C a t

Felis catus

Category: พฤติกรรมแมว (page 2 of 2)

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

หมัดเป็นแมลงที่พบได้บ่อยที่อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 70% พวกมันจะกระโดดจากสัตว์ตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปหลบอยู่ใต้ขนและเริ่มดูดเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงหรือคุณมีอาการคันและเกิดผิวหนังอักเสบตามมา
จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวมีหมัด?

สังเกตอาการจากพฤติกรรม
แมวที่มีหมัดอยู่จำนวนมากคุณอาจจะสังเกตเห็นตัวหมัดกระโดดหรือเคลื่อนที่อยู่บนร่างกายของแมวได้เลย แต่ในกรณีทั่วไป คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าแมวมีอาการกระสับกระส่าย เกาหรือเคี้ยวบางบริเวณของร่างกายมากกว่าปกติ สั่นหัวบ่อยขึ้นและเกาที่หู

นอกจากนั้นพวกมันยังอาจมีอาการเลียบริเวณขนอย่างรุนแรงและซ้ำๆ และแมวบางตัวอาจจะทำการกำจัดหมัดออกไปได้เองก่อนที่คุณจะเห็นตัวหมัดด้วยซ้ำ

 

ตรวจดูผิวหนังและขนของแมว

หมัดเป็นแมลงขนาดเล็ก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ และยิ่งพวกมันดูดเลือดเข้าไปมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะมีสีอ่อนลงเท่านั้น พวกมันสามารถกระโดดได้สูงและเร็วมาก ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตดีๆ ระหว่างที่ให้แมวของคุณนอนหงายและเริ่มมองหาหมัดตามบริเวณข้อพับและขาหนีบซึ่งเป็นที่ที่หมัดชอบอาศัยอยู่ ตรวจดูหูอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีรอยเกา รอยแดง เลือด หรือรอยเปื้อนหรือไม่ ผิวหนังบริเวณท้อง ขาหนีบหรือโคนหางอาจจะมีรอยเกาหรือบวมแดงขึ้นได้หากแมวเกาที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนั้นยังอาจพบว่าแมวอาจจะมีขนร่วงในบริเวณที่มีการเกาอย่างรุนแรงและมีจุดสีดำตามผิวหนังได้หลังจากนั้นให้ใช้หวีกำจัดหมัดสางตามขนของแมวที่หลังและขา โดยพยายามให้เข้าไปให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุดเพื่อให้สามารถกำจัดตัวหมัดที่ซ่อนอยู่ออกมา และเตรียมชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ เพื่อกำจัดตัวหมัดที่คุณสางออกมาเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่อาจจะสามารถช่วยกำจัดหมัดที่มองเห็นได้ยากคือการใช้กระดาษขาวหรือกระดาษทิชชู่วางไว้ที่พื้นข้างๆ แมวระหว่างที่ทำการสางขน เนื่องจากอุจจาระของตัวหมัดจะหลุดออกมาจากผิวหนังและทำให้เห็นได้ชัดขึ้นเมื่อวางอยู่บนกระดาษ และทำให้คุณสามารถแยกระหว่างอุจจาระของหมัดกับฝุ่นทั่วๆ ไปได้ โดยอุจจาระจะกลายเป็นสีแดงน้ำตาลเมื่อโดนกระดาษสีขาว

 

วิธีการสังเกตว่าแมวมีหมัดหรือไม่?

ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
หมัดไม่ได้อาศัยอยู่ที่เฉพาะตัวแมวเท่านั้น แต่ยังสามารถอาศัยอยู่ได้รอบบ้านและในบริเวณที่แมวของคุณใช้ชีวิตอยู่อีกด้วย ดังนั้นคุณจึงจะต้องสังเกตบริเวณดังกล่าวเพื่อดูว่ามีอุจจาระของหมัดหรือตัวหมัดอยู่หรือไม่ และอย่าลืมสังเกตตามขอบหน้าต่าง หลังตู้เก็บอาหารและตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่แมวชอบไปอยู่เช่นกัน

อีกวิธีหนึ่งก็คือให้ใส่ถุงเท้าสีขาวเดินในบริเวณที่แมวอาศัยอยู่บ่อยๆ อุจจาระจะติดขึ้นมาบนถุงเท้าและทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นนอกจากนั้นยังอาจใช้การวางชามใส่น้ำสบู่ไว้ใกล้ๆ กับไฟที่เปิดทิ้งไว้ตอนกลางคืน เพื่อล่อให้หมัดจะกระโดดเข้าหาแสง ก่อนที่จะตกลงไปในน้ำ ทำให้คุณสามารถกำจัดหมัดได้ทีละหลายๆ ตัว

ขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
หากแมวของคุณยังคงมีอาการเกาแม้ว่าคุณจะไม่พบว่ามีตัวหมัดอยู่บนแมวหรือสิ่งแวดล้อมที่แมวอาศัยอยู่ หรือทำการกำจัดหมัดออกไปแล้ว ควรพามาตรวจกับสัตวแพทย์เพื่อดูว่าสาเหตุที่ทำให้แมวเกิดอาการเกานั้นคืออะไรและให้การรักษา

SBOBET เป็นผู้นำด้านเว็บแทงบอลออนไลน์ ทั่วทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย มีให้เลือก พนันทั้ง กีฬา คาสิโน นอกจากนี้ SBOBET ยังมีรูปแบบให้เลือกแทงได้หลากหลาย ทั้งแทงระหว่างเกม แทงแบบเต็มเวลา ครึ่งเวลา

ลูกค้าสามารถติดต่อ สมัครสมาชิก เติมเงิน ถอนเงิน ผ่านช่องทางต่อไปนี้

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?

ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับตัวเรา?
โดยส่วนมากแล้วพฤติกรรมของแมวมักถูกกำหนดมาจากความเครียดและความกลัว แต่บางทีก็สามารถเกิดมาจากสิ่งดีๆที่เป็นมิตรได้ เมื่อเจ้าเหมียวทำการถูกับขาของคุณหรือมีการเอาหัวมายันนั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ดี สัตวแพทย์ในเมืองมิชิแกนท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าพฤติกรรมการเอาศีรษะมาถูนั้น เจ้าเหมียวได้มีการเรียนรู้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นลูกแมวที่อาศัยอยู่กับแม่แมว ซึ่งพฤติกรรมนี้สามารถใช้เป็นพฤติกรรมการทักทายได้ คุณเจ้าของท่านใดที่ต้องการทราบเหตุผลของการที่เจ้าเหมียวถูหรือคลอเคลียคุณ สิ่งของ หรือถูซึ่งกันและกัน สามารถติดตามได้ที่บทความด้านล่างนี้

แมวจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประสาทสัมผัสในเรื่องของกลิ่นเพื่อการรับรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น เมื่อเจ้าเหมียวมีการถูหรือมีการเอาหัวมายันเรา เจ้าเหมียวจะมีการทำเครื่องหมายที่ตัวเราโดยใช้กลิ่นของมันเพื่อสร้างความผูกพัน ซึ่งการสร้างความผูกพันนั้นเป็นพฤติกรรมที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของแต่ละตัวภายในกลุ่ม โดยการที่เจ้าเหมียวเอาหัวมาถูนั้นถือเป็นการทำเครื่องหมายความเป็นเจ้าของแล้ว อีกทั้งกลิ่นยังเป็นตัวรวมกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?
เมื่อแมวพบเจอใครเป็นครั้งแรก แมวที่มีความเป็นมิตรจะเข้าไปถูผู้ที่เพิ่งได้พบเจอ เพื่อเป็นการทักทายและเป็นการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้นั้น เช่น มาจากที่ไหน หรือมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นพฤติกรรมนี้ก็ถือเป็นพฤติกรรมเชิญชวนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่บางครั้งแมวบางตัวไม่ได้ต้องการการลูบหัวหรือการตอบสนองจากเจ้าของแต่อย่างใด แต่อาจจะต้องการข้อมูลจากตัวคุณ กล่าวในอีกแง่ คือ ไม่ควรเหมารวมไปว่าการที่เจ้าเหมียวแปลกหน้าเอาหัวมาถูคือการเชิญชวนให้มาลูบหัว

อีกทั้งเจ้าเหมียวจะมีการทำการทักทายเจ้าเหมียวอีกตัวที่รู้จักกันด้วยกันเอาหัวมาถูกัน ในจำพวกแมวป่าที่มีความดุร้ายที่จะอาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม จะใช้พฤติกรรมนี้ในการแสดงความผูกพันภายในกลุ่ม เมื่อแมวอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มและทั้งหมดต่างมีการถูกันกลิ่นของพวกมันก็จะมีการกระจายไปทั่วกลุ่ม หากเจ้าเหมียวมีการถูไถกับสิ่งของภายในบ้านของคุณ เช่น โซฟา โต๊ะ หรือประตูทางเดินก็เพื่อที่จะทำเครื่องหมายกับสิ่งเหล่านั้นด้วยกลิ่นของมัน

พฤติกรรมของเจ้าเหมียว: ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบเข้ามาคลอเคลียกับเรา?
แมวจะมีต่อมกลิ่นที่อยู่บริเวณแก้ม หน้าผาก คาง และตรงฐานของหาง ซึ่งการที่มันมาถูไถคลอเคลียกับมนุษย์ สิ่งของหรือแมวตัวอื่นนั้นเพื่อที่จะทำเครื่องหมายวามเป็นเจ้าของโดยที่ไม่ใช่พฤติกรรมการหวงที่ พฤติกรรมการคลอเคลียนี้จัดเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นมิตรและผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงฟีโรโมนสังเคราะห์ของแมวเคยเป็นตัวช่วยเพื่อให้แมวเกิดความสงบ โดยจะเป็นการเลียนแบบฟีโรโมนตามธรรมชาติที่ได้ผลิตมาจากต่อมกลิ่น แต่อย่างที่ทราบกันว่าการทำเครื่องหมายด้วยกลิ่นนั้นเป็นเครื่องหมายที่ไม่ถาวร ดังนั้นเรามักจะเห็นว่าแมวจะกลับไปที่เดิมบ่อยๆเพื่อทำให้กลิ่นใหม่เสมอ

มนุษย์จะให้รางวัลเวลาที่แมวเอาหัวเข้ามาดันหรือถูด้วยการลูบคลำหรือเกาที่หัวของมัน ซึ่งจะทำให้แมวรู้สึกเคลิ้ม ผู้คนส่วนมากมักไม่ทราบว่าเจ้าเหมียวชอบที่จะให้ลูบคลำหรือเกาบริเวณหัวและรอบๆใบหู น้อยมากที่จะชอบให้ลูบบริเวณหลังหรือด้านข้างตัว เป็นไปได้ว่าการที่เจ้าเหมียวเอาหัวเข้ามาถูนั้นเป็นการกระตุ้นให้เราลูบคลำและเกามันไปเรื่อยๆเพื่อที่ไม่ให้เราเข้าไปยุ่งกับส่วนอื่นของร่างกายมัน



ขอบคุณข้อมูล : www.honestdocs.co

วิธีดูเพศของลูกแมว

ถ้าคุณจะซื้อลูกแมวมาเลี้ยงซักตัว คุณคงอยากรู้เพศของมัน ใช่หรือไม่? บางครั้งลูกแมวที่ทางร้านตั้งชื่อให้เช่น ทอมมี่หรือเร็กซ์ จริงๆแล้วอาจจะเป็นลูกแมวตัวเมีย ในขณะที่ลูกแมวที่ชื่อ มิสตี้หรือเฮเลน อาจจะเป็นลูกแมวตัวผู้ก็เป็นได้ ดังนั้นทางที่ดี คุณควรจะรู้วิธีดูเพศของแมวไว้ ดีกว่าที่ต้องมารู้ภายหลังว่าลูกแมวที่คุณซื้อมาไม่ได้มีเพศที่คุณคาดหวังไว้ แม้ว่าการดูเพศของลูกแมวจะยากกว่าการดูเพศของแมวโต ลองดูภาพข้างล่างนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าการดูเพศของลูกแมวนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วิธีดูเพศของลูกแมว
วิธีดูเพศของลูกแมว
ลูกแมวตัวเมีย ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะใกล้กันกว่าของลูกแมวตัวผู้

