กระบะพุ่งชนท้ายสิบล้อ ส.จ.เติ้ง ลูกชายโสภณ ซารัมย์ เสียชีวิต

เมื่อเวลา 01.00 น. สภ.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุกอ้อย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านโคกสว่าง หมู่ 3 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เมืองแฝก

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 2323 บุรีรัมย์ ชนอัดก็อบปี้กับรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 82-5993 บุรีรัมย์ ที่จอดอยู่ข้างทาง ซึ่งมี นายทองใบ อายุ 63 ปี เป็นคนขับ โดยสภาพด้านหน้ารถกระบะพังยับเกือบถึงกระบะท้าย มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถกระบะ 3 ราย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถ ทราบชื่อคือ นายอมฤต อายุ 24 ปี เป็นคนขับรถกระบะได้รับบาดเจ็บแขนซ้ายหัก และหญิงสาวไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นอกจากนั้น ยังมีนายอาณัตพณ ซารัมย์ หรือ ส.จ.เติ้ง อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ เขต อ.คูเมือง เขต 2 เป็นบุตรชายคนโตของ นายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ติดอยู่บริเวณที่นั่งด้านคู่หน้ากับคนขับ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงนำร่างออกมาได้เพื่อช่วยเหลือนำส่ง รพ.เอกชนบุรีรัมย์ แต่ได้เสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์
จากการสอบสวน นายทองใบ คนขับรถบรรทุก ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 24 มี.ค. ได้กลับจากนำอ้อยไปส่งที่โรงงาน และแวะกลับมากินข้าวและพักผ่อนที่บ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่จอดรถ กระทั่งได้ยินเสียงดังสนั่นจึงเดินออกมาดู ก็พบมีรถกระบะพุ่งชนท้ายรถของตนเองดังกล่าว

จากการสอบสวน นายอมฤต ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะและเป็นญาติของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อน และส.จ.เติ้ง ได้กลับจากไปช่วยงานในตัวเมืองบุรีรัมย์ หลังจากเสร็จงานจึงพากันขับรถกลับบ้านพัก ที่บ้านหนองเก้าข่า ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร

โดย ส.จ.เติ้ง นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและถนนแคบ ประมาณ 2.50 – 3 เมตร รถวิ่งสวนกันลำบาก ประกอบกับในจุดเกิดเหตุไฟฟ้าส่องสว่างเสีย จึงทำให้ทางค่อนข้างมืด มองไม่เห็นรถบรรทุกจอดอยู่ริมถนน จึงขับพุ่งชนท้ายอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะได้เรียกตัวคนขับรถบรรทุกมาสอบสวน และรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ถนนข้าวสารประกาศงดสาดน้ำสงกรานต์

สงกรานต์ปีนี้ถนนข้าวสารงดจัดงานสงกรานต์ เร่งประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวให้ทราบ แต่ยังคงจัดงานวัฒนธรรมแบบไทยๆ ทำบุญตักบาตรและสรงน้ำพระ

นายปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ที่กำลังจะถึงนี้ ถนนข้าวสารจะงดจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและกรุงเทพมหานครแล้ว เนื่องจากสถานที่โดยรอบของถนนข้าวสารอยู่ใกล้เคียงเส้นทางจราจรที่ประชาชนจะเดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากมากันเป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกปีก็จะกระทบกับเส้นทางจราจรต่างๆ ได้
ซึ่งที่ถนนข้าวสารในทุกวันจะมีการประกาศเสียงตามสายให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับทราบว่าปีนี้ไม่มีการจัดงานแต่จะกลับมาจัดใหม่ในปี 2561 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในถนนข้าวสารจะยังคงรักษาประเพณีที่ดีงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2560 จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญตักบาตรและสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันปีใหม่ไทย

‘หัวหน้ากุ๊กหนุ่มใหญ่’ น้อยใจชายคนรัก ผูกคอดับลาโลก

หนุ่มใหญ่วัย 47 ปี ผูกคอกับขื่อในบ้านเช่า จนสิ้นใจ โดยได้เขียนข้อความทิ้งไว้ ตัดพ้อชายคนรักที่หลอกลวง

