C a t

Felis catus

Category: การเลี้ยงแมว (page 2 of 3)

10 วิธีดูแลลูกแมวตัวน้อย

การรับแมวเหมียวตัวน้อยมาอยู่ในบ้านนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การดูแลให้เขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้นยากกว่าเป็นหลายเท่า คอลัมน์ Holistic Health Series ฉบับนี้จึงขอรวบรวม 10 วิธีการดูแลลูกแมวตัวน้อยมานำเสนอ เรื่องยากๆจะได้กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนรักแมวทุกคน

1. ให้อาหารที่ถูกต้อง
Feed Him Right
อาหารคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเหมียว (และสัตว์อื่นๆ) ฉะนั้นการเลือกสรรอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยและความต้องการพิเศษของสายพันธุ์คือสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายจะได้เจริญเติบโตอย่างราบรื่นไม่มีติดขัด
ปัจจุบันนี้ท้องตลาดมีอาหารสำเร็จรูปนับไม่ถ้วนรอให้คุณหยิบไปให้เจ้าเหมียวตัวน้อยที่บ้าน คำแนะนำง่ายๆของเราก็คืออ่านฉลากข้างถุงให้เป็น ดูซิว่าอาหารดังกล่าวนั้นเหมาะสำหรับช่วงวัยใด สายพันธุ์ไหน ส่วนเรื่องรสชาตนั้นเจ้าเหมียวต้องเป็นฝ่ายตัดสิน
ทั้งนี้หากบ้านของคุณมีเจ้าตูบอยู่ด้วย เราขอเตือนไว้เลยว่าอาหารของสุนัขไม่เหมาะสำหรับแมว หมั่นคอยสังเกตด้วยล่ะว่าเจ้าเหมียวเข้าไปมั่วกินอาหารหรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็เก็บอาหารให้มิดชิด เพื่อชีวิตอันสดใสของแมวน้อย …อย่าลืมล่ะ

2. หาสัตวแพทย์
Find a Veterinarian
แมวเด็กย่อมต้องการการดูแลจากสัตวแพทย์มากกว่าแมวโต ทั้งนี้ก็เพราะเขาจำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การมองหาสัตวแพทย์ประจำตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องรอให้มีปัญหาสุขภาพก่อนค่อยพาไปคลินิกอีกต่อไป
ปัจจัยที่คุณควรใช้ในการคัดเลือกสัตวแพทย์ประจำตัวนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง บางท่านอาจไม่หวั่นหากต้องเดินทางไกลเพื่อพบสัตวแพทย์ที่ศึกษาด้านแมวเหมียวมาโดยเฉพาะ บางท่านก็อาจเน้นที่ความสะดวกสบายใกล้บ้านเป็นหลัก ฯลฯ คำแนะนำของเราก็คือเลือกให้ตรงใจที่สุดเท่านั้นก็พอ  supporthealthypets.com

3. ขนสวย = สุขภาพดี
Groom for Health 
จริงอยู่ว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเขาสามารถเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเองได้ตั้งแต่ยังละอ่อน แต่คุณเองก็สามารถช่วยเหลือเขาในการทำความสะอาดตัวเองได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน หมั่นช่วยเขาหวีขนบ่อยๆเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วง นอกจากจะช่วยเพิ่มสุขอนามัยให้เขาแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอีกทางหนึ่งอีกต่างหาก

4. ป้ายชื่อเพื่อความปลอดภัย
Tag for Safety
ว่ากันว่าแมวเหมียวนั้นมีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าน้องหมา พวกเขาสามารถออกไปเที่ยวนอกบ้านเป็นวันๆได้โดยกลับมาเฉพาะตอนหิวข้าว ในเมื่อไลฟ์สไตล์ของเขาอยู่ไม่ติดบ้าน อะไรล่ะที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเหมียวของคุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่ภายนอก
คำแนะนำของเราก็คือปลอกคอและป้ายชื่อค่ะ ใส่ให้เจ้าเหมียวของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่ว่าเวลาออกไปนอกบ้านคนอื่นจะได้รับรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ยิ่งไปกว่านั้นควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนลงไปในป้ายชื่อด้วยว่าเจ้าของคือใคร เบอร์ติดต่ออะไร เผื่อฉุกเฉินจะได้ตามได้
นอกเหนือการคล้องป้ายและปลอกคอแล้ว วิธีการเพิ่มความปลอดภัยอีกอย่างก็คือพาเขาไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เขาเป็นหูเป็นตาเวลาเจ้าเหมียวของคุณออกไปป่วนนอกบ้าน จะได้ช่วยกันจับไว้ไม่ให้ไปไกลบ้านเกินไป

5. สั่งสอนตามสมควร
Teach your Kitten well
การเลี้ยงแมวเหมียวสักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก การฝึกพวกเขาให้เป็นแมวที่ดีนั้นยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขานั้นเป็นระเบียบอยู่แล้ว ขอแค่เวลาในการเอาใจใส่อย่างจริงจังจากคุณเท่านั้นก็เพียงพอ
โดยการฝึกที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตแมวบ้านก็คือการใช้กระบะทรายในการขับถ่าย หมั่นฝึกฝนตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อสร้างการจดจำและนำไปสู่พฤติกรรมอันเป็นนิสัย เคล็ดลับที่เราอยากแนะนำก็คือหามุมเหมาะในการปลดทุกข์ ซื้อกระบะและทรายแมวจากร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงมาเตรียมไว้ ขั้นตอนต่อไปก็คือหมั่นจับเขาไปนั่งในกระบะเมื่อสังเกตเห็นว่าเขากำลังจะทำธุระ ทำซ้ำๆจนให้เขาก้าวเข้ากระบะไปทำธุระด้วยตนเอง เพียงเท่านี้บ้านคุณก็จะเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างง่ายๆ

6. แมวต้องฝนเล็บ
Gotta Scratch
คุณอยากให้เฟอร์นิเจอร์เป็นรอยอันเนื่องมาจากพฤติกรรมฝนเล็บตามบรรพบุรุษของแมวเหมียวหรือเปล่า ถ้าคำตอบของคุณคือไม่ล่ะก็ หาซื้ออุปกรณ์ฝนเล็บมาให้เขาอย่างด่วน เพื่อที่ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านของคุณจะปลอดภัยจากการขูดขีดด้วยกงเล็บ
การเลือกซื้อที่ฝนเล็บสักชิ้นนั้นไม่มีอะไรยาก คุณสมบัติและประโยชน์ในการใช้สอยแปรผันตามขนาดและราคา บางชิ้นคุณสามารถนำไปตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งได้เลยในบ้าน เจ้าเหมียวก็สามารถนอนได้ฝนเล็บได้ ครบคุณสมบัติในชิ้นเดียว หรือบางชิ้นก็อาจเป็นแค่ที่ฝนเล็บอย่างเดียวเท่านั้น คุณจะเลือกอะไรก็ตามแต่ความสบายใจได้เลย