ลูกแมวตัวผู้ ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะห่างกันกว่าของลูกแมวตัวเมีย

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแยกเพศของลูกแมวได้แล้ว และก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาเปลี่ยนชื่อน้องแมวภายหลังด้วย

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี 

ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเจ็บป่วยก็มักจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเช่น เจ้าแมวเหมียว สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งอากาศร้อนอบอ้าว ฝนตก หรืออากาศหนาว มักทำให้เจ้าแมวเหมียวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีน้ำมูก มีไข้และตัวร้อน อาการป่วยไข้ของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มีวิธีดูแลอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลและคำแนะนำดีๆมาฝาก

อาการเจ็บป่วยและสาเหตุของโรค

แมวมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดได้เหมือนคน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้  เช่น อาการไข้หวัด สัตวแพทย์จะเรียกโรคหวัดแมวว่า Cat Flu  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด และมักจะพบในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน สาเหตุของการเกิดโลก เช่น สัมผัสเชื้อไวรัสที่อยู่ตามตัวของแมวหรือเสื้อผ้าของคนเลี้ยง การได้รับเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก และสิ่งคัดหลั่งอื่นๆของแมวที่ป่วยเป็นหวัด

ลักษณะอาการของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด

1. มีอาการจามหรือไอมากผิดปกติ

2. นอนซึม หมดเรี่ยวแรง เดินไม่ค่อยไหว

3. เบื่ออาหาร ผอมโซ

4. มีไข้ ตัวร้อน บ้างครั้งมีน้ำมูกไหล ขี้ตาเฉอะแฉะมากกว่าปกติ

5. มีแผลในช่องปาก ช่องปากอักเสบ ตาอักเสบมีขี้ตา หรือตาแฉะ

วิธีดูเมื่อเจ้าแมวเหมียวป่วย

1. เมื่อสังเกตอาการและรู้แน่ชัดว่าเจ้าแมวเหมียวป่วยเป็นไข้หวัด หากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว ให้คัดแยกแมวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อไม่ให้แมวตัวอื่นติดไข้หวัดจากแมวที่ป่วย

2. จัดให้แมวที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ในสถานที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก

3. เช็ดทำความสะอาดตาและจมูก เพื่อให้แมวหายใจสะดวกและรู้สึกสบายตัว

4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เลี้ยงแมวป่วยให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่แมวตัวอื่นๆ

5. นำแมวป่วยไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการป่วย

6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

วิธีป้องกันอาการเจ็บป่วยเมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง

การดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงก็ไม่แตกต่างไปจากการดูแลสุขภาพของคนเรา ควรดูแลสุขภาพของแมวให้แข็งแรง นำแมวไปฉีดวัคซีนและให้อาหารที่มีคุณค่าสารอาหารตามที่ร่างกายของแมวต้องการ  เล่นหยอกล้อหรือสัมผัสให้ความอบอุ่นกับแมวเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด ดูแลเอาใจใส่และไม่ทิ้งแมวไว้เพียงลำพังหรือปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ

การดูแลสุขภาพของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ผู้เลี้ยงควรวิตกกังวล เพราะอาการไข้หวัดสามารถหายเองได้ ส่วนวิธีดูแลที่ดีที่สุดผู้เลี้ยงควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้น้องแมวตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลและป้องกันโรคให้น้องแมวของเราได้แล้ว

วิธีการสังเกตอาการป่วยของแมว

วิธีการ สังเกตอาการป่วยของแมว เหล่าท่านๆต้องศึกษาให้ดีว่าแมวของท่านป่วยหรือไม่ เพื่อให้ร่างกายของเขา แข็งแรงอยู่เสมอเราควรสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่เสมอ

1.สังเกตลักษณะท่าทางและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

cat

แมวนอนมากแค่ไหน. ถ้าแมวป่วยจะนอนเยอะเป็นพิเศษ ถ้าแมวไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ อย่างอ้วก ท้องเสีย ไม่กินอาหาร หรือตัวบวม ให้คุณคอยสังเกตการณ์ต่อไป ถ้ามีอาการที่ว่าเมื่อไหร่ ให้พาไปหาหมอทันที

  • ถ้าแมวไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ให้จับตาดู 24 ชั่วโมง (หรือจะพาไปหาหมอก่อนก็ได้ถ้าคุณเป็นห่วงมาก) ถ้าวันที่ 2 แล้วแมวยังนอนเยอะดูเพลีย ให้รีบพาไปหาหมอเลย

cat1

วัดไข้หน่อย. ให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบวัดไข้ในรูก้น แต่ถ้าแมวไม่ยอมหรือกลัวทำแมวเครียดกว่าเดิมก็ค่อยให้คุณหมอวัดไข้ก็ได้ อุณหภูมิ 37 – 39 องศาถือว่าปกติดี แต่ถ้าเกิน 39 ขึ้นไปแสดงว่าเริ่มตัวร้อนแล้ว ยิ่งเกิน 39 นิดๆ ขึ้นไปนี่ก็ไข้แล้วล่ะ รีบพาไปหาหมอเลย