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 25 มี.ค. 60 ร.ต.อ.กาฬสิน ปากวิเศษ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตที่ บ้านหลังหนึ่ง ซอยไร่ฝ้าย หมู่ 1 ต.รั้วใหญ่ ข้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และ สมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่า 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน ภายในห้องนอนชั้นล่างที่บันไดทางขึ้นพบศพ นายไพฑูรย์ หรือ ปุ๊กกี้ อายุ 47 ปี ใส่เสื้อสียืดสีน้ำเงิน กางเกงขา 3 ส่วน สีครีม ใช้เชือกไนลอนผูกคอตัวเองกับขื่อบ้าน สภาพศพขึ้นอืด ลิ้นจุกปาก มีน้ำเหลืองไหลออกบริเวณจมูก ปาก และทวารหนัก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณ ตรวจสอบภายในห้องพบที่นอนและข้าวของกระจายเกลื่อนพื้น
จากการสอบสวน นายอภัยสิน อายุ 38 ปี เพื่อนร่วมงานผู้ตายให้การว่า นายไพฑูรย์ เป็นหัวหน้ากุ๊กอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.สนามชัย มีลักษณะเป็นเกย์ ได้มาเช่าบ้านหลังกล่าวอยู่เพียงลำพัง แต่มักจะมีเด็กหนุ่มแวะเวียนมาหาที่บ้านอยู่เป็นประจำ

กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้หายตัวไป ตนจึงมาตามหาที่บ้านพัก พบนายไพฑูรย์ผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่ในห้องพัก สภาพบวมอืด กลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในห้องพักบริเวณข้างที่นอน พบจดหมายลาตาย “โดยมีข้อความว่า มิ้น 130 เณรแก้ว เราไปแล้ว ขอให้มีความสุขนะ มีแต่โกหกหลอก เราขอไปตามทางของเรานะ”

หนุ่มใหญ่ถูกใส่ยาฆ่าหญ้าในบ่อน้ำ คาดปลาทู 2 เข่ง ปมแค้น

หนุ่มใหญ่โร่แจ้งความถูกมือมืดใส่ยาฆ่าหญ้าในบ่อน้ำ หวังฆ่ายกครัว คาดเพื่อนบ้านล้างแค้น ฟ้องแม่ค้าว่าขโมยปลาทู 2 เข่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 มี.ค.) สภ.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้รับแจ้งจาก นายสมคิด อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง แจ้งว่า มีคนร้ายลักลอบเทน้ำยาฆ่าหญ้าลงในบ่อน้ำสำหรับไว้บริโภค ขอให้ไปตรวจสอบด้วย

จึงเดินทางไปพร้อมนายสมคิด ที่บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวพบบ่อน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 8 เมตร มีน้ำอยู่ประมาณ 4 เมตร มีแผ่นกระเบื้องที่มุงหลังคาปิดฝาบ่ออยู่ พอเปิดฝากระเบื้องออกมา ก็ได้กลิ่นเหม็นตลบอบอวนเป็นกลิ่นยาฆ่าหญ้า

นายสมคิด บอกว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันนี้ตนได้ยินเสียงสุนัขเห่า และเวลาประมาณ 11.30 น.ตนจะไปอาบน้ำโดยต้องเอากระป๋องหย่อนลงไปในบ่อเพื่อตักน้ำขึ้นมาอาบ พอเปิดฝาบ่อได้กลิ่นเหม็นฉุนมากว่าเป็นยาฆ่าหญ้า

เมื่อมองลงไปในบ่อน้ำพบฟองลอยอยู่เต็มบ่อ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาดู ต่างก็บอกว่าเป็นกลิ่นของยาฆ่าหญ้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานกรุงเทพฯ ว่าเป็นสารเคมีชนิดใด

ส่วนสาเหตุ จากการสอบสวนนายสมคิด ให้การว่า เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนมีเรื่องกับ นายเสงี่ยม อายุ 60 ปี กล่าวหาว่าตนไปฟ้องป้าแจ๋ว แม่ค้าขายปลาทูว่า นายเสงี่ยม ไปขโมยปลาทู 2 เข่ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไป พอประกันตัวออกมาคาดว่าจะมาแก้แค้นตน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องขอตรวจสอบน้ำในบ่อก่อนว่าเป็นสารเคมีชนิด ต้องใช้เวลาประมาณ 20-30 วัน ถึงจะทราบผล แล้วจะสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป

พระสงฆ์คลั่ง! วิ่งกระโจนใส่รถพ่วงอย่างจัง คิดสั้นฆ่าตัวตาย สุดท้ายเจ็บสาหัส

เกิดเหตุพระสงฆ์ อายุราว 35-40 ปี วิ่งกระโจนใส่รถพ่วง กลางถนนเพชรเกษม หวังคิดสั้นฆ่าตัวตาย สุดท้ายเจ็บสาหัส ตรวจสอบในตัวไม่พบเอกสารใดๆ กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาล

วันที่ 25 มี.ค. 2560 เวลา 17.20.น ศูนย์มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนพระสงฆ์ ถนนเพชรเกษม หน้าวัดพระประโทน ม.4 ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพบพระสงฆ์นอนนิ่งอยู่บนถนน อาการสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม

จากการสอบถาม จักรยานยนต์รับจ้าง เล่าว่า ก่อนหน้านั้นพระสงฆ์รูปดังกล่าวนั่งอยู่ที่หลังโบสถ์วัดพระประโทนเล่นกับสุนัข จู่ๆไม่นานก็เดินออกมาหน้าวัดได้กระโจนออกไปให้รถพ่วงชนอย่างแรงจนร่างกระเด็นออกมาประมาณ 5 เมตร คาดเป็นการคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งตอนแรกยังดิ้นอยู่จากนั้นหมดสติไป โชคดีไม่มีรถตามมา

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่มูลนิธิบอกว่า ในตัวไม่พบเอกสารใดๆจึงยังไม่ทราบว่าพระรูปนี้มาจากที่ไหนและไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะยังไม่สามารถพูดได้ต้องรอให้อาการดีขึ้นเสียก่อนจึงจะสอบถามได้

นายอำเภอเมืองกระบี่เสียชีวิต กระบะหักหลบจยย.พุ่งลงคูน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 มี.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเสียหลักลงข้างทาง เหตุเกิดถนนสายทับปริก-ห้วยโต้ หมู่ 6 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณขาเข้าน้ำตกห้วยโต้ ก่อนถึงสะพานคลองใหญ่ ริมถนนซึ่งมีคูน้ำ ซึ่งมีสภาพเป็นหลุมลึกประมาณ 3 เมตร พบรถประจำตำแหน่งของนายอำเภอเมืองกระบี่ เป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 1กฌ 8141 กท ชนกับผนังดินภายในคูน้ำ สภาพรถด้านหน้าพังเสียหาย

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 2 คน คือนายสุริยันต์ ณรงค์กูล อายุ 47 ปี นายอำเภอเมืองกระบี่ สภาพไม่รู้สึกตัว มีเลือดไหลออกทางหู จมูก ส่วนอีกคนเป็นคนขับทราบชื่อคือ อส.สุริยา ปัญญาสกุลวัฒน์ อายุ 59 ปี มีบาดแผลตามร่างกายอาการสาหัสเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลปั้มหัวใจเบื้องต้น จากนั้นนำส่ง รพ.กระบี่ ซึ่งต่อมาเวลา 15.00 น.ได้เสียชีวิตแล้ว
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมพนักงานขับรถซึ่งเป็น อส. ได้ออกจากบ้านพัก เดินทางไปดูการก่อสร้างบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายใน ต.ทับปริก มาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ขับสวนมา แต่อยู่ในเลนของนายอำเภอเมืองกระบี่

ทำให้คนขับตัดสินใจหักหลบลงข้างทาง แต่โชคร้ายที่จุดที่ลงไปนั้นเป็นคูน้ำลึกกว่า 3 เมตร ทำให้รถชนสนั่นกับผนังดินภายในคูจนเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง จนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วน อส.สุริยา พนักงานขับรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ รพ.กระบี่

ช็อก! พ่อเปิดกล้องวงจรปิดดูลูก เจอพี่เลี้ยงป้อนข้าวยัดจมูกแทบขาดใจ

พ่อชาวจีนช็อกหนัก หลังเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อดูลูกน้อยวัย 1 ขวบกว่า แล้วเจอพี่เลี้ยงตบตีลูก ล็อคหัวบังคับให้กินข้าว จับป้อนข้าวยัดจมูก จนเด็กแทบหายใจไม่ออก ร้องไห้จ้าละหวั่น

