C a t

Felis catus

Category: สายพันธุ์ (page 1 of 2)

เจ้าแมวเหมียวของไทย ดังไกลไปทั่วโลก

หากพูดถึงเจ้าแมวเหมียว สัตว์เลี้ยงแสนรักที่ชอบเข้ามาคลอเคลียออดอ้อน จนทำให้หลายๆคนใจอ่อนยอมนำเจ้าแมวเหมียวมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เลี้ยงไว้เพื่อช่วยจับหนูหรือสัตว์อื่นๆที่เราไม่พึงปรารถนา ถึงแม้ประเทศอียิปต์จะได้ชื่อว่าเป็นชาติแรกที่เริ่มเลี้ยงแมว โดยการนำแมวป่ามาเลี้ยงไว้ภายในบ้าน จนทำให้มีแมวหลากหลายสายพันธุ์อยู่ทั่วโลก ปัจจุบันแมวไทยก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธ์ที่มีชื่อเสียงและดังไกลไปทั่วโลก เช่นกัน

คุณลักษณะเด่นของแมวไทย
แมวไทย ได้แก่ แมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย ลักษณะโดดเด่น ที่ทำให้มีความแตกต่างจากแมวอื่นๆจากทั่วโลก ก็คือเป็นแมวที่มีอุปนิสัยฉลาด รักเจ้าของ รักบ้าน มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักประจบและรักอิสระ ชอบที่จะออกไปหากินหรือไปไหนๆตามที่ใจชอบ และเป็นที่น่าสังเกตว่า การผสมพันธุ์ระหว่างแมวไทยและแมวต่างประเทศ ลูกแมวที่ออกมาแม้จะมีลักษณะหรือสีเหมือนกับแมวไทยทุกประการ แต่จะไม่ได้อุปนิสัยของแมวไทย นอกจากการผสมพันธุ์ระหว่างแมวไทยด้วยกัน  supporthealthypets.com

แมวไทย ดังไกลไปทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย เริ่มมีการเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และเมื่อปี พ.ศ. 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งให้แก่ โอเวน กูลด์ กงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย ซึ่งได้นำไปน้องสาว ที่ประเทศอังกฤษ และต่อมาแมวตัวผู้และแมวตัวเมียคู่นั้นได้ส่งเข้าประกวด ในงานประกวดแมว ที่ The Crystal Palace ณ กรุงลอนดอน ผลปรากฏว่าแมวไทยคู่นั้นได้ที่ 1 ทำให้ชาวอังกฤษหันมานิยมเลี้ยงแมวไทยกันมากขึ้น ส่งผลให้แมวไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และแมววิเชียรมาศของไทยก็รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Siamese Cat หรือ แมวสยาม
นอกจากการเลี้ยงแมวไทยจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมของคนทั่วไปแล้ว ในสหรัฐอเมริกา นางลูซี่ เว็บบ์ ภรรยาของ นายรัทเทรอ์ฟอร์ด บี.เฮส์ ประธานาธิบดีคนที่ 29 ของสหรัฐอเมริกา ก็เป็นคนแรกที่นำแมวไทยตัวแรกไปเลี้ยง ส่วนผู้นำหรือคนดังที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของเมืองไทย และเป็นผู้ที่นิยมเลี้ยงแมวไทยมีหลายท่าน อาทิ เช่น นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีตผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน ยีนของแมวไทยได้กระจายไปสู่แมวสายพันธุ์ต่างประเทศทั่วโลกมากถึง 40 สายพันธุ์ด้วยกัน เฉพาะแมวไทยก็มียังมีหลากหลายชนิดและหลายพันธุ์ แต่คำว่าแมวไทย หรือ Siamese Cat ที่ต่างชาติรู้จัก ไม่ได้หมายถึงแมวทุกตัวที่อยู่ในเมืองไทย แต่หมายถึงแมวพันธุ์แท้ ซึ่งออกลูกมาจะต้องมีลักษณะคงที่ เช่น แมวเก้าแต้ม แมวสีดอกเลา หรือแมวสีทองแดง เท่านั้น

แมวเบงกอล…เสือดาวน้อยผู้ไม่กลัวน้ำ

หากเอ่ยถึงแมวบ้านที่มีความสวยแบบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก 1 ในนั้นต้องมีชื่อแมวเบงกอล (Bengal) อยู่ในอันดับต้นๆ แน่นอน เบงกอล มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์คือ Felis Bengolensis มีต้นกำเนิดจากการทดลองของหญิงชาวสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1980 ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวดาวซึ่งเป็นแมวป่า กับ แมวบ้านพันธุ์ Eguptian Mau เป็นสายพันธุ์อียิปต์โบราณ

