C a t

Felis catus

Category: อาหารและยารักษา (page 1 of 2)

2 สูตรอาหารแมว ทำเองได้

การเลี้ยงน้องแมวไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์ไทยหรือสายพันธุ์แมวต่างประเทศ สำหรับทาสแมวการเลือกอาหารให้น้องแมวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะต้องให้อาหารน้องแมวอย่างถูกวิธีโดยเลือกอาหารที่เหมาะกับน้องแมวในแต่ละช่วงวัยแล้ว สารอาหารที่น้องแมวควรจะได้รับก็เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพราะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเจ้าแมวเหมียว  sbobet-sbobet.org

2 สูตรอาหารน้องแมว ทำเองได้
อาหารของน้องแมวนอกจากอาหารแมวสำเร็จรูปที่มีขายอยู่ทั่วไปแล้ว อาหารสดที่เหมาะสำหรับเจ้า เหมียวเราก็สามารถนำมาปรุงให้น้องแมวกินได้ การปรุงอาหารสดให้แมวนอกจากทำให้แมวเหมียวได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของน้องแมวแล้ว ยังเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนเลี้ยงแมว สำหรับสูตรอาหารแมวที่สามารถทำได้ง่ายๆ ได้แก่

1. อาหารน้องแมวสูตรเนื้อหมู
ส่วนประกอบและวิธีทำ
1. เนื้อหมูต้มสุก 200 กรัม
2. เนื้อผักทองนึ่ง 100 กรัม
3. แครอทต้มสุก 100 กรัม
4. น้ำซุป ½ ถ้วย
5. นำส่วนผสมทั้งหมดมาบดรวมกันใส่น้ำซุปให้มีน้ำคลุกคลิก

2. อาหารน้องแมวสูตรเนื้อปลาผักและไข่
ส่วนประกอบและวิธีทำ
1. เนื้อปลาทูทอดหรือปลาทูสดต้ม 4 ตัวแกะเอาแต่เนื้อ
2. ไข่ไก่ต้มสุก 1 ฟอง
3. ถั่วฝักยาว 50 กรัม
4. น้ำมันตับปลา 1 แคปซูล
5. นำส่วนผสมมาบดหรือปั่นรวมกันไม่ต้องให้ละเอียดหรือเหลวมากนัก

ข้อควรระวังสำหรับการปรุงอาหารให้น้องแมว
น้องแมวอาจเป็นสัตว์กินเนื้อหรือเป็นสัตว์เลี้ยงที่กินง่าย โดยเฉพาะแมวบ้านหรือแมวไทย แต่อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรให้น้องแมวกินก็มีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น
1. อาหารที่นำมาปรุง เช่น ไข่ไก่ควรเป็นไข่สุกเท่านั้นเพราะนอกจากย่อยยากแล้วยังอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมากับไข่ดิบ
2. พยายามหลีกเลี่ยงเมนูที่ต้องใช้น้ำมันหรือเนย
3. ถึงแม้แมวจะเป็นสัตว์กินเนื้อ ก็ไม่ควรให้แมวกินเนื้อดิบทุกชนิด เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อหมู
4. อาหารที่น้องแมวโปรดปราน เช่น แฮม และโบโลน่า ที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพของน้องแมว ควรให้กินเป็นอาหารพิเศษนานๆครั้ง

การเลี้ยงแมวและการให้อาหารทุกประเภทต้องฝึกให้แมวกินอาหารแต่ละชนิดตั้งแต่เล็กๆ เพราะแมวบางตัวเมื่อกินอาหารปรุงเองก็จะไม่ยอมกินอาหารแมวสำเร็จรูปหรืออาหารเม็ด ดังนั้น การเลือกอาหารให้กับน้องแมวผู้เลี้ยงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายและความเหมาะสมในการเลี้ยงด้วย เช่น ผู้เลี้ยงต้องทำงานนอกบ้านและต้องปล่อยให้น้องแมวอยู่บ้านหรืออยู่ในห้องเพียงลำพัง อาหารสำเร็จรูปประเภทอาหารเม็ดเหมาะกับน้องแมวมากที่สุด