7. อย่าลืมการออกกำลังกาย
Exercise, exercise
การออกกำลังกายสำคัญสำหรับทุกสิ่งมีชีวิต แมวเหมียวเองก็เช่นกัน หากเขาได้ยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ถามหา ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน การขับถ่ายบกพร่อง ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยส่งเสริมความเป็นมิตรให้เขาร่าเริงสดใสตลอดเวลาอีกต่างหาก
ในเมื่อการออกกำลังกายนั้นมีผลดีมากมายขนาดนี้ คุณสมควรต้องส่งเสริมให้ถึงที่สุด จัดหาพื้นที่ในการออกกำลังกายให้เขา ซื้อหาของเล่นมาเตรียมพร้อม เพียงเท่านี้อาณาจักรสุขภาพของเหมียวก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆภายในบ้านของคุณเอง

8. เตรียมตัวเผื่อฉุกเฉิน
Prep for Emergencies
เพราะเราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ การเตรียมการไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่ควรละเลย อย่าลืมติดต่อสอบถามสัตวแพทย์ใกล้บ้านให้เรียบร้อยว่าสามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินหรือไม่ หากไม่มีอย่าลืมหาคลินิกสำรองไว้ด้วย เวลาฉุกละหุกจะได้ไม่ต้องวุ่นวายอย่างไรล่ะ

9. ดูแลเขาให้ถูกต้องถูกวิธี
Treat him right
การป้องกันนั้นดีกว่าการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย ฉะนั้นเมื่อรับเจ้าเหมียวตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด อย่าลืมพาเขาไปรับวัคซีนให้ครบตามกำหนดนัดหมาย อายุเดือนครึ่งก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม สัตวแพทย์นัดเมื่อไหร่ต้องไปห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะวัคซีนแต่ละชนิดหมายความถึงการป้องกันโรคร้ายที่หากเป็นขึ้นมาล่ะก็จะรักษาลำบาก ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หัดหวัดแมว โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ฯลฯ
นอกจากการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคแล้ว การถ่ายพยาธิคือสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรละเลย อย่าลืมปรึกษาสัตวแพทย์ให้เขาจัดตารางที่เหมาะสมให้กับเจ้าเหมียวของคุณด้วยล่ะ อ๊ะๆ…เท่านี้ยังไม่หมดนะจ๊ะ อย่าลืมเรื่องการดูแลทำความสะอาดหู ตา จมูก และส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะความสะอาดคือสิ่งที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด

10. พิจารณาเรื่องทำหมัน
Spay or Neuter Early
ข้อสุดท้ายที่เราอยากฝากก็คือการทำหมันแมวเหมียว หากคุณไม่อยากให้เขามีลูกมีหลานหรือเลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ล่ะก็ ตัดสินใจทำหมันไปเลยเมื่ออายุครบเกณฑ์ (ปัจจุบันนี้สามารถทำหมันได้ตั้งแต่อายุครบ 10 สัปดาห์) ซึ่งการทำหมันนั้นจะช่วยลดปัญหาพฤติกรรมฉี่เพื่อสร้างอาณาเขตในแมวหนุ่ม รวมทั้งช่วยให้เขาไม่ต้องออกไปเสาะหาคู่ครองนอกบ้าน อันเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆ สำหรับแมวสาวนั้นการทำหมันจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และลดพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อถึงช่วงเวลาผสมพันธุ์
อย่างไรก็ตามการตัดสินใจทำหมันหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับคุณแต่เพียงผู้เดียวค่ะ

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง

การเลี้ยงสัตว์ให้ดูอ้วน อาจจะดูน่ารักในบางครั้ง แต่ก็พบว่ามันมักจะมากับปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย หนึ่งในปัญหานั้นก็คือการเกิดเนื้องอกของเซลล์ไขมัน (lipoma) อาจจะสงสัยว่าเซลล์ไขมันคืออะไร คือปกติร่างกายจะเก็บสารที่เป็นไขมันเอาไว้ในเซลล์ที่เรียกว่าเซลล์ไขมันนั่นเอง แต่หากเกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์นี้ ก็จะทำให้เกิดเป็นเนื้องอกของเซลล์ไขมันได้ทันที แต่ข่าวดีก็คือเนื้องอกชนิดนี้ที่พบมักเป็นเนื้องอกชนิดปกติไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากว่าเป็นเนื้อร้ายจริงๆ ก็จะมีความอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
อาการ
สมารถพบเห็นเนื้องอกไขมันได้จากการคลำตามตัว มักจะเป็นก้อนที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneous) และสามารถเคลื่อนไปมาได้ ไม่เกาะอยู่กับที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยมักจะพบบริเวณรักแร้ หลังหรือพุง เป็นต้น และอาจพบได้มากกว่า 1 ก้อน

การวินิจฉัย
สัตวแพทย์สามารถคลำตรวจและบอกคร่าวๆได้ ว่าเป็นเนื้องอกไขมัน แต่การจะบอกว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่นั้น จำเป็นที่จะต้องตัดก้อนเนื้อแล้วส่งตรวจ เพื่อวินิจฉัยต่อไป แต่เนื่องจากส่วนใหญ่เนื้องอกชนิดร้าย มักจะโตไวและลามอย่างรวดเร็ว แต่เนื้องอกไม่ร้ายมักจะคงสภาพอย่างนั้นเป็นเวลานาน ทำให้มักมี่ความน่ากลัวอะไร เพราะเนื้องอกชนิดนี้ไม่ได้รบกวนการใช้ชีวิตปกติของสุนัขหรือแมวแต่อย่างใด

ซึ่งก้อนในชั้นใต้ผิวหนังอาจไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดก้อนเนื้อไขมัน แต่สามารถเป็นเนื้องอกชนิดอื่นๆได้เช่นกัน ดังนั้นหากสัตวแพทย์จะตรวจเซลล์เพื่อยืนยันก็เป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่า

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
การรักษา
ในความเป็นจริงอาจไม่จำเป็นต้องรักษา ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่สามารถปผ่าตัดเอาก้อนเนื้ออกได้ หรือหากพบว่าก้อนมีขนาดโตขึ้นไวกว่าปกติ อาจต้องทำการเลาะออกและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันถึงความรุนแรงและชนิดของก้อนเนื้ออีกที

การดูแลและจัดการ
เจ้าของต้องพยายามตรวจคลำหาก้อนเนื้อตามตัวบ่อยๆ เพราะสามารถเกิดก้อนเนื้อชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ขึ้นมาบนตัวสัตว์อีกก็เป็นได้ และควรลดความอ้วนเพื่อลดการเจริญของเซลล์ไขมันในร่างกายด้วย

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?
เวลาเจ้าแมวเอาหัวมาชนเจ้าของมักจะคิดว่าเป็นการเล่นของเขา แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน เจ้าของสามารถเรียนรู้พฤติกรรมที่น่าสนใจนี้ได้จากบทความนี้

