C a t

Felis catus

Category: พฤติกรรมแมว (page 2 of 2)

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?
เวลาเจ้าแมวเอาหัวมาชนเจ้าของมักจะคิดว่าเป็นการเล่นของเขา แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน เจ้าของสามารถเรียนรู้พฤติกรรมที่น่าสนใจนี้ได้จากบทความนี้

เมื่อคุณกลับมาถึงบ้านหลังจากทำงานมาทั้งวัน น้องแมวของคุณเข้ามาทักทายโดยการเดินเข้ามาชนที่หัวเข่า ใบหน้า ขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคุณ ในขณะที่ท่าทางนี้ดูเหมือนการเล่นของแมว แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวเป็นการแสดงความสัมพันธ์
Palm Johnson-Bennett ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมวและผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมแมว กล่าวว่า “เมื่อแมวชนหัวจะเป็นการสร้างกลิ่นในบริเวณที่แมวตัวนั้นไป สิ่งที่แมวจดจำเป็นอย่างแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจดจำแมวตัวอื่น ๆ คือกลิ่น”

การแสดงความเป็นเจ้าของในแมวโดยการใช้หัวชน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการใช้หัวพุ่งชนเพื่อเป็นการเล่น เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แมวใช้ในการแลกเปลี่ยนกลิ่นเพื่อให้แมวทุกตัวในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน หรือภายในกลุ่มมีกลิ่นเหมือนกัน พฤติกรรมนี้คล้ายกับการเอาใต้คางหรือแก้มถู แมวแสดงพฤติกรรมนี้เพื่อทิ้งกลิ่นเอาไว้บนสิ่งของหรือผู้คนที่แมวได้แสดงความเป็นเจ้าของ แต่พฤติกรรมใช้หัวชนกับการใช้ใต้คางหรือแก้มถูมีความแตกต่างกัน

Ingrid Johnson ผู้ให้การปรึกษาด้านพฤติกรรมแล้วที่ได้รับการรับรองและยังเป็นที่ปรึกษาให้กับรายการช่อง Animal Planet กล่าวว่า การใช้หัวชนในแมวเป็นการสร้างสายพันธุ์ในรูปแบบหนึ่ง

เขากล่าวว่า “เจ้าแมวลำลังบอกคุณว่า ‘ฉันรักคุณนะ คุณเป็นคนที่ดีมาก แต่คุณตัวเหม็นไปหน่อย ฉันจะทำให้คุณกลิ่นgหมือนแมวอย่างพวกเราเอง’”

การเอาหัวมาชนจะเป็นการกระตุ้นต่อมสร้างกลิ่น ซึ่งจะหลังฟีโรโมนบริเวณหัวระหว่างเหนือดวงตาและใต้หูของแมว บริเวณนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า “จุดหัวล้านของแมวตัวผู้” เนื่องจากขนในบริเวณนี้จะร่วงไปบ้างเมื่อแมวตัวผู้อายุมากขึ้น

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวนี้บ่งบอกสถานะในสังคมของแมว
การใช้หัวชนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเป็นพฤติกรรมที่มีลำดับชั้นสูงกว่าการใช้ปัสสาวะในการแสดงความเป็นเจ้าของ การปัสสาวะเป็นพฤติกรรมที่แมวที่มีลำดับต่ำกว่าแสดงออกเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคม ในสังคมของแมวที่อยู่ด้วยกันหลายตัวในหนึ่งบ้านหรือในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง จะเป็นแมวที่มีลำดับสูงสุดภายในบ้านแสดงพฤติกรรมเอาหัวชน

“แมวที่ชนหัวแมวตัวอื่น ไม่ใช่แมวที่ลำดับต่ำกว่า ขี้อาย หรือปัญญาอ่อน แต่เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความมั่นใจของแมว แมวที่เป็นมิตรกับทุกคนภายในบ้าน จุดมุ่งหมายของการแสดงพฤติกรรมนี้คือทำให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกันมีกลิ่นเดียวกันและดูแลขนให้ทุกคน” Johnson กล่าว

ฉันเอาหัวชนคุณ เพื่อที่จะบอกว่า “ฉันรักคุณ”
แมวที่แสดงพฤติกรรมเอาหัวชนอาจะเดินตรงเข้ามาหาเจ้าของขณะที่กำลังทำเสียงในลำคอ (pur) หรือล้มตัวลงนอนกับพื้นสองสามครั้งก่อนที่จะเข้าหาคุณ

