่ฉลาด รักบ้าน รักเจ้าของ เป็นตัวของตัวเอง รู้จักประจบ แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมเลี้ยง ต่างจากแมวไทยในต่างประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและยังยกย่องให้แมวไทยเป็นพันธุ์ที่มีความมหัศจรรย์กว่าแมวพันธุ์ใดๆ ลักษณะทั่วไปของแมวไทยจะมีขนสั้นแน่น ซึ่งเป็นไปตามลักษณะภูมิอากาศในถิ่นกำเนิดของสายพันธุ์ การกินอยู่หรืออาหารของแมวไทยกินง่าย เช่น ข้าวคลุกปลาทู เป็นอาหารที่แมวไทยโปรดปราน ส่วนอาหารเม็ดหากฝึกให้ลูกแมวกินตั้งแต่ยังเล็กๆก็จะยอมกินอาหารเม็ดเช่นเดียวกับแมวสายพันธุ์อื่นๆ

ลักษณะนิสัยของแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ
สายพันธุ์แมวต่างประเทศที่คนไทยนิยมเลี้ยงมีหลายชนิด การเลี้ยงดูจึงขึ้นอยู่กับแมวสายพันธุ์นั้นๆ เช่น แมวพันธุ์เปอร์เซียจะมีนิสัยอ่อนโยน ร่าเริง ซุกซน ขี้ประจบประแจง ชอบเข้าหาคน อาหารแมวเปอร์เซียหรืออาหารแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ ควรเป็นอาหารเม็ดที่ให้พลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วนในแต่ละวัน

ข้อแตกต่างระหว่างแมวสายพันธุ์ต่างประเทศกับแมวไทยที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือการเลี้ยงดู แมวสายพันธุ์ต่างประเทศจะต้องดูแลและเลี้ยงดูเอาใจใส่เป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเกินไป เพราะนอกจากมีขนยาวด้วยแล้ว ยังไม่สามารถทนความร้อนได้เท่ากับแมวพันธุ์พื้นบ้านของไทยเราที่ขนสั้นกว่าและทนร้อนได้ดีกว่าด้วย

นอกจากแมวไทยและแมวสายพันธุ์ต่างประเทศจะมีลักษณะนิสัยบางอย่างที่แตกต่างกัน รวมถึงการเลี้ยงดูที่ต้องดูเอาใจใส่แตกต่างกันแล้ว การเลี้ยงแมวสายพันธุ์จากต่างประเทศยังมีค่าใช้จ่ายมากกว่า เริ่มจากราคาลูกแมวอายุ 2 เดือนราคาอาจเริ่มที่ 3,500-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงแมวไทยที่ลูกแมวราคาไม่แพงหรืออาจไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆนอกจากค่าฉีดวัคซีนหรือค่ารักษาเมื่อมีอาการเจ็บป่วย

ดังนั้นการเลี้ยงดูแมวเหมียวไว้เป็นเพื่อนเล่นหรือเป็นเพื่อนแก้เหงา นอกจากเลือกแมวสายพันธุ์ที่ตนเองชื่นชอบแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงความพร้อมทั้งเวลาและงบประมาณในการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการนำแมวมาเลี้ยงเป็นส่วนประกอบด้วย

ความเชื่อ และลักษณะแมวที่ไม่ควรเลี้ยง

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักที่คนนิยมเลี้ยงมากอยู่ในอันดับต้นๆของสัตว์เลี้ยงทั้งหมด แต่แมวมีความแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงอื่น เพราะมีเรื่องของความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย นอกจากเรื่องของความเชื่อแล้วยังมีแมวที่ไม่ควรเลี้ยงเพราะเป็นแมวอัปมงคลซึ่งมีหลายลักษณะที่ทาสแมวหรือคนรักแมวควรรู้ไว้