เมื่อคุณกลับมาถึงบ้านหลังจากทำงานมาทั้งวัน น้องแมวของคุณเข้ามาทักทายโดยการเดินเข้ามาชนที่หัวเข่า ใบหน้า ขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคุณ ในขณะที่ท่าทางนี้ดูเหมือนการเล่นของแมว แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวเป็นการแสดงความสัมพันธ์
Palm Johnson-Bennett ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมวและผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมแมว กล่าวว่า “เมื่อแมวชนหัวจะเป็นการสร้างกลิ่นในบริเวณที่แมวตัวนั้นไป สิ่งที่แมวจดจำเป็นอย่างแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจดจำแมวตัวอื่น ๆ คือกลิ่น”

การแสดงความเป็นเจ้าของในแมวโดยการใช้หัวชน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการใช้หัวพุ่งชนเพื่อเป็นการเล่น เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แมวใช้ในการแลกเปลี่ยนกลิ่นเพื่อให้แมวทุกตัวในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน หรือภายในกลุ่มมีกลิ่นเหมือนกัน พฤติกรรมนี้คล้ายกับการเอาใต้คางหรือแก้มถู แมวแสดงพฤติกรรมนี้เพื่อทิ้งกลิ่นเอาไว้บนสิ่งของหรือผู้คนที่แมวได้แสดงความเป็นเจ้าของ แต่พฤติกรรมใช้หัวชนกับการใช้ใต้คางหรือแก้มถูมีความแตกต่างกัน

Ingrid Johnson ผู้ให้การปรึกษาด้านพฤติกรรมแล้วที่ได้รับการรับรองและยังเป็นที่ปรึกษาให้กับรายการช่อง Animal Planet กล่าวว่า การใช้หัวชนในแมวเป็นการสร้างสายพันธุ์ในรูปแบบหนึ่ง

เขากล่าวว่า “เจ้าแมวลำลังบอกคุณว่า ‘ฉันรักคุณนะ คุณเป็นคนที่ดีมาก แต่คุณตัวเหม็นไปหน่อย ฉันจะทำให้คุณกลิ่นgหมือนแมวอย่างพวกเราเอง’”

การเอาหัวมาชนจะเป็นการกระตุ้นต่อมสร้างกลิ่น ซึ่งจะหลังฟีโรโมนบริเวณหัวระหว่างเหนือดวงตาและใต้หูของแมว บริเวณนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า “จุดหัวล้านของแมวตัวผู้” เนื่องจากขนในบริเวณนี้จะร่วงไปบ้างเมื่อแมวตัวผู้อายุมากขึ้น

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวนี้บ่งบอกสถานะในสังคมของแมว
การใช้หัวชนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเป็นพฤติกรรมที่มีลำดับชั้นสูงกว่าการใช้ปัสสาวะในการแสดงความเป็นเจ้าของ การปัสสาวะเป็นพฤติกรรมที่แมวที่มีลำดับต่ำกว่าแสดงออกเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคม ในสังคมของแมวที่อยู่ด้วยกันหลายตัวในหนึ่งบ้านหรือในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง จะเป็นแมวที่มีลำดับสูงสุดภายในบ้านแสดงพฤติกรรมเอาหัวชน

“แมวที่ชนหัวแมวตัวอื่น ไม่ใช่แมวที่ลำดับต่ำกว่า ขี้อาย หรือปัญญาอ่อน แต่เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความมั่นใจของแมว แมวที่เป็นมิตรกับทุกคนภายในบ้าน จุดมุ่งหมายของการแสดงพฤติกรรมนี้คือทำให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกันมีกลิ่นเดียวกันและดูแลขนให้ทุกคน” Johnson กล่าว

ฉันเอาหัวชนคุณ เพื่อที่จะบอกว่า “ฉันรักคุณ”
แมวที่แสดงพฤติกรรมเอาหัวชนอาจะเดินตรงเข้ามาหาเจ้าของขณะที่กำลังทำเสียงในลำคอ (pur) หรือล้มตัวลงนอนกับพื้นสองสามครั้งก่อนที่จะเข้าหาคุณ

Johnson-Bennett กล่าวว่าแมวที่กำลังจะเอาหัวชนคุณจะแสดงสีหน้าที่เป็นมิตร

“หนวดและม่านตาจะผ่อนคลาย หูก็จะแสดงความผ่อนคลาย โดยหูจะไม่ตั้งขึ้นเหมือนการแสดงพฤติกรรมเตรียมตัวออกล่าเหยื่อ”

การแสดงพฤติกรรมอาจมีการเปลี่ยนไปมาระหว่างการใช้หน้าถูกับคนหรือสัตว์ที่เป็นเป้าหมายของแมวกับแขนหรือขาของเครื่องเฟอร์นิเจอร์ แม้ว่าการสัมผัสกับเครื่องเฟอร์นิเจอร์หรือสั่งของอื่น ๆ มีแนวโน้มจะเป็นพฤติกรรมใช้ใต้คางเพื่อกระตุ้นต่อมบริเวณริมฝีปากมากกว่า

“เหมือนเป็นการให้ความรักเท่าเทียมกับระหว่างคนและสิ่งของ มนุษย์แบบเราไม่ได้ตระหนักอยู่เสมอว่าแมวใช้ชีวิตอยู่ในโลกของกลิ่น เพราะมนุษย์อย่างเราใช้การรับรู้ด้วยการมองเห็นมากกว่า เราจึงลืมไปว่าแมวมีต่อมสร้างกลิ่นมากมายอยู่บนตัว เหมือนเป็นการทิ้งข้อความแบบแมว ๆ เอาไว้” Johnson กล่าว

ข้อความที่ส่งออกไปมีความหมายมากกว่าแค่บอกว่า “เจ้าแมวขนปุยเคยอยู่ที่นี่” ข้อความเหล่านี้แสดงถึงมิตรภาพและความรักที่ไม่จำกัดเผ่าพันธุ์

Johnson-Bennett บอกว่าแมวของเธอมักจะเอาหัวชนสุนัขของเธออยู่บ่อย ๆ

“สุนัขของฉันมักจะถอยห่าง เหมือนกำลังคิดอยู่ว่า ‘ฉันไม่เข้าใจพฤติกรรมของเธอ มันไม่มีอะไรเลยสำหรับฉันแต่เธอดีกับฉันแวลาอยู่ด้วยกัน’ ถึงสุนัขจะไม่เข้าใจว่าแมวทำอะไร แต่มันก็ดูจะได้ผลดีกับทั้งสองฝ่าย”

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร

ควรจะตอบสนองอย่างไรกับพฤติกรรมนี้
ในขณะที่สุนัขอาจไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร แต่ก็มีแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของในการตอบสอนงต่อพฤติกรรมนี้เพื่อเป็นพัฒนาความสัมพันธ์ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างหรือเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคุณเจ้าของและแมวของคุณ

“คุณควรจะดีใจที่เจ้าแมวเลือกคุณ มีความสุขไปกับการใช้เวลานี้กับเจ้าแมวและถือเป็นคำชมว่าคุณคู่ควรกับความรักของพวกเขา คุณคือผู้ถูกเลือก!” Johnson กล่าว