Johnson-Bennett กล่าวว่าแมวที่กำลังจะเอาหัวชนคุณจะแสดงสีหน้าที่เป็นมิตร

“หนวดและม่านตาจะผ่อนคลาย หูก็จะแสดงความผ่อนคลาย โดยหูจะไม่ตั้งขึ้นเหมือนการแสดงพฤติกรรมเตรียมตัวออกล่าเหยื่อ”

การแสดงพฤติกรรมอาจมีการเปลี่ยนไปมาระหว่างการใช้หน้าถูกับคนหรือสัตว์ที่เป็นเป้าหมายของแมวกับแขนหรือขาของเครื่องเฟอร์นิเจอร์ แม้ว่าการสัมผัสกับเครื่องเฟอร์นิเจอร์หรือสั่งของอื่น ๆ มีแนวโน้มจะเป็นพฤติกรรมใช้ใต้คางเพื่อกระตุ้นต่อมบริเวณริมฝีปากมากกว่า

“เหมือนเป็นการให้ความรักเท่าเทียมกับระหว่างคนและสิ่งของ มนุษย์แบบเราไม่ได้ตระหนักอยู่เสมอว่าแมวใช้ชีวิตอยู่ในโลกของกลิ่น เพราะมนุษย์อย่างเราใช้การรับรู้ด้วยการมองเห็นมากกว่า เราจึงลืมไปว่าแมวมีต่อมสร้างกลิ่นมากมายอยู่บนตัว เหมือนเป็นการทิ้งข้อความแบบแมว ๆ เอาไว้” Johnson กล่าว

ข้อความที่ส่งออกไปมีความหมายมากกว่าแค่บอกว่า “เจ้าแมวขนปุยเคยอยู่ที่นี่” ข้อความเหล่านี้แสดงถึงมิตรภาพและความรักที่ไม่จำกัดเผ่าพันธุ์

Johnson-Bennett บอกว่าแมวของเธอมักจะเอาหัวชนสุนัขของเธออยู่บ่อย ๆ

“สุนัขของฉันมักจะถอยห่าง เหมือนกำลังคิดอยู่ว่า ‘ฉันไม่เข้าใจพฤติกรรมของเธอ มันไม่มีอะไรเลยสำหรับฉันแต่เธอดีกับฉันแวลาอยู่ด้วยกัน’ ถึงสุนัขจะไม่เข้าใจว่าแมวทำอะไร แต่มันก็ดูจะได้ผลดีกับทั้งสองฝ่าย”

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร

ควรจะตอบสนองอย่างไรกับพฤติกรรมนี้
ในขณะที่สุนัขอาจไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร แต่ก็มีแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของในการตอบสอนงต่อพฤติกรรมนี้เพื่อเป็นพัฒนาความสัมพันธ์ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างหรือเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคุณเจ้าของและแมวของคุณ

“คุณควรจะดีใจที่เจ้าแมวเลือกคุณ มีความสุขไปกับการใช้เวลานี้กับเจ้าแมวและถือเป็นคำชมว่าคุณคู่ควรกับความรักของพวกเขา คุณคือผู้ถูกเลือก!” Johnson กล่าว

หากคุณสนิทกับเจ้าแมวของคุณ คุณก็สามารถชนหัวกลับได้ หรือแค่ยื่นหน้าผากของคุณให้เจ้าแมวชน เกาคาง ลูบหัว หรือคุยเล่นกับแมวของคุณ

แมวจะแสดงพฤติกรรมชนหัวเวลาที่มีความสุข ไม่ใช่พฤติกรรมแสดงความก้าวร้าว กลัว หรือสันโดษ แต่เจ้าของควรรู้ว่าแมวของตัวเองชอบและไม่ชอบอะไร

“แมวบางตัวอาจรู้สึกไม่สบายใจกับการตอบสนองของเจ้าของ ดังนั้นบางครั้งคุณควรรอให้แมวเลือกที่จะเข้าหาคุณก่อนที่จะยื่นมือไปสัมผัสแมวเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อใจให้กับแมว”

การสร้างความสัมพันธ์ก่อนที่จะแสดงการตอบสนองต่อพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ

“ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับแมวมากเท่าไร แมวก็จะอยากเอาหัวชนคุณมากขึ้น”

หากคุณไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์กับแมวของคุณมาก คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้โดยการแปรงขนเบา ๆ ให้รางวัล หรือแค่พยายามสื่อสารกับแมวของคุณโดยการคุกเข่าหรือนั่งลงให้อยู่ในระดับเดียวกับแมวบนพื้น และพยายามให้แมวเข้าหาคุณ

การเอาหัวชนและการแสดงอาณาเขต
Johnson-Bennett กล่าวว่าเธอเห็นเจ้าของหลายคนมักจะสับสนพฤติกรรมเอาหัวชนกับการแสดงอาณาเขต