รูปร่างและลักษณะของแมวเบงกอล
แมวเบงกอล รูปร่างจะใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไปเล็กน้อย มีความสง่างาม แข็งแรงปราดเปรียว ช่วงสะโพกใหญ่ ลำตัวยาว ใบหูจะกลมมนเหมือนแมวบ้าน ลวดลายเบงกอล นั้นมีแพทเทิร์นของลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ได้มาจากลายจุดของแมวดาว ตามลำตัวมีดอกดวงทั้งเล็กและใหญ่ชัดเจน แต่ลายใหญ่นั้นเป็นการพัฒนาขึ้นมาภายหลัง มองแล้วจะคล้ายกับลูกเสือดาว   supporthealthypets.com

ส่วนลักษณะอื่นๆของแมวเบงกอลสามารถสังเกตได้ง่าย เช่น ช่วงปากมีขนสีขาวรอบๆ สันจมูกเป็นสีเข้ม ช่วงแก้มเป็นลายริ้วสีเข้ม หนวดและคิ้วเป็นสีขาว ดวงตามีสีหลายสี เช่น สีเขียว เหลือง ทอง รอบดวงตาเป็นสีขาวนวล ช่วงใต้ลำคอถึงท้องมักเป็นสีขาวนวล มีสีเข้มตามแนวของสันหลัง หางตก ตรงปลายหางนั้นนั้นมักเป็นสีเข้ม ส่วนช่วงต้นขานั้นมักเป็นลายริ้ว

ลักษณะนิสัยของแมวเบงกอล
อุปนิสัยที่โดดเด่นของเบงกอล คือเป็นแมวที่ชอบเล่นน้ำซึ่งตรงกันข้ามกับนิสัยแมวทั่วไปที่กลัวการอาบน้ำมาก อีกทั้งยังเป็นแมวที่ชอบกิจกรรมซึ่งเป็นสัญชาตญาณของแมวป่าที่ผสมมา จึงมีนิสัยนักล่าอยู่ในตัว ชอบไล่ตะครุบเหยื่อ กระโดดและปีนป่ายได้สูง หากนำมาเลี้ยงควรมีของเล่นให้งับเล่นแก้เบื่อ เวลาอยู่กับคนจะเป็นแมวที่น่ารัก ซุกซน ขี้อ้อน ชอบคลุกคลีกับคน ไม่อยู่นิ่ง จึงมีร่างกายแข็งแรงเพราะได้ออกกำลังกายตลอดเวลา

ข้อควรระวังในการเลี้ยงแมวเบงกอล
การเลี้ยงแมวเบงกอล มีสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ แมวชนิดนี้มักเป็นโรคหัวใจ จึงควรหมั่นพบแพทย์ ฉีดวัคซีน ตรวจร่างกายสม่ำเสมอ และระมัดระวังเรื่องแบคทีเรียจากอาหารค้างคืนเพราะจะทำให้แมวท้องเสียได้ ห้ามให้เนื้อไก่และเนื้อหมู อาหารโปรดของแมวชนิดนี้คือเนื้อวัว

ในประเทศไทยนั้นเริ่มมีการนำเข้าและเพาะจำหน่ายแมวเบงกอลเป็นอาชีพ ราคานั้นก็มีตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ หากทำเป็นอาชีพควรมีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แท้เป็นของตัวเอง เพราะจะช่วยให้เราควบคุมพฤติกรรมที่แตกต่างและโดดเด่นตามที่ลูกค้าต้องการได้ เช่น ความดุ ความเชื่อง ลวดลาย ซึ่งจะถูกถ่ายทอดมาถึงพันธุกรรมถึง 85% ที่เหลือเป็นเรื่องการการเลี้ยงดูและให้อาหารซึ่งไม่แตกต่างจากแมวบ้านทั่วไปมากนัก

แมวเบงกอล (bengal)

มารู้จัก แมวเบงกอล (bengal) เสือตัวน้อยที่น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย
แมวเบงกอล(bengal) แมวลายเสือที่น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย สำหรับคนที่อยากจะเลี้ยง ไปทำความรู้จักแมวเบงกอลกันก่อนเลยค่ะ

แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)

ใครที่แอบชอบในความน่ารัก (ไม่นับนิสัยดุร้าย) ของเสือ จนอยากเข้าไปกอดหรือมีไว้ในครอบครองดูบ้าง แต่ก็ได้แต่ฝัน เพราะหากเป็นเรื่องจริงคงถูกเจ้าเสือขย้ำเอาเสียก่อน ถ้างั้น… ลองมาดู แมวเบงกอล (bengal) แมวป่าที่ผสมกับแมวบ้านจนเกิดลวดลายสวยงาม รูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากแมวบ้าน ดูไปดูมาเหมือนลูกเสือดาวน้อยเลย


1. ต้นกำเนิด
การกำเนิดขึ้นของแมวเบงกอล(bengal) เริ่มโดย คุณ Jean Mills หญิงชาวมลรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่หลงใหลในลวดลายของแมวป่า เธอใช้เวลาถึง 20 ปี (เริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 หรือ พ.ศ. 2523) ในการพัฒนาให้มีจุด (Spotted ที่ใหญ่และแมวตัวผู้ไม่เป็นหมัน (แมวตัวผู้จะเป็นหมันใน F1 and F2) จนสามารถสร้างจุดให้ใหญ่และมีสีที่ตัดกันในจุดมากขึ้นด้วย และเธอตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ว่า เบงกอล ตามชื่อวิทยาศาสตร์ของแมวป่าที่เรียกกันว่า Felis bengalensis นั่นเอง


แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)


2. ลักษณะประจำพันธุ์
แมวเบงกอล (Bengal) เป็นแมวที่ผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างแมวดาว (Asian Leopard Cat) กับแมวบ้าน (Domestic Shorthair) ในที่นี้คือ Egyptian Mau คือ พันธุ์แมวอียิปต์โบราณ และมีโครงสร้างเป็นหลายจุด มีลักษณะที่เหมือนแมวป่า (wild cat) ซึ่งเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ของแมวดาวกับ E.Mau and Ocicat

แมวเบงกอล เป็นแมวขนาดปานกลางถึงค่อนข้างใหญ่ หัวมีความยาวมากกว่ากว้าง เพราะถูกผสมโดยควบคุมลักษณะให้มีรูปร่างคล้ายแมวป่า เพรียว ยาว เห็นมัดกล้ามเนื้อแบบนักล่าชัดเจน โดยจะมีความสูงส่วนสะโพกสูงกว่าความสูงของช่วงไหล่ หางส่วนมากจะมีปลายชี้ลง ใบหูกลม สั้น ตารูปไข่ (oval) ช่วงโคนหนวดเด่น ช่วงปากและรอบจมูกกลมกว่าแมวบ้าน จุดที่เด่นที่สุดของแมวเบงกอล ได้แก่ ลายและสีขนที่อาจเป็นจุดแบบแมวป่าหรือลายหินอ่อน

หากเริ่มสนใจจะหาเจ้าเหมียวพันธุ์เบงกอลมานอนกอดสักตัว ควรเลือกซื้อแมวเบงกอลที่มีโครงสร้างใหญ่ ลำตัวยาว มีลวดลายบนตัวที่เด่นชัดขนาดเท่าหัวแม่มือ จุดด้านข้างลำตัวมีขนาดใหญ่และเรียงตัวอย่างไม่เป็นระเบียบในแนวนอน แมวเบงกอลบางตัวจะมีลวดลายโรเซ็ทที่เป็นจุดขนาดใหญ่ที่มีสีอ่อนกว่าตรงกลาง จุดคล้าย ๆ กับลายของเสือจากัวร์ ซึ่งเป็นที่ต้องการมากกว่าแมวที่มีจุดสีเดียวตามปกติ

ลายทางที่หน้าผากควรมีสีเข้มลากยาวในแนวนอนจากหางตาไปถึงใบหู และควรมีเส้นสีเข้มเป็นสร้อยคอยาวรอบ ๆ คอเฉียบคม ขนเงานุ่ม ใบหน้าของลูกแมวนั้นต้องมีลักษณะที่แสดงถึงความเป็นแมวป่า มีขอบตาดำสนิท เส้นที่ใบหน้าเข้ม ริมฝีปากใหญ่เต็ม มีหางที่หนา มีจุดที่ขาหรือเป็นวงที่ไม่เต็มวงรอบ ๆ ขา มีสีอ่อนบริเวณรอบปาก คอ และขาด้านใน ดวงตานั้นสามารถจะเป็นสีเขียว สีทอง หรือสีเหลือง

แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)


3. ลักษณะนิสัย
ที่สำคัญนิสัยของเจ้าแมวเบงกอลก็ไม่ได้ดุดันอย่างที่กำลังคิดกันด้วยนะ แถมยังเชื่องแสนเชื่อง เป็นมิตร ชอบอยู่กับคน น่ารัก และคล่องแคล่วปราดเปรียว มีนิสัยชอบวิ่งไล่สิ่งของ หรือวัตถุ ชอบปีนป่าย ชอบไล่จับหนู หากไม่มีอะไรให้เล่นก็จะเล่นด้วยตัวเอง มีเสียงร้องที่ฟังแล้วเหมือนแมวป่าค่อนข้างมาก ส่วนสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าที่คงหลงเหลือให้เห็นอยู่ กลับกลายเป็นลักษณะเด่นของแมวเบงกอล นั่นคือ ความมั่นใจในตนเอง ความกล้าหาญ ไม่ขลาดกลัว และความเฉลียวฉลาดในการเอาตัวรอด และที่แตกต่างจากแมวเกือบทุกชนิดอย่างมาก คือ แมวเบงกอลมีนิสัยชอบเล่นน้ำอย่างมาก !?

แมวเบงกอล (bengal)

แมวเบงกอล (bengal)


4. อาหารและการเลี้ยงดู
ปัจจุบันแมวเบงกอลเริ่มเป็นที่รู้จักในไทยมากขึ้น แต่อาจยังไม่แพร่หลายเหมือนแมวชนิดอื่น ๆ เนื่องจากยังมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งแมวเบงกอล ราคาอยู่ที่ประมาณ 17,000-170,000 บาท ดังนั้นเมื่อตัดสินใจซื้อมาแล้ว ควรใส่ใจดูแลอย่างดี ซึ่งวิธีการเลี้ยงก็ใกล้เคียงกับแมวทั่ว ๆ ไป เพราะถือเป็นแมวบ้านเช่นเดียวกับแมวสายพันธุ์อื่น

แต่ถ้าหากอยากให้แมวสวย สุขภาพดี และมีขนที่สวยงาม การเลือกอาหารที่ดีให้กับแมวนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อาหารสำเร็จรูปที่ดีจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าขนและสุขภาพของแมวนั้นจะสวยที่สุด ส่วนเรื่องของการตัดเล็บ อาบน้ำ แปรงขน เช็ดหู และทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ นั้น จะเหมือนกับแมวทั่ว ๆ ไป

เรื่องอาหาร แมวเบงกอลอาจจะต้องการเนื้อสัตว์ในปริมาณที่มากกว่าแมวทั่วไปเล็กน้อย โดยผู้เลี้ยงอาจจะให้เนื้อวัวสดวันละครั้งเพิ่มเติมจากอาหารที่กินอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะไม่ทำให้ท้องเสียหรือเสียสุขภาพ เนื้อสดที่ให้ควรระมัดระวังความสะอาดด้วยการแช่แข็งเอาไว้เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย และควรเก็บเนื้อที่เหลือทิ้งทันที อย่างไรก็ตาม ห้ามให้เนื้อไก่หรือเนื้อหมูสดเด็ดขาด



ขอบคุณข้อมูล : pet.kapook.com

แมวขาวมณี

แมวขาวมณี (Khao Manee)
แมวขาวมณี
แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอด เป็นสายพันธุ์ที่พบเห็นได้มากสุดในปัจจุบัน เป็นแมวไทยโบราณที่ไม่ได้มีบันทึกไว้ในสมุดข่อย จึงเชื่อว่าเป็นแมวที่เพิ่งกำเนิดในต้นยุครัตนโกสินทร์นี่เอง นิยมเลี้ยงไว้ในราชสำนักครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 แมวชนิดนี้เป็นที่โปรดปราณมาก ในต่างประเทศนิยมเลี้ยงกันเป็นคู่เพื่อให้ผลัดกันทำความสะอาดขน เป็นแมวที่ค่อนข้างเชื่อง เหมาะสำหรับการเลี้ยงเป็นเพื่อนได้เป็นอย่างดี