วันนี้ (24 มี.ค.) สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า นายจาง พ่อชาวจีนในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ต้องช็อกหนัก หลังเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อดูลูกน้อยวัย 1 ขวบกว่า แล้วเจอพี่เลี้ยงหญิงชาวมณฑลเจียงซีวัย 47 ปี ที่ได้ว่าจ้างเอาไว้ให้ช่วยดูแลลูก ทำร้ายตบตีลูกตัวเอง ร้องไห้ออกมาจ้าละหวั่น ซ้ำยังล็อคหัวจนแหงนเงยไปด้านหลัง เพื่อบังคับให้กินข้าว รวมถึงจับป้อนข้าวยัดใส่รูจมูก จนเด็กแทบหายใจไม่ออก

นายจางเปิดเผยว่า ปกติเขากับภรรยาค่อนข้างยุ่ง บางครั้งบางเวลาก็ไม่ได้อยู่บ้าน หลังช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาจึงได้ว่าจ้างพี่เลี้ยงแซ่คนนี้จากบริษัทพี่เลี้ยงเด็กเล็กๆ แห่งหนึ่ง มาช่วยดูแลลูก แต่ด้วยไม่ค่อยวางใจที่จะปล่อยลูกให้อยู่กับเธอตามลำพัง จึงได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ในบ้าน และมักเข้าไปเช็คดูตอนเธอป้อนข้าวให้ลูกบ่อยๆ
กระทั่งช่วงเย็นเวลาประมาณ 18:00 น. ของวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เขากลับเห็นพฤติกรรมร้ายนี้เข้า จึงได้ทิ้งงานทุกอย่างชวนภรรยาขับรถกลับบ้านทันที

เมื่อถึงบ้านก็ถือคลิปวีดิโอจากกล้องวงจรปิดนั้นไปให้พี่เลี้ยงใจโหดคนนี้ดู ซึ่งเธออ้างว่าอารมณ์ไม่ค่อยดี จึงตีไปที่เด็กเพียงเบาๆ เท่านั้น แต่หลังจากนั้นกลับคล้ายกลัวความผิด รีบเก็บกระเป๋าหลบหนีไป เขาจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว

หนุ่มจิตหลอนโดดเสาสัญญาณ 30 ม. ร่วงต่อหน้าชาวบ้าน

หนุ่มสติหลุดจิตหลอน ช้ำรักหลังหย่าร้างกับเมีย ย่องปีนขึ้นเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 30 เมตร ญาติกล่อมก็ไม่ยังลง สรุปดิ่งลงมาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

(24 มี.ค.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เกิดเหตุมีหนุ่มวัย 36 ปี มีลักษณะอาการทางประสาทหวาดระแวงว่าจะมีคนตามมาทำร้าย จึงได้ปีนหนีขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ที่มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพัก ทราบชื่อ นายกอบกุล อายุ 36 ปี ชาวอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร สวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินและสวมกางเกงขาสั้นกำลังปีนอยู่บนยอดเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์

ขณะที่ญาติพี่น้องและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันเกลี้ยกล่อม ขอให้ นายกอบกุล ไต่ลงมาข้างล่าง แต่ นายกอบกุล ก็ไม่ยอมลงโดยอ้างว่าจะมีคนตามมาฆ่าจนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง นายกอบกุล จึงตัดสินใจกระโดดลงมาจากยอดเสา ท่ามกลางสายตาของญาติๆ และชาวบ้านร่างร่วงกระแทกพื้นดินด้านล่างอย่างแรงจนเสียชีวิตคาที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลกำแมด จะได้นำร่างของ นายกอบกุล ส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร

จากการสอบถาม พี่ชายของผู้เสียชีวิต บอกว่า นายกอบกุลเคยมีภรรยามาก่อน แต่ไม่มีบุตรด้วยกันและเมื่อประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาได้เลิกร้างกับภรรยา ผู้เสียชีวิตจึงกลับไปพักอาศัยอยู่กับมารดาและพี่สาวและเริ่มมีอาการทางประสาท โดยหวาดระแวงว่าจะมีคนตามฆ่า ญาติๆ จึงได้พาไปรับยาระงับประสาทที่โรงพยาบาลกุดชุม มากินเป็นประจำ