“การเอาหัวชนเป็นพฤติกรรมแสดงความรัก ผู้คนมักจะมองพฤติกรรมของแมวในมุมเดียวและมองเพียงแค่ผิวเผิน มนุษย์แบบเราแสดงความรักต่อกันด้วยการกอด จูบ หรือจับมือ แต่แมวมีพฤติกรรมหลากหลายในการสื่อสารผ่านการสัมผัส แมวจะเอาจมูกแตะแทนการจับมือทักทาย การเอาหัวชนเป็นอีกขั้นหนึ่งซึ้งเทียบได้กับการกอด”

การเอาหัวชนและการเอาหัวดันเป็นพฤติกรรมที่ต่างกัน
แมวจะเอาหัวดันหรือกดกับอะไรสักอย่างเมื่อเกิดความรู้สึกไม่สบายในหัวของแมว อาจเกิดจากความดันขึ้นสูง เนื้องอกในสมอง หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ

“แมวอาจเดินเข้าไปที่มุมใดมุมหนึ่งและดันหัวกับทั้งสองฝั่งของกำแพง แสดงสีหน้าเจ็บปวด ปวดหัว เหมือนกับพฤติกรรมที่เราบีบขมัมเวลาปวดหัว แมวอาจแสดงพฤติกรรมส่งเสียงมากผิดปกติ และอาจคำรามเหมือนกับกำลังสับสน” Johnson กล่าว

หากแมวของคุณเริ่มแสดงพฤติกรรมเอาหัวดันกำแพงหรือเครื่องเฟอร์นิเจอร์ หรือคุณสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การส่งเสียงร้อง เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าแมวของคุณกำลังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน และคุณเจ้าของควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

Johnson-Bennett กล่าวว่าการแยกแยะพฤติกรรมต่าง ๆ สำหรับแมวที่ดีที่สุดคือเจ้าของต้องรู้จักแมวเป็นอย่างดี และมีความระวังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม

“สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ที่เจ้าของพบเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมวจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อความสัมพันธ์ หากคุณเข้าใจสัญญาณต่าง ๆ ที่แมวแสดงออกผิดไป ความเข้าใจผิดนั้นจะกลายเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นหรือไม่ มนุษย์เราเข้าใจการสื่อสารของแมวผิดอยู่ตลอดเวลา เรามักคิดว่าเราเข้าใจในสิ่งที่แมวกำลังบอกหรือคิดว่าพฤติกรรมของแมวเหมือนกับสุนัข การเข้าใจพฤติกรรมเอาหัวชนเป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ช่วยไขปริศนาที่จะนำไปสู้การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับแมวของคุณ นั่นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ เราคงไม่ต้องการแมวที่เอาแต่หลบอยู่ใต้เตียงตลอดเวลาและไม่ต้องการจะเข้าใกล้คุณ”

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

หมัดเป็นแมลงที่พบได้บ่อยที่อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 70% พวกมันจะกระโดดจากสัตว์ตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปหลบอยู่ใต้ขนและเริ่มดูดเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงหรือคุณมีอาการคันและเกิดผิวหนังอักเสบตามมา
จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวมีหมัด?

สังเกตอาการจากพฤติกรรม
แมวที่มีหมัดอยู่จำนวนมากคุณอาจจะสังเกตเห็นตัวหมัดกระโดดหรือเคลื่อนที่อยู่บนร่างกายของแมวได้เลย แต่ในกรณีทั่วไป คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าแมวมีอาการกระสับกระส่าย เกาหรือเคี้ยวบางบริเวณของร่างกายมากกว่าปกติ สั่นหัวบ่อยขึ้นและเกาที่หู

นอกจากนั้นพวกมันยังอาจมีอาการเลียบริเวณขนอย่างรุนแรงและซ้ำๆ และแมวบางตัวอาจจะทำการกำจัดหมัดออกไปได้เองก่อนที่คุณจะเห็นตัวหมัดด้วยซ้ำ

 