หากคุณสนิทกับเจ้าแมวของคุณ คุณก็สามารถชนหัวกลับได้ หรือแค่ยื่นหน้าผากของคุณให้เจ้าแมวชน เกาคาง ลูบหัว หรือคุยเล่นกับแมวของคุณ

แมวจะแสดงพฤติกรรมชนหัวเวลาที่มีความสุข ไม่ใช่พฤติกรรมแสดงความก้าวร้าว กลัว หรือสันโดษ แต่เจ้าของควรรู้ว่าแมวของตัวเองชอบและไม่ชอบอะไร

“แมวบางตัวอาจรู้สึกไม่สบายใจกับการตอบสนองของเจ้าของ ดังนั้นบางครั้งคุณควรรอให้แมวเลือกที่จะเข้าหาคุณก่อนที่จะยื่นมือไปสัมผัสแมวเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อใจให้กับแมว”

การสร้างความสัมพันธ์ก่อนที่จะแสดงการตอบสนองต่อพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ

“ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับแมวมากเท่าไร แมวก็จะอยากเอาหัวชนคุณมากขึ้น”

หากคุณไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์กับแมวของคุณมาก คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้โดยการแปรงขนเบา ๆ ให้รางวัล หรือแค่พยายามสื่อสารกับแมวของคุณโดยการคุกเข่าหรือนั่งลงให้อยู่ในระดับเดียวกับแมวบนพื้น และพยายามให้แมวเข้าหาคุณ

การเอาหัวชนและการแสดงอาณาเขต
Johnson-Bennett กล่าวว่าเธอเห็นเจ้าของหลายคนมักจะสับสนพฤติกรรมเอาหัวชนกับการแสดงอาณาเขต

“การเอาหัวชนเป็นพฤติกรรมแสดงความรัก ผู้คนมักจะมองพฤติกรรมของแมวในมุมเดียวและมองเพียงแค่ผิวเผิน มนุษย์แบบเราแสดงความรักต่อกันด้วยการกอด จูบ หรือจับมือ แต่แมวมีพฤติกรรมหลากหลายในการสื่อสารผ่านการสัมผัส แมวจะเอาจมูกแตะแทนการจับมือทักทาย การเอาหัวชนเป็นอีกขั้นหนึ่งซึ้งเทียบได้กับการกอด”

การเอาหัวชนและการเอาหัวดันเป็นพฤติกรรมที่ต่างกัน
แมวจะเอาหัวดันหรือกดกับอะไรสักอย่างเมื่อเกิดความรู้สึกไม่สบายในหัวของแมว อาจเกิดจากความดันขึ้นสูง เนื้องอกในสมอง หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ

“แมวอาจเดินเข้าไปที่มุมใดมุมหนึ่งและดันหัวกับทั้งสองฝั่งของกำแพง แสดงสีหน้าเจ็บปวด ปวดหัว เหมือนกับพฤติกรรมที่เราบีบขมัมเวลาปวดหัว แมวอาจแสดงพฤติกรรมส่งเสียงมากผิดปกติ และอาจคำรามเหมือนกับกำลังสับสน” Johnson กล่าว

หากแมวของคุณเริ่มแสดงพฤติกรรมเอาหัวดันกำแพงหรือเครื่องเฟอร์นิเจอร์ หรือคุณสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การส่งเสียงร้อง เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าแมวของคุณกำลังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน และคุณเจ้าของควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

Johnson-Bennett กล่าวว่าการแยกแยะพฤติกรรมต่าง ๆ สำหรับแมวที่ดีที่สุดคือเจ้าของต้องรู้จักแมวเป็นอย่างดี และมีความระวังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม

“สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ที่เจ้าของพบเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมวจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อความสัมพันธ์ หากคุณเข้าใจสัญญาณต่าง ๆ ที่แมวแสดงออกผิดไป ความเข้าใจผิดนั้นจะกลายเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นหรือไม่ มนุษย์เราเข้าใจการสื่อสารของแมวผิดอยู่ตลอดเวลา เรามักคิดว่าเราเข้าใจในสิ่งที่แมวกำลังบอกหรือคิดว่าพฤติกรรมของแมวเหมือนกับสุนัข การเข้าใจพฤติกรรมเอาหัวชนเป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ช่วยไขปริศนาที่จะนำไปสู้การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับแมวของคุณ นั่นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ เราคงไม่ต้องการแมวที่เอาแต่หลบอยู่ใต้เตียงตลอดเวลาและไม่ต้องการจะเข้าใกล้คุณ”

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง

ความฟินนนน ความน่ารัก ความน่าถนุถนอมของน้องแมว เชื่อว่าหลายคนคงอดใจไม่ไหวอยากเลี้ยงน้องแมวไว้ยอมเป็นทาสสักตัว หรือใครที่กำลังเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง มีเคล็ดลับดูแลน้องแมวเบื้องต้นมาฝาก…

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
1. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – การทำควมสะอาดขนแมว
จะเห็นได้ว่าน้องแมวมักชอบมีพฤติกรรมเลียขนตัวเอง ส่วนทาสนั้นนน ก็มักมีพฤติกรรมชอบลูบขนแมว แต่ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาขนแมวร่วงติดเต็มเสื้อ เต็มบ้านไปหมด จริงๆ แล้วแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างสะอาดและไม่ค่อยชอบอาบน้ำนะ ฉะนั้นทาสแมวอย่างเรา ควรจะหาหวีหรือแปรงมาแปรงขนน้องแมวเป็นประจำ

2. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – วิธีการอุ้มน้องแมว
จะอุ้มน้องแมวก็ต้องอุ้มอย่างถูกวิธี ไม่งั้นอาจจะโดนน้องแมวข่วนได้นะ ให้ทาสแมววางมือข้างหนึ่งไว้หลังขาหน้าของแมว และอีกข้างไว้ที่ข้างหลังของขาหลัง แล้วค่อยยกขึ้นมาเบาๆ อย่าเผลอไปอุ้มแมวจากด้านหน้านะ ไม่งั้นโดนน้องแมวฝากรอยเล็บไว้ที่หน้ากับคอแน่

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
3. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – จัดที่นอนให้แมว
ที่นอนแมวก็สำคัญนะ ถึงแม้ว่าบางทีมันจะชอบมานอนบนตัว บนหัวทาสบ้าง แต่ก็ควรมีที่นอนให้น้องแมวไว้พักผ่อน ที่นอนควรเลือกเป็นผ้าห่มหรือผ้าขนหนูนุ่มๆ ให้แมวนอนอุ่นๆ และที่สำคัญต้องสะอาดและแห้ง ห้ามอับชื้นนะ เลือกมุมที่อยู่ในที่ร่มๆ อากาศถ่ายเทได้ดี และหมั่นซักผ้าปูที่นอนแมวบ่อยๆ เพื่อความสะอาดและป้องกันพวกเห็บหมัด เชื้อโรคต่างๆ