กระทั่งในวันนี้ผู้เสียชีวิตบ่นปวดศีรษะ พี่สาวจึงจะพาไปรับยา แต่ในขณะที่พี่สาวเผลอ ผู้เสียชีวิตได้ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้กับบ้านพัก โดยอ้างว่าจะมีคนตามมาฆ่าญาติๆ ช่วยกันเกลี้ยกล่อมขอให้ลงมา แต่ก็ไม่เป็นผล กระทั่งกระโดดลงมาเสียชีวิตดังกล่าว

สเป็กฝรั่ง “เอส กันตพงศ์” แอบมองสาวเยอรมันมา 2 ปี จนเป็นแฟนสมใจ

เรียกว่าสเปกสาวต่างชาติจริงๆ สำหรับหนุ่มผิวเข้ม “เอส กันตพงศ์ บำรุงรักษ์” ที่ล่าสุดมาร่วมงานบวงสรวงละครเรื่อง “เล็บครุฑ” The Final of Six Elements ณ ลานพระพิฆเนศวร สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้เปิดใจถึงรักครั้งใหม่กับ “คริสติน่า” สาวตาน้ำสาวชาวเยอรมัน

“ที่เห็นไปเดินกับสาวฝรั่ง ก็เป็นแฟนผมแหละครับ (ยิ้ม) เป็นคนเยอรมัน คุยกันมาสักพักนึงแล้ว เจอกันที่ฟิตเนสในเมืองไทย ช่วงนั้นผมแข่ง Sing Your Face Off แล้วต้องฝึกหนักมาก เจอเขาในฟิตเนสตั้งนาน 2 ปีแล้วแต่ไม่กล้าเข้าไปคุย ขี้อาย พอดีเพื่อนเราดันเป็นเพื่อนเขา พอเห็นเพื่อนยืนคุยกับเขา เราก็เลยรีบเดินไปทักเพื่อนเลย”

“คริสติน่า ยังเรียนอยู่ที่เยอรมันแต่ก็บินไป บินมาเพราะเขาชอบเมืองไทย เขาเรียนเกี่ยวกับท่องเที่ยว แล้วก็เล็งอยู่ว่าอยากทำเกี่ยวกับธุรกิจด้านนี้ ซึ่งเมืองไทยก็เป็นที่ที่คนเยอรมันชอบมาเที่ยว”

“ถามว่าจะเปิดตัวใหม่ คือเมื่อวันวาเลนไทน์ก็ลงไปแล้วรูปนึง แล้วก็ลงรูปอื่นต่อ ก็ไม่ได้คิดอะไร แค่อยากลงให้เขา เราคุยกันมานานปีกว่าแล้วครับ แต่เพิ่งมาตัดสินใจคบกันสักพักนี่เองครับ เราก็ได้ไปเที่ยวที่บ้านเขาบ้างตอนไปทำงาน ก็ถือเป็นจังหวะที่โอเคแล้วเพราะเราก็ศึกษาดูใจกันมาสักพักแล้ว ไม่รู้ว่าเราผ่านไหม แต่เขาก็แฮปปี้ครับ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่เขาจะบินมาหาผมที่นี่ ทางคุณแม่ผมท่านไม่ได้รีบอะไร แต่คุณพ่อผมบอกว่าอยากอุ้มหลานอย่างเดียวเลย (หัวเราะ) ใจเย็นๆ”
“เวลาเรามีแฟนเป็นคนต่างชาติ ครอบครัวไม่ได้ปิดกั้นครับ ส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ค่อยมีแฟนคนไทย อาจจะด้วยงานและเรียนเลยทำให้ไม่ค่อยได้เจอคนไทยเท่าไหร่ เรื่องวัฒนธรรมต่างกันครับ แต่โชคดีตรงที่ว่าลูซิน่าเป็นคนเยอรมันแต่มีนิสัยเป็นผู้หญิงไทย มีความเป็นกุลสตรี เป็นแม่บ้านแม่เรือน เรียบร้อย ซึ่งหายากในฝรั่ง แล้วเขาก็มีความเป็นฝรั่ง ชัดเจน ตรงไปตรงมา กล้าติและแนะนำเรา ผู้หญิงไทยบางทีไม่กล้าพูด ซึ่งเราเองชอบให้พูดมากกว่า ตอนแรกๆ ก็มีปัญหา เวลาเราอยู่บ้านเราก็ชอบทิ้งตัว แต่เจอกันก็ต้องเป๊ะนิดนึง ต้องปรับจูนครับ”