ตรวจดูผิวหนังและขนของแมว

หมัดเป็นแมลงขนาดเล็ก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ และยิ่งพวกมันดูดเลือดเข้าไปมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะมีสีอ่อนลงเท่านั้น พวกมันสามารถกระโดดได้สูงและเร็วมาก ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตดีๆ ระหว่างที่ให้แมวของคุณนอนหงายและเริ่มมองหาหมัดตามบริเวณข้อพับและขาหนีบซึ่งเป็นที่ที่หมัดชอบอาศัยอยู่ ตรวจดูหูอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีรอยเกา รอยแดง เลือด หรือรอยเปื้อนหรือไม่ ผิวหนังบริเวณท้อง ขาหนีบหรือโคนหางอาจจะมีรอยเกาหรือบวมแดงขึ้นได้หากแมวเกาที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนั้นยังอาจพบว่าแมวอาจจะมีขนร่วงในบริเวณที่มีการเกาอย่างรุนแรงและมีจุดสีดำตามผิวหนังได้หลังจากนั้นให้ใช้หวีกำจัดหมัดสางตามขนของแมวที่หลังและขา โดยพยายามให้เข้าไปให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุดเพื่อให้สามารถกำจัดตัวหมัดที่ซ่อนอยู่ออกมา และเตรียมชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ เพื่อกำจัดตัวหมัดที่คุณสางออกมาเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่อาจจะสามารถช่วยกำจัดหมัดที่มองเห็นได้ยากคือการใช้กระดาษขาวหรือกระดาษทิชชู่วางไว้ที่พื้นข้างๆ แมวระหว่างที่ทำการสางขน เนื่องจากอุจจาระของตัวหมัดจะหลุดออกมาจากผิวหนังและทำให้เห็นได้ชัดขึ้นเมื่อวางอยู่บนกระดาษ และทำให้คุณสามารถแยกระหว่างอุจจาระของหมัดกับฝุ่นทั่วๆ ไปได้ โดยอุจจาระจะกลายเป็นสีแดงน้ำตาลเมื่อโดนกระดาษสีขาว

 

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
หมัดไม่ได้อาศัยอยู่ที่เฉพาะตัวแมวเท่านั้น แต่ยังสามารถอาศัยอยู่ได้รอบบ้านและในบริเวณที่แมวของคุณใช้ชีวิตอยู่อีกด้วย ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตบริเวณดังกล่าวเพื่อดูว่ามีอุจจาระของหมัดหรือตัวหมัดอยู่หรือไม่ และอย่าลืมสังเกตตามขอบหน้าต่าง หลังตู้เก็บอาหารและตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่แมวชอบไปอยู่เช่นกัน

อีกวิธีหนึ่งก็คือให้ใส่ถุงเท้าสีขาวเดินในบริเวณที่แมวอาศัยอยู่บ่อยๆ อุจจาระจะติดขึ้นมาบนถุงเท้าและทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นนอกจากนั้นยังอาจใช้การวางชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ กับไฟที่เปิดทิ้งไว้ตอนกลางคืน เพื่อล่อให้หมัดจะกระโดดเข้าหาแสง ก่อนที่จะตกลงไปในน้ำ ทำให้คุณสามารถกำจัดหมัดได้ทีละหลายๆ ตัว

ขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
หากแมวของคุณยังคงมีอาการเกาแม้ว่าคุณจะไม่พบว่ามีตัวหมัดอยู่บนแมวหรือสิ่งแวดล้อมที่แมวอาศัยอยู่ หรือทำการกำจัดหมัดออกไปแล้ว ควรพามาตรวจกับสัตวแพทย์เพื่อดูว่าสาเหตุที่ทำให้แมวเกิดอาการเกานั้นคืออะไรและให้การรักษา

SBOBET เป็นผู้นำด้านเว็บแทงบอลออนไลน์ ทั่วทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย มีให้เลือก พนันทั้ง กีฬา คาสิโน นอกจากนี้ SBOBET ยังมีรูปแบบให้เลือกแทงได้หลากหลาย ทั้งแทงระหว่างเกม แทงแบบเต็มเวลา ครึ่งเวลา

ลูกค้าสามารถติดต่อ สมัครสมาชิก เติมเงิน ถอนเงิน ผ่านช่องทางต่อไปนี้

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?

ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับตัวเรา?
โดยส่วนมากแล้วพฤติกรรมของแมวมักถูกกำหนดมาจากความเครียดและความกลัว แต่บางทีก็สามารถเกิดมาจากสิ่งดีๆที่เป็นมิตรได้ เมื่อเจ้าเหมียวทำการถูกับขาของคุณหรือมีการเอาหัวมายันนั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ดี สัตวแพทย์ในเมืองมิชิแกนท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าพฤติกรรมการเอาศีรษะมาถูนั้น เจ้าเหมียวได้มีการเรียนรู้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นลูกแมวที่อาศัยอยู่กับแม่แมว ซึ่งพฤติกรรมนี้สามารถใช้เป็นพฤติกรรมการทักทายได้ คุณเจ้าของท่านใดที่ต้องการทราบเหตุผลของการที่เจ้าเหมียวถูหรือคลอเคลียคุณ สิ่งของ หรือถูซึ่งกันและกัน สามารถติดตามได้ที่บทความด้านล่างนี้

แมวจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประสาทสัมผัสในเรื่องของกลิ่นเพื่อการรับรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น เมื่อเจ้าเหมียวมีการถูหรือมีการเอาหัวมายันเรา เจ้าเหมียวจะมีการทำเครื่องหมายที่ตัวเราโดยใช้กลิ่นของมันเพื่อสร้างความผูกพัน ซึ่งการสร้างความผูกพันนั้นเป็นพฤติกรรมที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของแต่ละตัวภายในกลุ่ม โดยการที่เจ้าเหมียวเอาหัวมาถูนั้นถือเป็นการทำเครื่องหมายความเป็นเจ้าของแล้ว อีกทั้งกลิ่นยังเป็นตัวรวมกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?
เมื่อแมวพบเจอใครเป็นครั้งแรก แมวที่มีความเป็นมิตรจะเข้าไปถูผู้ที่เพิ่งได้พบเจอ เพื่อเป็นการทักทายและเป็นการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้นั้น เช่น มาจากที่ไหน หรือมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นพฤติกรรมนี้ก็ถือเป็นพฤติกรรมเชิญชวนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่บางครั้งแมวบางตัวไม่ได้ต้องการการลูบหัวหรือการตอบสนองจากเจ้าของแต่อย่างใด แต่อาจจะต้องการข้อมูลจากตัวคุณ กล่าวในอีกแง่ คือ ไม่ควรเหมารวมไปว่าการที่เจ้าเหมียวแปลกหน้าเอาหัวมาถูคือการเชิญชวนให้มาลูบหัว

อีกทั้งเจ้าเหมียวจะมีการทำการทักทายเจ้าเหมียวอีกตัวที่รู้จักกันด้วยกันเอาหัวมาถูกัน ในจำพวกแมวป่าที่มีความดุร้ายที่จะอาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม จะใช้พฤติกรรมนี้ในการแสดงความผูกพันภายในกลุ่ม เมื่อแมวอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มและทั้งหมดต่างมีการถูกันกลิ่นของพวกมันก็จะมีการกระจายไปทั่วกลุ่ม หากเจ้าเหมียวมีการถูไถกับสิ่งของภายในบ้านของคุณ เช่น โซฟา โต๊ะ หรือประตูทางเดินก็เพื่อที่จะทำเครื่องหมายกับสิ่งเหล่านั้นด้วยกลิ่นของมัน

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?
แมวจะมีต่อมกลิ่นที่อยู่บริเวณแก้ม หน้าผาก คาง และตรงฐานของหาง ซึ่งการที่มันมาถูไถคลอเคลียกับมนุษย์ สิ่งของหรือแมวตัวอื่นนั้นเพื่อที่จะทำเครื่องหมายวามเป็นเจ้าของโดยที่ไม่ใช่พฤติกรรมการหวงที่ พฤติกรรมการคลอเคลียนี้จัดเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นมิตรและผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงฟีโรโมนสังเคราะห์ของแมวเคยเป็นตัวช่วยเพื่อให้แมวเกิดความสงบ โดยจะเป็นการเลียนแบบฟีโรโมนตามธรรมชาติที่ได้ผลิตมาจากต่อมกลิ่น แต่อย่างที่ทราบกันว่าการทำเครื่องหมายด้วยกลิ่นนั้นเป็นเครื่องหมายที่ไม่ถาวร ดังนั้นเรามักจะเห็นว่าแมวจะกลับไปที่เดิมบ่อยๆเพื่อทำให้กลิ่นใหม่เสมอ

มนุษย์จะให้รางวัลเวลาที่แมวเอาหัวเข้ามาดันหรือถูด้วยการลูบคลำหรือเกาที่หัวของมัน ซึ่งจะทำให้แมวรู้สึกเคลิ้ม ผู้คนส่วนมากมักไม่ทราบว่าเจ้าเหมียวชอบที่จะให้ลูบคลำหรือเกาบริเวณหัวและรอบๆใบหู น้อยมากที่จะชอบให้ลูบบริเวณหลังหรือด้านข้างตัว เป็นไปได้ว่าการที่เจ้าเหมียวเอาหัวเข้ามาถูนั้นเป็นการกระตุ้นให้เราลูบคลำและเกามันไปเรื่อยๆเพื่อที่ไม่ให้เราเข้าไปยุ่งกับส่วนอื่นของร่างกายมัน



ขอบคุณข้อมูล : www.honestdocs.co