แมวขาวมณี
ลักษณะเด่นของขาวมณีคือสีขนและผิวกายขาวสะอาด ขนสั้น นุ่ม รูปร่างลำตัวยาวขาเรียว ทรงเพียวลม ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป หัวไม่กลมโต แต่เป็นทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวใจ หน้าผากแบนใหญ่ หูขนาดใหญ่และตั้งตรงจมูกสั้น ดวงตาจะรีเล็กน้อยนัยน์ตาเป็นสีฟ้าหรือเหลืองอำพันสีใดสีหนึ่งเมื่อนำแมวขาวมณีตาสีฟ้า ผสมกับแมวขางมณีตาสี อำพัน ลูกที่ออกมาจะมีตาสองสี คือ สีฟ้าข้างหนึ่งและสีเหลืองอำพันข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมโดยยีนด้อยในแมวขาวมณีแทบทุกตัวจะมีจุดด้อย เช่น ถ้ามีตาสองสีมักมีตาข้างหนึ่งที่ไม่ดี อาจมองเห็นไม่ชัดหรือมองไม่เห็นเลย ถ้าแมวตาสีฟ้ามักจะหูพิการ หรือไม่ได้ยินเสียงมากนัก และแมวตาสีเหลืองอำพันมักมีต่อมขนที่ไม่ดี
จุดด้อย แมวขาวมณีคือความไม่ขาวปลอด มีสีใดสีหนึ่งแซมเข้ามา รวมถึงตาสองข้างเป็นคนละสีกัน (Odd eyes) หรือเป็นสีอื่นสีใดที่ไม่ใช่สีฟ้าหรือเหลืองอำพัน ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ (อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศนั้นกลับนิยมแมวขาวมณีที่มีตาคนละสีมากกว่าตาสีเดียว) เช่นเดียวกับขนที่ยาวมากเกินขนาด หางคด หางขอด หางงอและ หางสั้น
แมวขาวมณี ได้เข้าสู่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1999 โดยเจเน็ท โฮลเซ่น หญิงชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้มีตาสองสีและมีผมสีอ่อน เพื่อเป็นของขวัญแก่ลูกสาวบุญธรรมชาวไทย ที่ก็เป็นผู้พิการทางหู ปัจจุบันก็มีผู้เพาะพันธุ์รายนี้เพียงรายเดียวเท่านั้นในสหรัฐอเมริกา

แมวขาวมณี
ลักษณะสีขน ขนสั้นแน่นและอ่อนนุ่ม สีขาวไม่มีสีอื่นปน สีผิวหนังเป็นสีขาวปลอดทั้งตัว
ลักษณะของส่วนหัว รูปร่างไม่กลม หรือแหลมเกินไป แต่คล้ายรูปหัวใจ ผน้าผากใหญ่และแบน จมูกสั้น หูตั้งใหญ่
ลักษณะของนัยน์ตา นัยน์ตาสีฟ้า หรือสีเหลืองอำพัน
ลักษณะของหาง หางยาว ปลายหางแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขาวยาวเรียวได้สัดส่วนกับลำ

แมวสก็อตทิช โฟลด์

แมวสก็อตทิช โฟลด์ (Scottish Fold)
แมวสก็อตทิช โฟลด์

แมวสายพันธุ์ Scottish Fold มีถิ่นกำเนิดในประเทศสก๊อตแลนด์ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1961 มีชื่อว่า Susie มีลักษณะเป็นแมวสีขาวที่มีหูพับไปด้านหน้าและด้านหลังได้ ใบหน้ามีลักษณะคล้ายนกฮูก หรือนาก ผู้ที่สังเกตุเห็นคนแรกคือ William Ross มีอาชีพเป็นคนเป็นคนเลี้ยงแกะ William และภรรยาเป็นคนที่รักแมว และทั้งคู่ต่างก็สนใจ Susie อย่างมาก เมื่อ Susie ออกลูก เป็นลูกแมวหูพับ 2 ตัว ครอบครัวของเขาจึงขอลูกแมวตัวเมียมาเลี้ยงตัวหนึ่ง และตั้งชื่อว่า Snooks ลูกของ Susie เป็นสายพันธุ์ที่มาจาก British Shorthair และนี่ก็เป็นต้นกำเนิดของสายพันธุ์ Scottish Fold

สำหรับ Susie ต้นกำเนิดของ แมวพันธุ์ Scottish Fold หูมีลักษณะการพับแบบหลวม ๆ ปลายหูพับลงมาด้านหน้าประมาณครึ่งหนึ่ง รูปแบบนี้ เรียกว่า single fold และในปัจจุบันยังมีหูพับแบบ triple fold ด้วย