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
4. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – เมื่อน้องแมวอยากออกไปเดินเล่น
ถ้าน้องแมวบางตัวอาจชอบเดินเล่นอยู่ข้างนอก ควรจะมีปลอกคอสวมติดไว้ และป้ายชื่อเผื่อแมวพลัดหลง จะได้ตามหาตัวเจอถูก

5. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – เลือกที่ฉี่แมวให้เหมาะสม
น้องแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด มักไม่ค่อยฉี่หรืออึเรี่ยราด เพราะมันจะฉี่แต่ที่เดิมๆ ที่จำกลิ่นไว้แล้ว เพราะฉะนั้นทาสแมวทั้งหลาย ต้องเลือกที่ฉี่แมวที่มีลักษณะเป็นกล่องเหมือนเป็นครอก หรือจะเป็นกระบะทราย และวางในจุดที่เงียบๆ เพราะแมวไม่ชอบฉี่ให้ใครเห็น แล้วเลือกทรายแมวที่เก็บซับฉี่และอึของน้องแมวได้ดี ส่วนทาสแมวก็ต้องรับหน้าที่เก็บฉี่อึทุกวัน และทุกสัปดาห์ควรนำที่ฉี่แมวมาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อาจจะใช้พวกผงซักฟอกอ่อนๆ มาทำความสะอาด แต่ห้ามใช้พวกที่มีกลิ่นมะนาว แอมโมเนีย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นมิตรกับน้องแมวสักเท่าไหร่นะ

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
6. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – ต้องมีที่ฝนเล็บให้น้องแมว
แมวต้องเกา! เพราะน้องแมวมักจะมีพฤติกรรมชอบฝนเล็บตามสิ่งต่างๆ ที่น้องแมวจะเกาหรือฝนเล็บได้ ไม่ว่าจะเป็นโซฟา เฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ทำทาสแมวแทบร้องไห้ แนะนำว่าที่ฝนเล็บสำหรับน้องแมว ให้ฝนเล่น หรือพวกแผ่นลังกระดาษก็ได้นะ แต่เวลาฝนเล็บเศษลังกระดาษอาจจะกระจายนิดนึง ต้องทำใจ

7. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – ตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ
สุขภาพน้องแมวสำคัญมาก ทาสทั้งหลายควรพาน้องแมวไปสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปีนะ จะได้อยู่ให้อ้อนไปอีกนานๆ

Holiday Palace คือะไร

Holiday Palace คือ คือบ่อคาสิโน เปิดให้บริการเกมส์คาสิโนมากมาย อาทิเช่น บาคาร่า, รูเล็ต, ป็อกเด้ง,ไฮโล, สล็อต ที่เปิดให้บริการอยู่ปอยเปรต ประเทศกัมพูชา ติดชายแดนไทยทางด้านทิศตะวันออก จ.สระแก้ว

ปัจจุบันสามารถเข้าเล่นได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ทางเข้า Holiday palace ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

หมัดเป็นแมลงที่พบได้บ่อยที่อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 70% พวกมันจะกระโดดจากสัตว์ตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปหลบอยู่ใต้ขนและเริ่มดูดเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงหรือคุณมีอาการคันและเกิดผิวหนังอักเสบตามมา
จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวมีหมัด?

สังเกตอาการจากพฤติกรรม
แมวที่มีหมัดอยู่จำนวนมากคุณอาจจะสังเกตเห็นตัวหมัดกระโดดหรือเคลื่อนที่อยู่บนร่างกายของแมวได้เลย แต่ในกรณีทั่วไป คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าแมวมีอาการกระสับกระส่าย เกาหรือเคี้ยวบางบริเวณของร่างกายมากกว่าปกติ สั่นหัวบ่อยขึ้นและเกาที่หู

นอกจากนั้นพวกมันยังอาจมีอาการเลียบริเวณขนอย่างรุนแรงและซ้ำๆ และแมวบางตัวอาจจะทำการกำจัดหมัดออกไปได้เองก่อนที่คุณจะเห็นตัวหมัดด้วยซ้ำ

 

ตรวจดูผิวหนังและขนของแมว

หมัดเป็นแมลงขนาดเล็ก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ และยิ่งพวกมันดูดเลือดเข้าไปมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะมีสีอ่อนลงเท่านั้น พวกมันสามารถกระโดดได้สูงและเร็วมาก ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตดีๆ ระหว่างที่ให้แมวของคุณนอนหงายและเริ่มมองหาหมัดตามบริเวณข้อพับและขาหนีบซึ่งเป็นที่ที่หมัดชอบอาศัยอยู่ ตรวจดูหูอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีรอยเกา รอยแดง เลือด หรือรอยเปื้อนหรือไม่ ผิวหนังบริเวณท้อง ขาหนีบหรือโคนหางอาจจะมีรอยเกาหรือบวมแดงขึ้นได้หากแมวเกาที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนั้นยังอาจพบว่าแมวอาจจะมีขนร่วงในบริเวณที่มีการเกาอย่างรุนแรงและมีจุดสีดำตามผิวหนังได้หลังจากนั้นให้ใช้หวีกำจัดหมัดสางตามขนของแมวที่หลังและขา โดยพยายามให้เข้าไปให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุดเพื่อให้สามารถกำจัดตัวหมัดที่ซ่อนอยู่ออกมา และเตรียมชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ เพื่อกำจัดตัวหมัดที่คุณสางออกมาเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่อาจจะสามารถช่วยกำจัดหมัดที่มองเห็นได้ยากคือการใช้กระดาษขาวหรือกระดาษทิชชู่วางไว้ที่พื้นข้างๆ แมวระหว่างที่ทำการสางขน เนื่องจากอุจจาระของตัวหมัดจะหลุดออกมาจากผิวหนังและทำให้เห็นได้ชัดขึ้นเมื่อวางอยู่บนกระดาษ และทำให้คุณสามารถแยกระหว่างอุจจาระของหมัดกับฝุ่นทั่วๆ ไปได้ โดยอุจจาระจะกลายเป็นสีแดงน้ำตาลเมื่อโดนกระดาษสีขาว

 

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
หมัดไม่ได้อาศัยอยู่ที่เฉพาะตัวแมวเท่านั้น แต่ยังสามารถอาศัยอยู่ได้รอบบ้านและในบริเวณที่แมวของคุณใช้ชีวิตอยู่อีกด้วย ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตบริเวณดังกล่าวเพื่อดูว่ามีอุจจาระของหมัดหรือตัวหมัดอยู่หรือไม่ และอย่าลืมสังเกตตามขอบหน้าต่าง หลังตู้เก็บอาหารและตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่แมวชอบไปอยู่เช่นกัน

อีกวิธีหนึ่งก็คือให้ใส่ถุงเท้าสีขาวเดินในบริเวณที่แมวอาศัยอยู่บ่อยๆ อุจจาระจะติดขึ้นมาบนถุงเท้าและทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นนอกจากนั้นยังอาจใช้การวางชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ กับไฟที่เปิดทิ้งไว้ตอนกลางคืน เพื่อล่อให้หมัดจะกระโดดเข้าหาแสง ก่อนที่จะตกลงไปในน้ำ ทำให้คุณสามารถกำจัดหมัดได้ทีละหลายๆ ตัว

ขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
หากแมวของคุณยังคงมีอาการเกาแม้ว่าคุณจะไม่พบว่ามีตัวหมัดอยู่บนแมวหรือสิ่งแวดล้อมที่แมวอาศัยอยู่ หรือทำการกำจัดหมัดออกไปแล้ว ควรพามาตรวจกับสัตวแพทย์เพื่อดูว่าสาเหตุที่ทำให้แมวเกิดอาการเกานั้นคืออะไรและให้การรักษา

SBOBET เป็นผู้นำด้านเว็บแทงบอลออนไลน์ ทั่วทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย มีให้เลือก พนันทั้ง กีฬา คาสิโน นอกจากนี้ SBOBET ยังมีรูปแบบให้เลือกแทงได้หลากหลาย ทั้งแทงระหว่างเกม แทงแบบเต็มเวลา ครึ่งเวลา

ลูกค้าสามารถติดต่อ สมัครสมาชิก เติมเงิน ถอนเงิน ผ่านช่องทางต่อไปนี้

วิธีดูเพศของลูกแมว

ถ้าคุณจะซื้อลูกแมวมาเลี้ยงซักตัว คุณคงอยากรู้เพศของมัน ใช่หรือไม่? บางครั้งลูกแมวที่ทางร้านตั้งชื่อให้เช่น ทอมมี่หรือเร็กซ์ จริงๆแล้วอาจจะเป็นลูกแมวตัวเมีย ในขณะที่ลูกแมวที่ชื่อ มิสตี้หรือเฮเลน อาจจะเป็นลูกแมวตัวผู้ก็เป็นได้ ดังนั้นทางที่ดี คุณควรจะรู้วิธีดูเพศของแมวไว้ ดีกว่าที่ต้องมารู้ภายหลังว่าลูกแมวที่คุณซื้อมาไม่ได้มีเพศที่คุณคาดหวังไว้ แม้ว่าการดูเพศของลูกแมวจะยากกว่าการดูเพศของแมวโต ลองดูภาพข้างล่างนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าการดูเพศของลูกแมวนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วิธีดูเพศของลูกแมว
วิธีดูเพศของลูกแมว
ลูกแมวตัวเมีย ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะใกล้กันกว่าของลูกแมวตัวผู้

ลูกแมวตัวผู้ ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะห่างกันกว่าของลูกแมวตัวเมีย

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแยกเพศของลูกแมวได้แล้ว และก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาเปลี่ยนชื่อน้องแมวภายหลังด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง

น้องแมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก ขี้เล่นและรักความสะอาด จึงทำให้น้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมนำมาเลี้ยง แต่ก่อนที่คุณจะนำน้องแมวมาเลี้ยง คุณควรศึกษาหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้ดีซะก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง วันนี้เรามีสิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยงในบ้านดังนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง

– แมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระ ก่อนที่คุณจะเลี้ยงน้องแมว คุณควรแน่ใจว่าคุณมีพื้นที่เพียงพอให้น้องแมวได้วิ่งเล่นหรือไม่ คุณมีเวลาอยู่บ้านมากน้อยเพียงใด สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยตัดสินว่าคุณควรเลี้ยงแมวหรือไม่ ถ้าเลี้ยงได้ ควรเลี้ยงแมวพันธุ์และเพศใด เพราะแมวบางพันธุ์อาจต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เช่นแมวเปอร์เซียขนยาว เป็นต้น

– ถ้าคุณต้องออกไปทำงานทั้งวัน แล้วน้องแมวต้องเหงาอยู่ที่บ้านเพียงตัวเดียว คุณอาจจะหาเพื่อนแก้เหงาให้น้องแมวโดยการเลี้ยงน้องแมวเพิ่มอีกสักตัว

– ถ้าคุณเป็นโรคภูมิแพ้ ก่อนที่จะนำน้องแมวมาเลี้ยงที่บ้าน คุณควรมั่นใจว่าคุณไม่ได้แพ้สัตว์เลี้ยง (แมว) ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีกว่า

– ควรพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนที่คลินิกหรือโรงพยาบาลก่อนนำมาเลี้ยงที่บ้าน และควรพาไปฉีดวัคซีนเมื่อครบกำหนดเวลา

– ควรเลือกซื้อห้องน้ำแมวหรือกระบะแมวคุณภาพดีและมีฝาปิดด้านบน นอกจากนี้ควรเลือกซื้ออาหารแมวที่มีสารอาหารครบและเหมาะกับอายุของน้องแมวด้วย

– ควรซื้อของเล่นให้น้องแมวไว้เล่นคลายเหงาอาทิ เชือก, หนูปลอมหรือแม้แต่กล่องเปล่าก็สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้น้องแมวได้ ซึ่งของเล่นไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง เพียงแค่น้องแมวชอบก็โอเคแล้ว

– ควรซื้อเสาลับเล็บแมวเตรียมไว้ ถ้าคุณไม่อยากให้โซฟาที่บ้านขาดวิ่น

– ควรเตรียมต้นแคทนิพ (กัญชาแมว)และขนมสำหรับน้องแมวเพราะมันเป็นรางวัลที่ดีเยี่ยมในการฝึกน้องแมว

– ทำประกันภัยให้น้องแมว ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณไร้กังวล

– ควรหมั่นดูแลความสะอาดให้กับน้องแมวตั้งแต่ยังเล็ก อาทิอาบน้ำ, แปรงขน, ตัดเล็บเพราะจะช่วยให้น้องแมวเกิดความเคยชิน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับน้องแมวอีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง
และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คุณควรรู้ก็คือ น้องแมวนั้นมีอายุขัยประมาณ 20 ปี ดังนั้นถ้าคุณคิดจะเลี้ยงเค้า คุณควรเช็คความพร้อมของตัวเองก่อนว่า คุณพร้อมจะดูแลและเลี้ยงดูเค้าให้ดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่เค้าอยู่เคียงข้างคุณหรือไม่

9 วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้

การเลี้ยงแมวในคอนโด ห้องพัก หรือในบ้านมักจะมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง แตกต่างจากการเลี้ยงแบบปล่อย เพราะมีพื้นที่กว้าง ๆ ให้ได้วิ่งเล่นและเจอสภาพแวดล้อมที่หลากหลายกว่า ดังนั้นแล้ววิธีเลี้ยงเจ้าเหมียวในบ้านจึงค่อนข้างที่จะต้องเอาใจใส่มากขึ้นไม่อย่างนั้นอาจทำให้แมวเหมียวอารมณ์ดีกลายเป็นเหมียวขี้เหงาได้ และสำหรับวิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
1. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – มีมุมให้นั่งกินลมชมวิว
สำหรับที่นั่งชมวิวของเจ้าเหมียวตามเมืองนอกมักจะนิยมทำ screened porch หรือระเบียงเล็ก ๆ ที่คล้ายกับเรือนกระจกหน้าบ้านเอาไว้ให้เจ้าเหมียวนั่งกินลมชมวิว มองนกในสนามหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งจะทำให้เจ้าเหมียวปลอดภัยกว่าการออกไปนั่งเล่นนอกบ้าน หากทาสแมวคนไหนที่มีงบน้อย สามารถทำที่ชมวิวแบบง่าย ๆ ได้ด้วยการติดชั้นวางของติดผนังตามขอบหน้าต่างแล้วหาเบาะนุ่ม ๆ มาวาง แค่นี้ก็จะได้มุมชมวิวให้เจ้าเหมียวแล้ว