แฟนรู้ไหมว่าเราเป็นดารา “ตอนแรกไม่รู้ครับ แต่ตอนนี้รู้แล้ว พอรู้เขาก็เขินๆ งงๆ คุณแม่เขาก็งงเหมือนกัน ถ้าเปิดตัวก็เชื่อว่าเขาคงวางตัวได้ดีอยู่แล้ว ค่อนข้างสบายใจ เขาเป็นฝรั่งก็จริง แต่วางตัวดี ถือตัวแบบกุลสตรีด้วยซ้ำ เขาเลยชนะใจเราตรงนี้ด้วย (อายุเท่ากันไหม) เขาเด็กกว่า 3 ปีครับ”

แพลนอนาคตยังไงบ้าง? “ยังไม่แน่ใจหรอกครับ แต่ ณ ตอนนี้เขาเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากๆ เป็นผู้หญิงที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ คุณพ่อพูดเลยว่าถ้าโอเค ก็แต่งเยอรมันที ไทยทีก็ได้ ไม่เป็นไร (หัวเราะ) คุณพ่อค่อนข้างรีบ ท่านเร่งผมมา 3 ปีแล้ว แต่ผมบอกขอดูยาวๆ ก่อน”

ทั้งนี้หนุ่มเอสกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สงสัยสเป็กตนจะถูกใจสาวต่างชาติ เพราะก่อนหน้านี้เคยคบกับสาวเกาหลี , เวียดนาม กับสาวไทยก็เคยคบแต่โดนหักอกเลยเบนเข็มไป ปัจจุบันก็ได้คบหาอยู่กับสาวเยอรมัน

รถชนกัน 4 คันรวดอดีตตำรวจพังงา พร้อมภรรยาดับ

เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 4 คันรวด อดีตตำรวจพังงาพร้อมภรรยาเสียชีวิต เจ็บระนาว เหตุเกิดริมถนนเพชรเกษม สายโคกกลอย-ท้ายเหมือง

ร.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ อักษรเพียร พนักงานสอบสวนร้อยเวรสภ.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งจากทางโทรศัพท์ว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง-กระบะชนกันทีเดียว 4 คันรวด เหตุเกิดที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม สายโคกกลอย-ท้ายเหมือง ปากทางบ้านนาแฝก หมู่ที่ 9 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้ประสานมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ กู้ชีพท้ายเหมืองชัยพัฒน์ พร้อมกับเดินทางไปที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะสีขาวยี่ห้อโตโยต้า บจ.4516 ภูเก็ต ด้านหน้ารถพังยับ คนขับนายวิชาญ อายุ 21 ปี อยู่ อ.เมือง จ.พังงา ห่างที่เกิดเหตุเล็กน้อยพบรถยนต์เก๋งสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส หมายเลขทะเบียน กข 926 พังงา สภาพรถพังทั้งคัน พบผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุสองรายทราบชื่อ ร.ต.ท.เดชา อายุ 59 ปี อดีตผบ.หมู่ สภ.ท้ายเหมือง พร้อมด้วยภรรยา นางจันทร์เรียง อายุ 61 ปี

ส่วนผู้บาดเจ็บกู้ภัยท้ายเหมืองนำส่งโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ ทราบชื่อ นายภูริทัต อายุ 45 ปี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว ถัดออกมายังพบรถยนต์เก๋งสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส หมายเลขทะเบียน กท 817 ภูเก็ต ด้านหน้ารถพังยัง มีผู้บาดเจ็บสองรายคือนางระรื่น อายุ 62 ปี มารดานางลักขณา อายุ 41 ปี คนขับ

ส่วนอีกคันที่ขับรถมาจากทางด้านตลาดท้ายเหมืองเพื่อมุ่งหน้าเข้าจังหวัดภูเก็ต เป็นรถยนต์กระบะสีน้ำเงิน ยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน บจ 9466 ภูเก็ต บรรทุกตะไคร์เต็มคันรถ สภาพด้านหน้าและฝั่งคนขับพังยับเยิน มีนายสมชาย อายุ 28 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ต่อไป