แมวสก็อตทิช โฟลด์
ลักษณะแมวสก็อตทิช โฟลด์
แมวสก็อตทิช โฟลด์ (Scottish Fold) เป็นแมวขนาดกลาง ศีรษะกลม มีทั้งหูพับและหูตั้ง มีทั้งขนสั้นและขนยาว เพศผู้จะลักษณะของหัวะกลม และโตกว่าหัวของตัวเมีย มีลักษณะตัวกลม หัวกลม มีช่วงคอสั้น ดวงตากลมใหญ่ มีช่องกว้าง และแสดงออกถึงความสดใส ความหวาน หูพับขนาดเล็กที่มีมุมพับกว้าง ปลายหูส่วนใหญ่จะกลม หูของลูกแมวจะเริ่มพับในช่วง 2-3 อาทิตย์แรก มีคางที่กลมมน จมูกสั้นโค้ง กว้าง เพื่อรับกับดวงตา บางครั้งปากจะโค้งรับกับคางที่โค้งทำให้ได้ฉายาว่า smiling cat หรือ แมวยิ้ม

ขน – สีขน : Scottish Fold มีลักษณะขน 2 แบบ คือ แบบ Shorthair และ Longhair พวก Longhaired Scottish Fold มีขนยาวขนาดกลาง ในตัวผู้มีขนหางเป็นพวงใหญ่ที่สวยงาม สีของสายพันธุ์นี้ สามารถพบได้หลายสี โดยเฉพาะสีน้ำตาล และสีขาว เป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สีของขนนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และอาจจะเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์จึงทำให้ขนของมันมีสีที่หลากหลาย
ตา : ตามีลักษณะโต กลม กว้าง ส่วนมากเป็นสีเหลืองอำพัน และอาจะมีสีอื่นๆ อีก
หู : เป็นลักษณะที่ทำให้มีความแตกต่างไปจากแมวชนิดอื่นๆ ลักษณะของหูที่เห็นได้ชัดคือ หูจะมีขนาดเล็กมีการพับไปข้างหน้าลักษณะเหมือนนกฮูก แต่ว่าการที่หูจะพับนั้นจะไม่ได้พับตั้งแต่เกิด แต่จะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 – 4 สัปดาห์หูก็จะเริ่มพับลง แต่ก็ไม่ได้พับลงทั้งคอกแต่จะเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของลูกในคอกเท่านั้น อีก 1 ส่วนหูจะตั้งตลอดไป ซึ่งขึ้นอยู่พ่อและแม่พันธุ์ที่นำมาผสมด้วย
ลำตัว : มีขนาดปลายกลาง ตัวผู้จะหนัก 4 – 6 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 2.7 – 4 กิโลกรัม มีขนาดตัวที่ค่อนข้างจะอ้วนใหญ่
หัว : หัวกลมเป็นรูปโดม มีลำคอและจมูกสั้น แก้มป่อง

แมวสก็อตทิช โฟลด์
อุปนิสัยแมวสก็อตทิช โฟลด์
สก๊อตติสโฟลด์เป็นแมวที่เป็นมิตรกับทุกคนมีความอ่อนโยน เรียบร้อยและสงบไม่ค่อยจะร้อง ขี้เล่น ไม่ซน อารมณ์ดี มีความกระตือรือร้น ชอบคลอเคลีย ขี้อ้อนและขี้ประจบเจ้าของ จงรักภักดีกับผู้เป็นเจ้าของ สามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว สามารถที่จะเป็นเพื่อนกับแมวตัวอื่นๆได้ดี มีความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ และสามารถเลี้ยงไว้กับบ้านที่มีเด็กได้

เมื่อมันเห็นอะไรที่รู้สึกว่าผิดปกติมันจะหันหลังและทำตาโตๆ หรือหากมีการเรียกร้องความสนใจ อาจจะมานั่งที่ตักแล้วส่งเสียงร้องเบาๆ ซึ่งนั้นเป็นการแสดงออกทางหนึ่งแมวพันธุ์นี้

Scottish Fold เป็นแมวที่ไม่ค่อยส่งเสียง มักจะชอบที่จะคอยดูแลควบคุมในสิ่งที่เจ้าของกำลังทำอยู่ เป็นแมวที่ชอบทำกิจกรรมในระดับปานกลาง พวกมันชอบที่จะเล่นโดยเฉพาะถ้ามีเจ้าของของมันร่วมเล่นด้วย บางตัวอาจที่จะไม่ชอบนอนบนตัก แต่พวกมันชอบที่จะอยู่ใกล้ๆ กับเจ้าของ

แมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซีย (Persian)
แมวเปอร์เซีย (Persian)
แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่มีความนิยมเลี้ยงมากที่สุดในโลกในขณะนี้เนื่องจากเป็นแมวที่มีลักษณะที่โดเด่นใบหน้าที่กลม ปากสั้นเป็น มีลักษณะที่สง่างามมีความอ่อนโยน แล้วยังมีความโดดเด่นของขนที่ยาวนุ่ม มีสองชั้น ต้องมีการแปรงขนประจำทุกวัน และการอาบน้ำให้มีควงามสะอาดกับตัวเขา แมวที่เริ่มนิยมตั้งแต่ปี 1980 เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดแถวเปอร์เซียในปัจจุบันคืออิหร่าน เริ่มด้วยการเลี้ยงที่ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสที่นิยมเลี้ยง
สีของเขานั้นมีหลากหลายสีเป็นสายพันธุ์ที่สีแต่ละนี้นั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป สีตากที่มากมาย เข้ามีนิสัยค่อนข้างสงบ ไม่ค่อยมีอารมณ์เปลี่ยนแปลง ปราดเปรียว ไม่ค่อยร้อง ไม่ขี้อาย เป็นมิตรกับทุกคน มีคอที่สั้นและขนยาวบริเวณคอ

แมวเปอร์เชียเป็นแมวที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมากและมีอายุการดำรงชีวิตหากมีสุขภาพที่ดีอาจจะอยู่ได้ถึง 20 ปี แมวเปอร์เซียมีสายพันธุ์ที่ถูกผสมกันมากจึงมีความแตกต่างกันมากในแต่ละลักษณะแต่ละสี และยังมีแมวชนิดอื่นๆที่มีต้นกำเนิดจากแมวเปอร์เซียสามารถออกมาเป็นแมวสายพันธือื่นๆ แต่ยังมีลักษระที่คล้ายๆกันอยู่นั้นเอง เพราะฉะนั้นที่เราเห็นจึงเป็นส่วนขึ้นเท่านั้น สามารถที่จะเลี้ยงเข้าไว้ในคอนโดหรือว่าอาพาสเม้นต์ได้ เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะว่าบางโรคมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

แมวเปอร์เซีย (Persian)
แมวเปอร์เซียนั้น มีการเลี้ยงอยู่ในประเทศไทยมากเช่นกัน และเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากมายและมีการจำหน่ายที่ราคาถูกลงในปัจจุบัน เราสามารถที่จะซื้อมาเลี้ยงได้

แมวสิงหปุระ

แมวสิงหปุระ

c9

 ถิ่นกำเนิด  จากประเทศสิงคโปร์  ประเทศใกล้บ้านเรากันนี่แหละค่ะ  เป็นแมวสายพันธุ์แท้ที่ได้ถูกนะมาพัฒนาในประเทศอเมริกาจนเป็นที่ยอมรับ

ลักษณะ     เป็นแมวที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาแมวสายพันธุ์แท้ทั้งหลาย แถมมันยังมีดวงตาและใบหูที่ใหญ่โตซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดูน่ารักมาก ๆ  ลักษณะมันคล้ายกับแมวพันธุ์อะบิซิเนียนเลยนะคะ แต่ถ้าดูให้ดีแล้วมีเพียงหูที่ใหญ่เหมือนกันเท่านั้น นอกนั้นจะแตกต่างหมด  สีขนของมันคือสี sepia agouti เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือสีน้ำตาลเข้มที่กระจายอยู่บนสีพื้นสีงาช้างตลอดด้านบนของลำตัว  หางมีความยางปกติ  แต่เท้าของมันมีขนาดเล็กกว่าแมวทั่วไป  สีตาของแมวพันธุ์นี้มีทั้งสีน้ำตาลแดง สีเขียวหรือสีเหลือง