  • แมวเป็นไข้มักนอนเยอะผิดปกติ ไม่ยอมกินอาหาร และขนด้านชี้โด่ชี้เด่ จมูกกับหูก็อาจแห้งและอุ่นได้เวลาเอานิ้วแตะตอนอุณหภูมิตัวปกติ ถึงปกติการจับหูแมวเพื่อวัดไข้นั้นเป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้ผล แต่ถ้าจับแล้วหูแมวเย็นก็แสดงว่าไม่น่าเป็นไข้หรอก

cat2

พฤติกรรมการขับถ่ายของแมวเปลี่ยนไปหรือเปล่า. ลองสังเกตดูว่าแมวอึฉี่บ่อยแค่ไหน อึฉี่ลำบากไหม มีเลือดหรือมูกอะไรปนมาในฉี่หรือเปล่า และอึเป็นก้อนแข็งผิดปกติไหมถ้าตอนแรกแมวท้องเสียแล้วต่อมากลับไม่ยอมอึหรือท้องผูก (อึเป็นก้อนแข็ง) ให้รีบพาไปหาหมอด่วน รวมถึงถ้าแมวไม่อึไม่ฉี่หรืออึฉี่แต่มีเลือดปนด้วย

  • แมวตัวผู้มักมีปัญหาเรื่องทางเดินปัสสาวะบ่อยกว่า โดยเฉพาะเรื่องฉี่ไม่ออก สัญญาณบอกเหตุคือแมวจะแวะเวียนไปที่กระบะทรายบ่อยขึ้น หรือกระทั่งมานั่งยองๆ นอกกระบะ แมวอาจนั่งเบ่งอยู่อย่างนั้นนานเป็นหลายนาทีหรือลุกเดินไปนั่งยองๆ ที่จุดอื่นเรื่อยๆ ถ้าแมวมีอาการแบบนี้ให้สังเกตว่าแมวฉี่ออกหรือเปล่า (พื้นแห้งหรือเปียก?) ถ้าแมวฉี่ ก็ดูด้วยว่ามีเลือดปนไหม

cat3

สังเกตเรื่องอาหารการกิน. ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าแมวไม่ค่อยกินหรือกลับกันคือกินเยอะกว่าปกติ ก็คือผิดปกติทั้งคู่ ถ้าแมวไม่กินอาหารทั้งวัน เป็นไปได้หลายอย่าง เช่น แอบไปกินอาหารบ้านข้างๆ มา รู้สึกคลื่นไส้ หรืออาจมีปัญหาเรื่องไต แต่ถ้าอยู่ๆ แมวเกิดตะกละกินเยอะเป็นพิเศษ อาจแปลว่ามีปัญหาสุขภาพบางอย่าง

  • ถ้าแมวไม่ยอมกินอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ให้พาไปตรวจร่างกายกับคุณหมอ จะได้รักษาให้ตรงจุดก่อนเกิดภาวะหรือโรคแทรกซ้อน

cat4

แมวขาดน้ำหรือเปล่า. เรื่องกินน้ำก็สำคัญ ปกติแมวจะกินน้ำมากแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่ากินอาหารเปียก (ทำให้ไม่ค่อยกินน้ำ) หรืออาหารเม็ด (จะกินน้ำบ่อยกว่า) ส่วนปัจจัยอื่นที่ทำให้แมวกินน้ำเยอะขึ้นก็เช่น การติดเชื้อบางอย่าง โรคไต ไฮเปอร์ไทรอยด์ แล้วก็เบาหวาน ถ้าแมวกินน้ำเยอะเป็นพิเศษก็รีบพาไปหาหมอเถอะ

  • หรือคุณจะลองจับตามตัวดูก็ได้ ค่อยๆ คีบหนังตรงกลางระหว่างสะบักสองข้าง แล้วดึงออกจากตัว (เบาๆ เช่นกัน) จากนั้นปล่อย ถ้าหนังไม่ดีดกลับเข้าตัวทันที แสดงว่าแมวขาดน้ำ ให้พาไปหาหมอ

cat5

สังเกตน้ำหนักและรูปร่างของแมว. น้ำหนักเปลี่ยนกะทันหันไม่ว่าเพิ่มหรือลดควรพาไปหาหมอ โดยเฉพาะน้ำหนักลดไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เป็นสัญญาณบอกว่าแมวป่วย สังเกตได้ด้วยชั่งน้ำหนักแมวอาทิตย์ละครั้ง ถ้าแมวน้ำหนักลดลงไปเรื่อยๆ ให้รีบพาไปหาหมอทันที

  • ระยะเริ่มต้นของบางโรคอย่างเบาหวานหรือไฮเปอร์ไทรอยด์ แมวอาจดูปกติดีแค่น้ำหนักลดลง ถึงได้ย้ำว่าควรพาไปหาหมอถ้าแมวยังน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ
  • ถ้าบางโรคอย่างมะเร็งในกระเพาะหรือโรคหัวใจ แมวจะน้ำหนักเท่าเดิม แต่ผอมลง หรือก็คือพอเอามือลูบแล้วเจอซี่โครงกับสันหลังได้ง่ายขึ้น เพราะไขมันที่ปกคลุมนั้นน้อยลง แต่หน้าท้องจะกลมเต่งแทน ถ้าคุณไม่แน่ใจก็เอาไปหาหมอจะดีที่สุด

cat6

ตรวจสภาพขน. แมวป่วยไม่ค่อยมีแรงเลยเลิกดูแลขน ทำให้ขนที่เคยเงางามกลับด้าน พันกันยุ่งเหยิง จริงอยู่ว่าเวลาแมวเครียดก็ทำเอาขนร่วงหรือแมวไม่ค่อยดูแลขนได้ แต่บางทีก็เป็นสัญญาณบอกว่าแมวป่วย ปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด

  • ที่แมวเลิกดูแลขนอาจเพราะป่วยเป็นโรคข้ออักเสบ (arthritis) พอกระดูกกระเดี้ยวมันยึดแข็งปวดตัวไปหมด ก็ทำให้เลียขนลำบากจนเลิกดูแลไปเลย เพราะฉะนั้นถ้าแมวขนด้านเมื่อไหร่ลองพาไปตรวจร่างกายเผื่อไว้ก่อนดีกว่า

cat7

แมวอ้วกไหม. ถ้าแมวอ้วกหรืออ้วกเยอะวันละหลายครั้ง แถมดูเหนื่อยๆ ป่วยๆ แปลว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติ ถ้าแมวไม่ยอมกินน้ำหรืออ้วกหลังกินน้ำ ควรพาไปหาหมอแล้วล่ะ