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
2. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – วางคอนโดแมวให้เจ้าเหมียวลับเล็บ
อีกปัญหาหนึ่งที่ทาสแมวต้องเจอก็คือ รอยขีดข่วนตามเฟอร์นิเจอร์อันมาจากคมเล็บของเจ้าแมว ไม่ใช่ว่าพวกมันนิสัยเสีย ชอบทำลายข้าวของอะไรหรอกนะ แต่นั่นเป็นธรรมชาติของเจ้าเหมียวที่ต้องลับเล็บตลอดเวลา ดังนั้นแล้วทาสแมวควรหาที่ลับเล็บมาไว้ให้เจ้าเหมียวด้วย ซึ่งคอนโดแมวก็ตอบโจทย์เป็นอย่างดี เจ้าเหมียวจะได้ทั้งปีนป่ายเล่นและลับเล็บไปพร้อม ๆ กัน สามารถซื้อหาได้ตามร้านเพ็ทช็อปหรือจะ DIY เองก็ไม่ยาก

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
3. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – มีของเล่นหลากหลาย
แมวที่เลี้ยงแบบปล่อยจะมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเร็วกว่าแมวที่เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากได้ออกไปสำรวจและทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ สำหรับเจ้าเหมียวที่อยู่ในบ้านนั้นจะมีข้อกำจัดในเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้เจ้าของสามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของเจ้าเหมียวได้ด้วยของเล่น โดยให้เลือกของเล่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ล่อแมว ตุ๊กตาหนู หรืออาจจะเป็นของที่หาได้ง่าย ๆ อย่างเช่น ถุง หรือ กล่อง เป็นต้น

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
4. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – ปลูกหญ้าแมวให้เจ้าเหมียวเคี้ยวเล่น
ทาสแมวหลายคนคงจะคุ้นเคยและรู้กันดีว่า เจ้าเหมียวจะชอบดมและเคี้ยวต้นหญ้าหรือต้นไม้เล็ก ๆ เล่นเพื่อรักษาสุขภาพของตัวเอง สำหรับบ้านหรือคอนโดที่ไม่มีสนามหญ้าให้เจ้าเหมียวได้ออกไปเคี้ยวเล่น ให้ปลูกหญ้าแมวใส่กระถางเล็กตั้งไว้ในบ้านแทน ซึ่งต้นไม้ที่แมวชอบกิน ได้แก่ ต้นไผ่เงิน ต้นข้าวสาลีอ่อน เป็นต้น

5. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – เปิดทีวีให้ดู
แมวเป็นสัตว์ที่สนใจและตื่นตัวกับสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ อย่างใบไม้และนกบนต้นไม้ข้างหน้าต่างพวกเจ้าเหมียวอาจนั่งมองได้นานสองนาน แต่สำหรับตามหน้าต่างคอนโดสูงอาจจะไม่มีนกไม่มีใบไม้ให้แมวได้นั่งมอง ซึ่งภาพเคลื่อนไหวในทีวีก็ทำให้พวกเจ้าเหมียวนั่งดูเพลิน ๆ ได้เหมือนกัน


วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
6. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – มีเวลาเล่นด้วย
เนื่องจากแมวเป็นสัตว์สังคมและชอบเล่น เจ้าของก็ควรมีเวลามาเล่นกับเจ้าเหมียวทุกวัน ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าเหมียวเล่นกับของเล่นแค่อย่างเดียว ของเล่นแมวมีเท่าไรก็ขนออกมาเล่นกับเจ้าเหมียวให้หมดค่ะ ยิ่งหลากหลายเจ้าเหมียวยิ่งชอบ จะได้เล่นของเล่นหลายแบบและไม่เบื่อด้วย


วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
7. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – พาออกไปเปิดหูเปิดตา
การเลี้ยงแมวในบ้านไม่ใช่ปล่อยเจ้าเหมียวไว้ในบ้านอย่างเดียว แต่ควรพาเจ้าเหมียวไปเปิดหูเปิดตาบ้าง สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านที่สุนัขไม่เพ่นพ่าน ก็สามารถจูงเจ้าเหมียวไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะได้ โดยก่อนจะพาเจ้าเหมียวออกไปเดินเล่นนอกบ้านควรจะฝึกให้คุ้นเคยกับการใส่สายจูงคล้องคอตอนเดินซะก่อน หรือถ้าแถวบ้านใครเจ้าถิ่นคุม เจ้าตูบในซอยบ้านเยอะ อาจจะพาเจ้าเหมียวไปขับรถเล่นแทนก็ได้

8. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงกลิ่นมูลแมวได้เท่ากับทาสแมวอีกแล้ว ทรายแมวที่ช่วยดับกลิ่นบางครั้งยังเอาไม่อยู่ สำหรับแมวที่เลี้ยงแบบเปิดอาจจะไม่หนักใจกับเรื่องนี้เท่าไร เนื่องจากเจ้าเหมียวจะออกไปขับถ่ายนอกบ้านอยู่แล้ว วิธีการลดกลิ่นสำหรับแมวที่เลี้ยงในบ้าน สามารถทำได้ด้วยการตักสิ่งขับถ่ายออก เติมและหรือเปลี่ยนทรายแมว หมั่นทำความสะอาดกระบะที่เจ้าเหมียวใช้เป็นประจำ รวมถึงการเลือกอาหารที่ช่วยลดกลิ่นมูลแมวก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้เช่นกัน

วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
9. วิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข – อาหาร
การเลือกอาหารให้เจ้าเหมียวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ (carnivore) อาหารที่เหมาะสมจึงควรมีสัดส่วนของโปรตีนที่สูงและมีสารอาหารที่ครบคุณค่าตรงตามความต้องการของแมวแต่ละช่วงวัย โดยอาหารที่เลือกจะต้องมีโปรตีนที่ดีมีคุณภาพ อย่างเช่น อาหารแมวสำเร็จรูปที่มีวัตถุดิบหลักจากไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพดี และข้าวแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และร่างกายเจ้าเหมียวสามารถดูดซึมนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ดี

การดูแลสุขอนามัยของแมว

แมวเป็นสัตว์รักอิสระ อีกทั้งมีนิสัยซุกซน จึงสามารถรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงที่เอาใจใส่ในเรื่องสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นกับตัวแมวและสมาชิกในบ้านได้ โรคต่างๆ ของแมวนั้นทำให้แมวมีปัญหาสุขภาพ ได้รับความเจ็บปวด และมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย หากเราหันมาดูแลตอนที่แมวป่วยเป็นโรคแล้ว นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากยังอาจจะสายเกินแก้ทำให้แมวเสียชีวิตในที่สุดได้