ความเชื่อ เกี่ยวกับประเพณีแห่นางแมว   
คนโบราณเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีอำนาจลึกลับและศักดิ์สิทธิ์จึงมีการนำแมวมาทำพิธีช่วยเรียกฝน โดยเฉพาะภาคอีสาน ในความเชื่อเมื่อฝนไม่ตกให้ใช้สัตว์ที่มีสีเดียวกับเมฆมาเรียกฝนจะทำให้ฝนตกลงมาและสัตว์ประเภทเดียวที่มีสีเมฆก็คือ แมวสีสวาท   sbobet-sbobet.org
สำหรับพิธีแห่นางแมว คนภายในหมู่บ้านจะพร้อมใจกันแต่งตัวสวยงามแล้วออกมารวมตัวกัน เมื่อได้เวลาก็จะเริ่มขบวนแห่ และก่อนการแห่นางแมวจะให้ผู้สูงอายุกล่าวบอกกับแมวก่อนที่จะนำแมวลงในตะกร้าหรือกะทอว่า “นางแมวเอย ขอฟ้าขอฝนให้ตกลงมาด้วยนะ” จากนั้นก็จะเดินขบวนแห่นางแมวไปรอบหมู่บ้าน ขณะแห่เจ้าของบ้านที่อยู่ตามเส้นทางก็จะสาดน้ำให้แมวร้อง เพราะเชื่อว่าเมื่อแมวร้องจะทำให้ฝนตกลงมา

ความเชื่อลักษณะแมวที่ไม่ควรเลี้ยง
ตามความเชื่อได้บ่งบอกลักษณะของแมวอัปมงคลที่ห้ามนำมาเลี้ยงไว้ เพราะอาจจะนำความโชคร้ายมาสู่เจ้าของได้ซึ่งมีอยู่ 6 ประเภท ได้แก่
1. แมวทุพลเพศ เป็นแมวที่มีลักษณะร้าย ลำตัวมีสีขาวหม่น ส่วนหางขอดหรือม้วน นัยน์ตาสีแดงเหมือนเลือด นิสัยชอบขโมย เช่น ชอบขโมยปลากินในตอนกลางคืน ใครเลี้ยงไว้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความเดือดร้อนเป็นประจำ
2. แมวพรรณพยัคฆ์ หรือ แมวลายเสือ ชื่อก็บ่งบอกไว้อย่างชัดเจนว่ามีรูปร่างและลักษณะคล้ายเสือแววตาแข็งกร้าว มีนัยน์ตาสีแดงดั่งสีเลือดเสียงร้องโหยหวนเหมือนเสียงผีโป่งร้องตามป่าเขา ชอบหลบซ่อนตามที่มืดในเวลากลางวัน
3. แมวหิณโทษ เป็นแมวเพศเมียมีลักษณะรูปร่างดี ขนสวยนิสัยช่างประจบและเข้ากับคนเลี้ยงได้ดี มีข้อเสียหรือมีลักษณะที่ไม่ควรเลี้ยงก็คือ เมื่อตั้งท้องครั้งใด ลูกแมวมักจะตายในท้องเสมอ โบราณเชื่อว่าใครเลี้ยงไว้จะนำภัยพิบัติมาสู่บ้าน
4. แมวปีศาจ เป็นแมวเพศเมียเชื่อกันว่าเป็นแมวที่มีลักษณะอัปมงคลและไม่ควรนำมาเลี้ยงไว้พฤติกรรมของแมวปีศาจก็คือ ตั้งท้องถ้าคลอดลูกออกมาแล้วจะกินลูกตัวเอง แมวชนิดนี้มีรูปร่างเหมือนผีร้าย ตัวผอม หนังเหี่ยวยาน หางขอดนัยน์ตาสีแดงเลือด ชอบหลบตามที่มืด กลางวันเซื่องซึม กลางคืนกลับว่องไว
5. แมวกอบเพลิง เป็นแมวที่มีลักษณะชอบสันโดษอยู่ตามลำพังตามยุ้งข้าว ตามป่า ไม่ค่อยจะพบคน เวลาพบคนมักกระโดดหนี ชอบทำตัวลึกลับเชื่อว่าเมื่อนำมาเลี้ยงจะให้โทษกับคนเลี้ยง
6. แมวเหน็บเสนียด เป็นแมวอัปมงคลอีกหนึ่งลักษณะที่ไม่ควรนำมาเลี้ยง เพราะมีความพิการมาตั้งแต่กำเนิด โคนหางเป็นสีด่าง เวลานั่งมักเอาหางซ่อนไว้ใต้ก้นเหมือนค่างในป่า มีนิสัยโหดร้าย เที่ยวไล่กัดแมวตัวอื่นอยู่เสมอ เชื่อกันว่าถ้านำมาเลี้ยงจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล

ความเชื่อและลักษณะของแมวที่ไม่ควรเลี้ยงมีทั้งลักษณะของแมวอัปมงคลและเป็นการนำแมวมาเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล สำหรับทาสแมวศึกษาไว้เป็นความรู้ครับ

การดูแลและวิธีคลายร้อนน้องแมวในช่วงหน้าร้อน

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไม่ว่าฤดูไหนๆอากาศก็ยังร้อนและยิ่งเป็นช่วงฤดูร้อนไม่เฉพาะคนเท่านั้น ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี สัตว์เลี้ยงก็เช่นเดียวกัน แมว เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ในลำดับต้นๆ และส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์แมวจากต่างประเทศ เนื่องจากมีรูปร่างและขนฟูสวย เมื่อนำมาเลี้ยงในเมืองร้อน จึงต้องดูแลและใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกัน โรคฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด

ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด คืออะไร
ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด เป็นอาการที่อุณหภูมิในร่างกายของแมวสูงขึ้น เพราะได้รับความร้อนจากภายนอกมากขึ้น สาเหตุสำคัญก็คือ การปล่อยให้แมวอยู่ในบริเวณที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานๆ

อาการฮีทสโตรกที่เกิดขึ้นกับแมว   supporthealthypets.com
อาการฮีสโตรกในแมว จะมีสัญญาณบ่งบอกอาการตามภาวะความอันตรายได้ 2 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 แมวจะมีอาการหายใจเร็ว และรัว หอบ หายใจทางปาก หายใจเสียงดังหรือมีลักษณะหายใจลำบาก ตัวร้อน หากวัดอุณหภูมิร่างกายไม่ควรเกิน 40.5 องศา
ระดับที่ 2 แมวจะมีอาการน้ำลายไหลยืด จมูกและปากเปียกแฉะ ลักษณะอาการกระสับกระส่ายไม่สบายตัว บางครั้งอาจมีอาการซึมผิดปกติ การที่บ่งบอกความรุนแรง คือนอนนิ่ง ช็อค ชักเกร็ง หากพาไปพบแพทย์ไม่ทันสัตว์เลี้ยงอาจเสียชีวิตได้

วิธีคลายร้อนเมื่อแมวมีอาการฮีสโตรก
อาการฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด เป็นอาการที่อุณหภูมิในร่างกายของแมวสูงขึ้น ผู้เลี้ยงที่ไม่เข้าใจ เมื่อแมวมีอาการที่รุนแรงอาจใช้วิธีผิดๆ ด้วยการทำให้ความร้อนในตัวน้องแมวคลายลง โดยการเช็ดตัวหรือลดอุณหภูมิของสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำเย็นจัด ถือเป็นความเข้าใจผิดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ข้อควรระวังอีกประการก็คือห้ามเปลี่ยนอุณหภูมิห้องอย่างฉับพลัน

วิธีคลายร้อนเมื่อแมวมีอาการฮีสโตรก ก่อนที่จะนำส่งสัตว์แพทย์ ควรย้ายน้องแมวไปที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เปิดพัดลมส่ายเบาๆ หากเป็นห้องแอร์ไม่ควรเปิดแอร์ เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วอาจทำให้แมวช็อคได้

เมื่อเปิดพัดลมหรือทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกแล้ว ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้อง ค่อยๆเช็ดบริเวณใบหูและขาหนีบ เพื่อระบายความร้อน ข้อห้ามก็คือไม่ใช้น้ำเย็นหรือไม่ใช้ผ้าเปียกห่อหรือคลุมตัวแมว เมื่อเช็ดตัวให้ระบายความร้อนทำให้แมวรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ให้รีบนำส่งสัตว์แพทย์โดยด่วน

การดูแลสุขภาพแมวในช่วงหน้าร้อน เพื่อป้องกันอาการฮีสโตรก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะแมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่ควรเลี้ยงไว้ในห้องแอร์ตลาดเวลา เพราะไม่คุ้นชินกับอากาศภายนอก หากต้องอยู่ในอากาศร้อนๆ อาการฮีสโตรกก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ

นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียว บอกอะไรกับเรา

นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียวที่ชอบเข้ามาคลอเคลียเจ้าของ หรือการส่งเสียงร้องเหมียวๆมีความหมายได้หลากหลาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆที่เราเห็นอยู่เป็นประจำ หากผู้เลี้ยงหมั่นสังเกตหรือศึกษาให้ดีจะรู้ว่าพฤติกรรมที่แสดงออกหลายๆลักษณะบอกอะไรกับเราได้หลายอย่าง หากเราเรียนรู้นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียวก็จะช่วยให้เข้าใจความต้องการและเลี้ยงดูเจ้าแมวเหมียวได้ง่ายขึ้น

นิสัยแมวๆของเจ้าเหมียว บอกอะไรกับเรา
1.การส่งเสียงร้อง
เสียงร้องของเจ้าแมวเหมียวมีความหมายหลากหลาย เช่น การร้องเสียงดังและสูงอาจกำลังบอกให้เรารู้ว่าได้เวลาอาหารของเจ้าแมวเหมียวแล้ว เสียงร้องเบาและสั้น นั้นหมายถึงการทักทายหรือส่งเสียงเพื่อให้รู้ว่าฉันอยู่ตรงนี้นะ ส่วนแมวตัวเมียที่ส่งเสียงร้องหง่าวๆตลอดทั้งวันและบางครั้งยังกลิ้งตัวไปมาสลับกับการยกก้นขึ้นพร้อมกับเบี่ยงหางไปทางด้านข้าง อาการเหล่านั้นบอกให้เรารู้ว่าต้องการผสมพันธุ์แล้วนะ ส่วนแมวตัวผู้ที่ร้องเสียงดังและหนีออกนอกบ้าน นั้นหมายถึงอาการสนองตอบแมวตัวเมียจากการได้ยินเสียงร้องหรือได้กลิ่น    sbobet-sbobet.org

2.นิสัยของแมวที่ชอบงีบหลีบได้ตลอดทั้งวัน  
เรามักจะเห็นเจ้าแมวเหมียวงีบหลับได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในสถานที่อบอุ่นและเงียบสงบหรือบนกองเสื้อผ้า เก้าอี้ แม้แต่บนเตียงนอนของเจ้าของ นั้นเป็นเพราะแมวมักจะชอบหลับเป็นเวลาสั้นๆส่วนสาเหตุที่แมวชอบนอนบนกองผ้าหรือบนเตียงนอนของคนเลี้ยง เพราะแมวชอบสถานที่ที่มีกลิ่นถูกใจซึ่งก็คือกลิ่นของเจ้าของนั้นเอง

3.การที่แมวออกไปหากินยอดหญ้า
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัขหรือแมวที่ชอบกัดกินยอดหญ้า เป็นเพราะกำลังป่วยการกินหญ้าคือการรักษาตัวเอง ความจริงการที่สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแมวกินยอดหญ้าหรือใบไม้ เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะหญ้าจะให้สารอาหารกับแมว และการกินหญ้าหรือใบไม้ยังช่วยให้แมวสำรอกอาหารที่ติดคอหรือก้อนขนที่อยู่ในลำไส้ออกมาอีกด้วย

4.แมวมักถูไถหน้ากับเจ้าของหรือสิ่งของต่างๆทั่วบ้าน
พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการกระจายกลิ่นตัวของแมวจากต่อม ซึ่งมีอยู่ทั่วใบหน้าและแก้มของแมว กลิ่นจะบ่งบอกอาณาเขตของเจ้าแมวเหมียว

การเรียนรู้พฤติกรรมหรือนิสัยแมวๆของเจ้าเหมียว ช่วยให้เจ้าของเลี้ยงดูหรือดูแลแมวได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญเจ้าของต้องรู้ด้วยว่า พฤติกรรมหรือนิสัยของแมวแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันด้วย เมื่อเรียนรู้และหมั่นสังเกตนิสัยของแมวแต่ละตัวก็จะทำให้รู้ว่านิสัยแมวๆเหล่านั้นกำลังบอกอะไรเราอยู่

Older posts

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