  • แต่ปกติแมวก็ชอบอ้วกอยู่แล้วโดยที่ไม่ได้ป่วยอะไร (อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง) ประมาณว่าดีทอกซ์ตัวเอง ถ้าเป็นกรณีนี้แล้วแมวดูแข็งแรงดี มีรีแอคชั่น กินอิ่มนอนหลับตามปกติ ก็สบายใจได้เลย

cat8

แมวท้องเสียไหม. ปกติอึแมวควรหน้าตาเหมือนไส้กรอก ไม่นิ่มเละแต่ก็ไม่แข็งโป้ก ถ้าท้องเสียอึจะเหลวไม่เป็นก้อน แสดงว่าผิดปกติ ถ้าแมวท้องเสียแต่อย่างอื่นดูปกติดี ให้รอดูอาการใน 24 ชั่วโมง บางทีแมวอาจกินอะไรผิดสำแดงเลยท้องเสีย แต่ถ้ากินอะไรเข้าไปแล้วอ้วกออก ดูเซื่องซึมไม่ร่าเริง หรืออึแล้วมีมูก (เหนียวๆ) หรือมีเลือดปน ก็รีบพาไปหาหมอเถอะ

cat9

แมวร่าเริงดีไหม. ถ้าดูเซื่องซึม ไม่ค่อยมีแรง แสดงว่าอาจมีไข้ หายใจลำบาก หรือเจ็บปวดตรงไหน จะต่างกับอีกอาการที่แมวนอนเยอะเกิน ตรงที่แบบนี้แมวตื่นแต่ไม่ค่อยมีแรงหรือดูไม่อยากทำอะไรที่เคยทำในแต่ละวัน ถ้าแมวดูซึมแถมหายใจหอบถี่ ก็พาไปหาหมอดีกว่า

  • นิสัยแมวเปลี่ยนไปไหม ถ้าแมวดูอ่อนแรงเป็นพิเศษ ไม่วิ่งเล่นไปมา หรือทำอะไรอย่างที่เคย แปลว่าแมวน่าจะป่วยหรือขาดสารอาหาร

cat10

ฟังเสียงหายใจ. ถ้าแมวหายใจสั้นๆ ถี่ๆ หรืออ้าปากหอบหายใจแบบหยุดไม่ได้ แสดงว่าต้องพาไปหาหมอแล้ว ให้คุณลองสังเกตดูว่าแมวหายใจลำบากมากไหม ถ้าถึงขั้นเกร็งท้องเค้นหายใจ รีบไปหาหมอด่วนเลย

  • บางทีแมวหายใจลำบากก็คล้ายกับเสียงครางเวลามีความสุข (เพราะหายใจเร็วเหมือนกัน) เพราะงั้นต้องลองนับจำนวนครั้งการหายใจดู ตอนที่แมวไม่ได้ครางหรือหลับอยู่ ปกติแมวจะหายใจประมาณ 20 – 30 ครั้งต่อนาที ถ้าผ่อนคลายก็ยิ่งต้องน้อยกว่านั้น

cat12

แมวคอเอียง ดูงงๆ มึนๆ หรือวิงเวียนไหม. เหล่านี้เป็นอาการของโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ไม่ก็อาการติดเชื้อในหู ถ้าแมวแสดงอาการพวกนี้ให้รีบพาไปหาหมอ ปกติแมวมักปราดเปรียว ลุกยืนคล่องแคล่วว่องไว ถ้าอยู่ๆ แมวเกิดซุ่มซ่ามหรือคอเอียงแปลกๆ แสดงว่ามีอะไรผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณบอกโรคหลอดเลือดในสมอง ความดันสูง หรือกระทั่งเนื้องอกในสมอง ทางที่ดีให้เอาไปตรวจร่างกายกันไว้ก่อน

cat13

หมั่นดูแลขนน้องเหมียว จะได้ถือโอกาสลูบตามตัวหาก้อนแปลกปลอม. ส่วนใหญ่พวกตุ่ม ก้อน ฝี หรืออะไรมักไม่อันตราย แต่ถ้ามีหนองไหลหรือมีอาการแข็งกดเจ็บ ควรจะรีบพาไปตรวจ นอกจากนี้ให้คุณคอยสังเกตว่ามีรอยเกาตรงไหนติดเชื้อจนมีกลิ่นตุๆ หรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องพาไปหาหมอเช่นกัน เพราะถ้าปล่อยไว้ อาการติดเชื้อจะลามจนเลือดเป็นพิษได้

cat14

ดวงตาก็สำคัญ. สำรวจตาแมว (จมูกด้วย) ว่ามีขี้ตาเยิ้มผิดปกติหรือเปล่า ถ้าน้ำตาแมวไหลอยู่ตลอด แปลว่าอาจแพ้อะไรบางอย่าง หรือมีปัญหาเรื่องไซนัส ถ้าขี้ตาเยิ้มแถมแมวกินน้ำเยอะและฉี่บ่อยกว่าปกติ เซื่องซึม และขนด้าน ต้องพาไปหาหมอเพราะแมวอาจไตวายได้