การดูแลเรื่องสุขอนามัยของแมว
การดูแลสุขอนามัยของแมว

  • หู อาการที่แมวเป็นบ่อยคือหูเป็นน้ำหนอง มีกลิ่นเหม็น ทำให้แมวเป็นโรคหูหนวกได้ การดูแลใบหูแมวนั้นทำได้โดย ใช้สำสีชุบน้ำยาเช็ดหู บริเวณภายนอกเท่านั้น
  • ตา อาการที่เป็นบ่อยคือ มีขี้ตา ตาแดง มีน้ำตาคลอ หรือไหล ดังนั้น การเช็ดรอบดวงตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาดจึงควรทำทุกวัน
  • เส้นขน แมวนั้นเป็นสัตว์ที่ชอบเลียขนตัวเอง ซึ่งมักจะมีขนแมวหลุดเข้าสู่ร่างกายและตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือได้รับเชื้อโรคได้ จึงควรใช้หวีแปรงขนไปตามเส้นแนวขนทุกวัน เพื่อลดการตกค้างของขนที่หลุดร่วง และป้องกันการเกิดรังแค การแปรงขนบ่อยๆ ยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้เส้นขนมีความเงางาม
  • เล็บ แมวบ้านนั้นควรมีการฝนเล็บหรือตัดเล็บโดยคนที่คุ้นเคย เพื่อป้องกันการขูดข่วนข้าวของในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกแมวข่วนขณะเล่นกัน ทั้งนี้มีข้อควรระวังคือ ห้ามตัดโดยเล็บส่วนที่เป็นเนื้อสีชมพู เพราะจะทำให้แมวเจ็บปวดและไม่ให้ความร่วมมือในการตัดเล็บอีก
  • ฟันและสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันการเกิดหินปูนเกาะฟัน การให้อาหารเม็ดกับแมวและมีชามใส่น้ำให้แมวดื่มกินอย่างเพียงพอสามารถช่วยได้ หลังแมวกินอาหารเสร็จ สามารถใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดด้านในกระพุ้งแก้มและรอบๆ ปากเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  • ความสะอาดของอุปกรณ์ ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายไม่ควรวางกระบะทรายกับชามอาหารและน้ำดื่ม ไว้ติดกันเกินไป
  • ที่นอน ต้องอยู่ในที่แห้ง ไม่อับชื้นเพราะเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อรา
  • ตรวจสุขภาพ ทำตารางการฉีดวัคซีนต่างๆ ตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
  • การดูแลเรื่องสุขอนามัยของแมว
    ทั้งนี้นอกจากการดูแลปกติแล้วเจ้าของเองควรหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติของพฤติกรรมของแมวว่าเปลี่ยนไปหรือไม่ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคต่าง ๆได้ การดูแลแมวนั้นไม่ได้มีวิธีการที่สลับซับซ้อน หรือยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้เลี้ยงนั้นหมั่นเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ก็จะได้แมวที่สุขภาพดี นิสัยน่ารัก คลอเคลียเจ้าของ ไม่ส่งเสียงรบกวนตัวเราและเพื่อนบ้าน ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    การเลี้ยงแมว ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักอิสระเลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก และบางครั้งยังปล่อยให้หากินเองได้ด้วยหากคนเลี้ยงไม่อยู่บ้านหรือมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยแมวไว้โดยไม่มีเจ้าของอยู่ดูแล แต่การเลี้ยงดูให้แมวมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ผู้เลี้ยงจะต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวบ้างพอสมควร เพื่อเป็นการเตรียมตัวหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเลี้ยงแมว

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    การเลี้ยงแมวไม่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจและมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงรวมถึงการดูแลสุขภาพ เรียนรู้อุปนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของแมว ซึ่งลักษณะนิสัยของแมวแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่นแมวบ้านทั่วไปผสมพันธุ์กับแมวป่าหรือแมวจรจัดที่ต้องหากินเองโดยไม่มีคนเลี้ยงดู มักจะมีนิสัยหวาดระแวงและไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เคลื่อนไหวรวดเร็วปราดเปรียว สำหรับการเลี้ยงดูต้องเริ่มจากเรื่องต่างๆ ดังนี้

    1. เรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว
    การเรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว เช่น ลักษณะที่ดีและลักษณะนิสัยที่ควรปรับหรือฝึก ตัวอย่างเช่นการนำแมวไทยมาเลี้ยงไว้ในบ้าน เพื่อช่วยจับหนูที่เข้ามากัดทำลายข้าวของ แมวประเภทอาจผสมพันธุ์กับแมวป่าหรือแมวจรจัดที่ไม่มีคนเลี้ยง ลูกแมวที่ออกมาส่วนใหญ่จะมีนิสัยหวาดระแวงไม่เข้าใกล้คนแม้แต่ผู้เลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย มักจะขู่ฟู่ๆหรือทำขนพองใส่ทุกครั้งที่เข้าใกล้ มักขับถ่ายไม่เป็นระบบ ดื้อและซนอาจเล่นสิ่งของให้เกิดความเสียหาย การเรียนรู้ลักษณะนิสัยทำให้ผู้เลี้ยงสามารถฝึกหรือเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับพฤติกรรมของลูกแมวได้

    2. เรียนรู้อาการเจ็บป่วยของแมว
    แมวที่เจ็บป่วยหากอาการที่เป็นอยู่ไม่มาก ผู้เลี้ยงอาจไม่รู้หรือไม่มีข้อสังเกต การเรียนรู้อาการเจ็บป่วยได้ดีที่สุดควรดูที่พฤติกรรมของแมว สังเกตว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น กินอาหารน้อยลงหรือไม่สนใจที่จะกินอาหาร ผู้เลี้ยงต้องติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด การขับถ่ายของแมวก็เป็นสิ่งบอกเหตุถึงอาการเจ็บป่วยได้ เพราะแมวที่ไม่ขับถ่ายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้หรือกระเพาะอาหาร

    3. เรียนรู้การดูแลสุขภาพแมว
    แมวต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามตาราง เช่น แมวอายุ 8 สัปดาห์ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคหวัดติดต่อและโรคหลอดลมอักเสบ แมวอายุ 9 สัปดาห์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย แมวอายุ 11-12 สัปดาห์ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แมวอายุ 12 สัปดาห์ต้องได้รับวัคซีนต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคหวัดติดต่อและโรคหลอดลมอักเสบซ้ำ รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียซ้ำ แมวอายุ 1 ปี ต้องได้รับวัคซีนรวมป้องกันทุกโรค

    การมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวทั้ง 3 เรื่องก็สามารถดูแลสุขภาพของแมวสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้แล้ว

    Older posts Newer posts

    © 2018 C a t

    Theme by Anders NorenUp ↑