บอมเบย์

บอมเบย์

c8

         แมวสายพันธุ์บอมเบย์ เกิดจากการผสมระหว่างแมวสายพันธุ์เบอร์มิส กับแมวสายพันธุ์อเมริกันขนสั้น มีรูปร่างขนาดกลางมองเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน หัวโตหน้าผากกลมกว้าง หูกลมและเอียงไปทางข้างหน้า มีจมูกสั้นสีดำคางเห็นชัดเจน ตากลมโตสีตามีตั้งแต่สีทองไล่ไปจนสีทองแดง ขายาวปานกลางเท้าเล็กรูปไข่ มีนิสัยอ่อนโยนไม่ก้าวร้าวสามารถปรับตัวเข้ากับแมวตัวอื่นๆได้ดีและชอบอยู่กับมนุษย์ไม่ปลีกตัวไปไกล

ชื่อสายพันธุ์บอมเบย์ได้มาจากเสือดำในประเทศอินเดีย และชื่อเมืองบอมเบย์ในประเทศอินเดีย (ปัจจุบันคือเมืองมุมไบ)

ลักษณะโดยทั่วไป

รูปร่างและขนาด : เป็นแมวขนาดกลางมีกล้ามเนื้อชัดเจน หัวโตหน้าผากกลมกว้าง หูกลมและเอียงไปทางข้างหน้า มีจมูกสั้นสีดำคางเห็นชัดเจน ตากลมโตสีตาเป็นสีทอง ขายาวปานกลางเท้าเล็กรูปไข่

ลักษณะนิสัย : อ่อนโยนไม่ก้าวร้าวสามารถปรับตัวเข้ากับแมวตัวอื่นๆได้ดีและชอบอยู่กับมนุษย์ไม่ปลีกตัวไปไกล

สฟิงซ์

สฟิงซ์

c6

สฟิงซ์ เป็นพันธุ์แมวชนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีผู้เรียกว่าเป็นแมวพันธุ์ที่ไม่มีขน แต่ที่จริงแล้วมันมีขนปกคลุมบาง ๆ โดยจะเห็นได้ชัดบริเวณปลายลำตัวทั้งสองข้าง แมวไม่มีขนตัวแรกปรากฏในประเทศแคนาดา เมื่อ พ.ศ. 2509 ต่อมาจึงได้กลายเป็นแมวพันธุ์หนึ่ง โดยใช้แมวขนสั้นของอเมริกามาผสม สมาคมผู้เลี้ยงแมวส่วนใหญ่ไม่ยอมรับแมวพันธุ์นี้ และเป็นพันธุ์ที่มีปัญหาถกเถียงกันอยู่

ลักษณะทั่วไป

ลำตัวยาวหางยาว เรียวปลายหาง มีขนยาวปกคลุมขายาวปานกลาง หัวคล้ายลิ่ม หูเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายหูกลม สีลำตัวสีน้ำตาลขาว หรือดำขาว พื้นท้องเป็นแถบขาวยาวตลอดลำตัวตั้งแต่ปาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะไม่เหมือนแมวพันธุ์อื่น ตาสีอำพัน

อเมริกันขนสั้น

อเมริกันขนสั้น

c3

            พันธุ์อเมริกันขนสั้น (อังกฤษ: American Short Hair) เป็นแมวที่ถูกนำมาจากยุโรปไปสู่แผ่นดินอเมริกาเหนือ เมื่อครั้งมีการโยกย้ายถิ่นฐานของคนยุโรปไปแสวงหาถิ่นที่อยู่ใหม่ แมวถูกนำลงเรือไปเพราะต้องการใช้ประโยชน์จากมันในการล่าหนูมิให้ทำลายข้าวของ ซึ่งที่นำไปด้วยนั้นมีหลายตัว และได้ผสมพันธุ์กันจนได้ลูกที่มีลักษณะเฉพาะออกมาให้เห็นอย่างปัจจุบัน

ลักษณะสายพันธุ์

สี
มีอยู่หลากหลายเฉดประมาณ 34 รูปแบบทั้งลายทั้งสี
รูปร่างและขนาด
เป็นแมวที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โครงสร้างลำตัวใหญ่โต มีกล้ามเนื้อแข็งแรงเห็นชัดเจน อกใหญ่ ขาใหญ่ ยาวขนาดปานกลาง ใบหูขนาดกลางและขอบเป็นทรงกลมมน หัวรูปไข่แต่มีคางที่ค่อนข้างใหญ่ชัดเจน ดวงตาแมวพันธุ์นี้กลมโต ขอบตาด้านนอกด้านบนจะโค้งลงมา สีของตาเป็นสีเขียว
ลักษณะนิสัย
เป็นแมวที่ช่างสงสัย ทะเล้น ซนมาก มีเสน่ห์
Older posts

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