  • สังเกตการหดขยายของรูม่านตาด้วย บางโรคทำให้ตาแมวขยายดำปี๋แล้วค้างอยู่แบบนั้น เพราะงั้นถ้าเห็นแมวตาโตดำแบบนั้นอยู่ตลอด ให้พาไปเช็คกับคุณหมอดูสักหน่อย

cat15

สำรวจในปากแมว. โดยเฉพาะสีเหงือกที่เปลี่ยนไป ถ้าแมวคุณเหงือกสีเข้มไปจนถึงดำแล้วอยู่ๆ เหงือกก็ซีดขาวซะเฉยๆ แสดงว่าป่วยเข้าแล้ว กลิ่นปากก็สำคัญ ถ้าแมวปากเหม็นโดยที่ไม่ได้เป็นเพราะอาหาร ก็แปลว่ามีอะไรผิดปกติเหมือนกัน

cat16

แมวมีหมัดหรือเปล่า. ถ้าเกาซะอุ้งเท้าเป็นระวิง แปลว่าน่าจะมี ถ้าคุณเห็นแมวเกาแกรกๆ ประจำ ก็ให้อุ้มมาสำรวจขนกันแบบละเอียดหน่อย หาหวีเสนียดหรือหวีซี่ถี่มา แล้วใช้สางขนแมวหาหมัด ถ้ามีจะหน้าตาเหมือนจุดสีน้ำตาลเล็กๆ วิ่งเร็วๆ โดยเฉพาะแถวคอกับหาง

  • ยิ่งถ้าคุณหวีหรือแปรงขนโดยให้แมวยืนบนกระดาษสีขาวโล่งๆ ละก็ จะเห็นหมัดติดอยู่ตามซี่หวีหรือขี้หมัดที่ตกลงมาบนกระดาษชัดเลย ขี้หมัด (Flea dirt) จะสีดำ หน้าตาเหมือน comma หรือลูกน้ำ ถ้าตกลงไปบนสำลีเปียกๆ ละก็ จะละลายออกมาเป็นเลือดเส้นๆ เลย
  • มีผลิตภัณฑ์กำจัดหมัดขายหลายยี่ห้อเลย แต่ละยี่ห้อก็ทำเอาหมัดหายไปจากทั้งแมวและบ้านของคุณได้ทั้งนั้น แต่ถ้าอยากให้แน่ใจเรื่องความปลอดภัยก็ปรึกษาคุณหมอก่อนก็ได้

cat18

ถ้าแมวไอแห้งและอ้วก อาจเป็นเพราะก้อนขนอุดตัน. Hairballs หรือก้อนขน (สะสมจากที่แมวเลียตัว) ทำให้แมวปากเหม็นหรือไม่กินอาหารได้ ยิ่งถ้าก้อนขนในกระเพาะเยอะๆ เข้าอาจกลายเป็น Trichobezoars (ก้อนขนจับตัวแข็งกับอาหารที่ไม่ย่อยส่งกลิ่นเหม็น) ซึ่งถือว่าร้ายแรงมากจนต้องผ่าตัดลูกเดียว เพราะงั้นคุณต้องหมั่นดูแลขนน้องแมวบ่อยๆ จะได้ลดก้อนขน

  • อีกวิธีที่ทำได้เองง่ายๆ ก็คือให้แมวกินอาหารเสริม อย่าง Slippery Elm Bark (เปลือกต้น Slippery Elm) จะได้หล่อลื่นให้ก้อนขนไม่อุดตัน หรือให้แมวกินเนื้อฟักทอง (กระป๋อง) จะได้เพิ่มไฟเบอร์ให้อึเป็นก้อนสวย แถมขับก้อนขนด้วย และนานๆ ทีให้แมวกินปลาหรือไก่/ตับสุกบ้าง ช่วยได้เหมือนกัน
  • แต่ทางที่ดีก็ไปตรวจกับหมอเถอะ จะได้รู้ว่าแมวเป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่าหรือเปล่า

cat19

ระวังไฮเปอร์ไทรอยด์หรือการที่ไทรอยด์ทำงานมากไป. อาการคือแมวอาจกินอาหารเยอะขึ้นหรือกินน้ำบ่อย แต่น้ำหนักลดแบบหาสาเหตุไม่เจอ (โดยเฉพาะเสียมวลกล้ามเนื้อ) เครียดหรือขี้ตื่น อ้วกบ่อย เซื่องซึม แล้วก็อ่อนแรง รวมถึงท้องเสียหรือขนยุ่งเหยิง ถ้าแมวมี 2 อาการขึ้นไป ให้รีบพาไปหาหมอเลย Hyperthyroidism หรือโรคไฮเปอร์ไทรอยด์นั้นมักเกิดในแมวชราหรือวัยหนุ่ม ไม่ค่อยพบในแมวอายุน้อย

  • แมวกินเยอะเกินก็น่าเป็นห่วง น่าจะพาไปหาหมอเหมือนกัน ฮอร์โมนไทรอยด์ที่ไปกระตุ้นให้แมวกินเยอะจะไปเร่งอัตราการเผาผลาญด้วย ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานหนัก

cat20

สังเกตอาการเบาหวานในแมว. สัญญาณบอกโรคเบาหวานก็เช่น อ้วก ขาดน้ำ อ่อนแรง และไม่กินอาหาร แต่จะกินน้ำและฉี่บ่อย น้ำหนักลด หายใจผิดปกติ และไม่ดูแลขนตัวเอง เบาหวานในแมวเป็นได้ทุกช่วงอายุ แต่พบมากในแมวแก่ และแมวอ้วนทั้งตัวผู้ตัวเมีย ถ้าแมวมีอาการแบบที่ว่ามาหรือเป็นทีเดียวหลายอาการ ให้พาไปหาหมอเพื่อตรวจเลือดกับวัดระดับน้ำตาลในฉี่

cat21

สังเกตอาการโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว (feline lower urinary tract disease หรือ FLUTD). สัญญาณบอกโรค FLUTD ก็เช่น ฉี่ยาก ฉี่น้อย หรือฉี่บ่อย ไม่กินอาหาร เฉื่อยชา ฉี่มีเลือดปน หรือก้มเลียตรงนั้นของตัวเองบ่อยๆ โรคนี้เป็นอาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่างอักเสบที่ทำให้เจ็บปวดรุนแรง และลุกลามได้ง่าย

  • FLUTD เป็นได้เพราะหลายสาเหตุด้วยกัน ตั้งแต่การกินน้ำน้อย ไม่ค่อยฉี่ ไปจนถึงไวรัส แบคทีเรีย หรืออาหาร อาหารเม็ดบางชนิดทำให้มีผลึกสะสมในฉี่ ทำให้ไปครูดผนังกระเพาะปัสสาวะเกิดการระคายเคืองได้ ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะกลายเป็นนิ่วอุดตันจนเจ็บปวด

25 พฤติกรรมของแมวเหมียว

1.เมื่อแมวเหมียวกัดเล็บตัวเอง

มีเพียงไม่กี่เหตุผลที่แมวน้อยจะเอาเล็บตัวเองมากัด หตุผลก็คือมันสะท้อนให้เห็นถึง ความขี้วิตกกังวลหรือความเบื่อ เหมือนมนุษย์เรานั่นแหละ หรือมันอาจจะแค่ตัดแต่งเล็บของมันอยู่ก็ได้

562dc80a07a40

2. ทำตาดุเหมือนเสือน้อย

เมื่อไหร่ก็ตามที่เหมียวน้อยกำลังจ้องมองอะไรบางอย่างด้วยแววตาอันโหดร้ายอยู่ นั่นคือเรื่องธรรมชาติของสัญชาตญาณนักล่าอย่างแมว ที่อยากจะกระโดดตะครุบสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเล่นๆ

562dc82cd8e7b

3. วิ่งเพ่นพ่านไปมา

ถ้าจู่ๆเจ้านายวิ่งเพ่นพ่านไปมาในบ้านละก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะแมวสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 31ไมล์/ชั่วโมง และนั่นก็เป็นวิธีการออกกำลังกายของเจ้าเหมียวน้อยนั่นเอง ถ้าเหล่ามนุษย์ผู้ตกเป็นทาสแมวอยากจะวิ่งเล่นด้วยก็ได้นะ

562dc8433a24c

4. นอนแผ่หราทำพุงกาง

เมื่อไหร่ที่มันนอนกางพุงแบบสบายใจเฉิบใกล้ๆละก็แสดงว่ามันรู้สึกสบาย มีความสุข และไว้ใจในตัวคุณ เพราะเหมียวรู้สึกว่าอยู่กับเราแล้วพวกเค้าจะปลอดภัยยังไงละ

562dc85a7f597

5. เอาตัวมาถูๆไถๆ

เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าเหมียวเอาตัวมาถูๆไถๆเหล่ามนุษย์ละก็ควรรู้ไว้ได้เลยว่าเรากำลังตกเป็นทาสมันอย่างเต็มตัว เพราะแมวเหมียวจะพยายามสร้างกลิ่นตัวของพวกมันให้ติดกับตัวคุณ และยังเป็นการแสดงออกให้รู้อีกด้วยว่า มันเป็นเจ้าของเรา (สมแล้วที่เป็นแมวจริงๆ)

562dc86d05934

6. ถ่ายทิ้งไว้แล้วไม่ยอมกลบ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้คนมักนิยมเลี้ยงแมวนั่นก็เพราะมันสามารถจัดการกับการถ่ายของเสียได้ด้วยตัวเอง และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้านายอึแล้วไม่ยอมกลบ นั่นก็แสดงว่ามันกำลังโกรธเราอยู่ หรือเราอาจไปทำอะไรบางอย่างให้ไม่พอใจได้

562dc87ec2f10

7. ทำเสียงขู่

เสียงขู่ไม่ได้สื่อถึงความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่ยังสื่อให้เราเห็นถึงความรู้สึกกลัวอีกด้วย บางทีมันก็อาจจะมีอารมณ์โกรธและไม่อยากให้ใครมายุ่งกันบ้าง

562dc89f1205b

8. มาดมกลิ่นที่หน้าของเรา

ธรรมชาติของแมวเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็น และพวกมันก็ชอบที่จะดมกลิ่นไออุ่นจากมนุษย์ซะเหลือเกิน ไม่มีอะไรต้องกังวลเพียงปล่อยให้เจ้านายดมเราไปแถมยังสร้างความเชื่อใจได้มากขึ้นอีกด้วย

562dc8b285716

9. กระดิกหู

ถ้าจู่ๆ แมวเหมียวทำท่ากระดิกหูไปมาละก็ พวกมันต้องการจะสื่อว่าตัวเองรู้สึกถูกรบกวนและมีความกังวลอยู่ เพียงแค่ปล่อยให้มันใช้เวลาส่วนตัวบ้าง แหมมช่างเอาแต่ใจซะจริงๆ

562dc8c2e5fb6

10. ทำหูตั้ง

เป็นการแสดงออกว่ามันกำลังตื่นตัว รับฟังสิ่งรอบข้างและเตรียมพร้อมที่จะเจอกับอะไรบางอย่างอยู่เสมอ หน้าที่ของทาสก็แค่ปล่อยให้มันได้ใช้สัญชาตญาณของตัวเองบ้างเพื่อให้พวกเขารู้สึกดีต่อความสามารถของตนเอง

562dc8d5e9d18

11. ร้องเมี๊ยวแบบสั้นๆ

การร้องเมี๊ยวแบบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่น่ารักนั้นเป็นคำทักทายในภาษาแมวมันก็คือคำว่า สวัสดี นั่นเอง เหล่าทาสแมวก็อย่าลืมทักทายกลับด้วยการลูบหัวหรือเล่นด้วยซักนิดหน่อยละ เดี๋ยวมันจะน้อยใจเอา

562dc8e9f06e5

12. ร้องเมี๊ยวแบบดังๆ

เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้านายหิว มันก็จะร้องครวญครางด้วยเสียงที่ดังและฟังดูออดอ้อนสุดๆ เป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่า ‘เอาอารหารมาให้ข้าได้แล้ว เจ้ามนุษย์!! เมี๊ยยยวววว’

562dc8ff225b7

13. ทำตัวเหมือนเด็ก

เมื่อไหร่ที่เหล่าแมวเหมียวทำตัวเหมือนเด็กและเข้ามาออดอ้อนเราจนทำให้ใจละลายละก็ นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะพวกเขาก็เหมือนเด็กคนหนึ่งที่อยากจะเข้ามาเล่นและสื่อสารกับเรา การสื่อสารด้วยคำพูดผ่านน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนก็ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีได้

562dc90f5c7b1

14. ทำเสียงกรน

เคยได้ยินเหมือนเสียงกรน นั่นสรุปง่ายๆ ว่ามันกำลังฟินอยู่แหละ

562dc92a09982

15. ทำท่าทางเหมือนเป็นบ้ากลิ้งไปมาบนพื้น

มีเหตุผลเพียงไม่กี่ข้อที่จู่ๆแมวจะแสดงอาการเหมือนผีบ้าออกมา นั่นก็คือเมื่อแมวรู้สึกว่ามีพลังงานเหลือเฟือและอยากจะออกแรงซะเหลือเกิน หรืออาจรู้สึกว่ากำลังคันผิวหนังแบบยิกๆ จนต้องลงไปเกลือกกลิ้งลงบนพื้น ลองสังเกตุเห็บบนตัวเจ้านายดูบ้างเพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดี

562dc93936668

16. นอนขวางของใช้ต่างๆ

เคยเจอปัญหาเจ้านายมานอนขวางคีย์บอร์ดขณะที่เรากำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่หรือไม่? เป็นอีกความน่ารักของแมวเหมียวที่มาออดอ้อนให้เราสนใจมัน และอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับเรา แถมยังต้องการให้เราแสดงความรักที่มีต่อมันอีกด้วยนะ ร้ายกาจจริงๆ

562dc94f7b147

17. นอนกลิ้งไปมาบนพื้น

ถ้าอยู่ดีๆไปเจอแมวกำลังนอนกลิ้งไปมาต่อหน้าเรา นั่นก็แสดงว่าเหล่าเจ้านายกำลังเรียกร้องให้ทาสมนุษย์อย่างเราเข้าไปเล่นด้วย และที่สำคัญถ้าไม่รู้สึกไว้ใจจะไม่ทำพฤติกรรมนี้ให้เห็นเป็นอันขาด

562dc96331763

18. นอนหลับบนอกของเรา

ถ้าแมวน้อยมานอนหลับปุ๋ยอยู่บนอกของเรา นั่นอาจเป็นเพราะมันอยากจะรู้สึกถึงความอบอุ่นจากหัวใจของเรา และแสดงให้เห็นถึงความรักที่แมวมีให้เราอีกด้วย

562dc9767e212

19. ทำตัวลับๆล่อๆ

โดยธรรมชาติแล้วแมวเป็นสัตว์ที่มักจะทำตัวลับๆ ล่อๆ เพื่อการล่าอาหารอยู่ตลอด แถมยังเป็นสัตว์ที่ฉลาดสุดๆ เพราะมันจะใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ และยังแสดงให้มนุษย์เห็นอีกด้วยว่า แมวน่ะฉลาดไม่แพ้ใคร

562dc98a91575

20. บีบนวดอุ้งเท้าของตัวเอง

เป็นการแสดงออกทางร่างกายอย่างหนึ่งให้เราเห็นว่าเหล่าเหมียวกำลังมีความสุขดี และยิ่งในแมวเด็กที่กำลังต้องการนมจากแม่ละก็ เราจะได้เห็นพฤติกรรมนี้กันบ่อยๆเลยล่ะ

562dc99ce9741

21. หนอนหงายพุง

ถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าเหมียวทำท่านี้ละก็ เป็นอีกพฤติกรรมที่กำลังเรียกร้องให้เราเข้าไปเล่นด้วย เจ้านายอยากจะโดนมนุษย์ทาสเข้าไปคลอเคลียและทำให้มีความสุข เพราะฉะนั้นอย่าเมินล่ะเจ้ามนุษย์!!

562dc9adcc784

22. คึกคักเป็นพิเศษในยามดึก

เป็นธรรมชาติของบรรพบุรุษแมวที่พวกมันเป็นสัตว์ออกล่าตอนกลางคืน แต่บางทีการที่มันตื่นกลางดึกอยู่ตัวเดียวในขณะที่เราหลับปุ๋ยไปแล้วอาจทำให้แมวเบื่อได้ หน้าที่ของเราก็คือการหากิจกรรมเล่นกับพวกแมวก่อนเราจะเข้านอน ก็ช่วยได้เช่นกัน

nightowl_pixabay

23. ขับถ่ายนอกกระบะทราย

เป็นการสั่งสอนให้เหล่ามนุษย์ได้หลาบจำว่าห้ามทำให้แมวเหมียวโมโหเด็ดขาด และโดยเฉพาะในแมวตัวผู้ที่มักจะฉี่ใส่บริเวณบ้าน นั่นก็เพราะมันกำลังสร้างอาณาเขตและหาคู่นั่นเอง

562dc9d23ca2e

24. ชอบกัดซะเหลือเกิน

แมวเหมียวจะชอบกัดด้วยเหตุผลมากมายไม่ว่าจะ เครียด รำคาญ โมโห หรือแค่อยากจะเล่นด้วยเฉยๆก็ตาม ไม่ต้องตกใจไปถ้ากำลังเล่นด้วยอยู่ดีๆแล้วกัดใส่ซะงั้น แต่ขอเตือนว่าอย่าตะคอกใส่แมวเหมียวเป็นอันขาด อาจจะแค่ปฏิเสธด้วยการเดินหนีก็พอ

562dca0c847c8

25. กัดเท้า

ถ้าจู่ๆแมวน้อยวิ่งเข้ามากัดเท้าเราละก็ไม่ต้องโมโหไป เพราะเจ้าเหมียวแค่อยากจะเล่นสนุกๆกับเราก็เท่านั้นเอง ฝึกฝนเหล่าเหมียวด้วยการทำให้มันกระโดดบ้าง วิ่งบ้าง หรือจะหาของเล่นมาล่อแทนก็สนุกไปอีกแบบ

562dc9febb3f6

Newer posts

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