3 สูตรอาหารแมว ที่คนรักแมวทำเองได้

ความสุขของคนรักแมว นอกจากชื่นชมความสวยงามความน่ารักขี้เล่นของแมวที่เลี้ยงไว้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนยังชอบการทำอาหารหรือปรุงอาหารให้แมวด้วยตัวเอง สูตรอาหารแมวที่ทาสแมวคิดค้นขึ้นมายังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้งช่วยบำรุงขนและบำรุงสุขภาพ วันนี้เรามี 3 สูตรอาหารแมวมาแนะนำ

สูตรที่ 1 อาหารบำรุงแมวป่วย
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. เนื้อไก่ 500 กรัม
2. แครรอท 1 หัว
3. ผักกาดขาว 100 กรัม
4. นมแพะ

วิธีทำ
1. ต้มหรือนึ่งเนื้อไก่ให้สุกแล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำมาฉีกหรือสับเป็นชิ้นเล็ก
2. ปอกเปลือกแครรอทแล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ
3. ล้างผักกาดให้สะอาด
4. นำแครอทไปนึ่งรวมกับผักกาด (ผักกาดแกะเป็นก้านๆ) สุกแล้วยกลงพักไว้ให้เย็นแล้วนำมาสับให้ละเอียด
5. จากนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อไก่สับผสมด้วยนมแพะให้พอขลุกขลิก แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10-20 นาทีพักไว้ให้เย็น
6. ตักใส่ถุงหรือกล่องเล็กๆให้พอแมวกินในแต่ละมื้อแล้วนำไปเข้าตู้เย็นแช่ไว้กินได้หลายวัน
7. เวลาจะใช้นำไปอุ่นให้ร้อนก่อนแล้วพักไว้ให้เย็น ก่อนนำไปให้แมวกิน ดีต่อสุขภาพแมว

สูตรที่ 2 อาหารปรุงสำเร็จสำหรับแมวหลายตัว
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. ข้าวสาร 1 ถ้วย
2. ตับไก่ 200 กรัม สับละเอียด
3. เนื้อไก่สับละเอียด 200 กรัม

วิธีทำ
ผสมข้าวสาร ตับสับละเอียด และเนื้อไก่สับ เติมน้ำไปหุงในหม้อข้าว เหมือนหุงข้าวปกติทั่วไป สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงแมวหลายๆตัว

สูตรที่ 3 ข้าวสวยคลุกเนื้อปลา
ส่วนประกอบ
1. ข้าวสวยตามปริมาณที่แมวกิน
2. ปลาทูสด หรือปลาซาบะสดๆ

วิธีทำ
1. นำปลาทูสด หรือปลาซาบะมาต้มให้สุก โดยไม่ต้องปรุงรส
2. แกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เราต้องการนำมาคลุกกับข้าวสวยในปริมาณที่พอสำหรับแมว
3. เนื้อปลาอาจนึ่งแล้วแล้วแกะเอาแต่เนื้อเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน เวลาใช้นำมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำไปเลี้ยงแมว
4. วิธีนี้สะดวกสบาย สำหรับคนที่ต้องเร่งรีบไปทำงานเพราะข้าวสวยที่ใช้เลี้ยงแมวก็เป็นข้าวที่เราทานอยู่แล้ว

อาหารปรุงเองที่แมวชื่นชอบที่สุดก็คือ ข้าวสวยที่คลุกกับเนื้อปลาแต่ไม่ควรเป็นปลาที่นึ่งมาจากตลาด เพราะมีการปรุงรสให้เค็ม แมวกินบ่อยๆอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ สำหรับทาสแมวที่สนใจหรือชอบทำอาหารให้แมวด้วยตัวเอง ทั้ง 3 สูตรทำไม่ยากและยังดีต่อสุขภาพของแมวอีกด้วยนะครับ

3 สูตรอาหารแมว ที่คนรักแมวทำเองได้

ความสุขของคนรักแมว นอกจากชื่นชมความสวยงามความน่ารักขี้เล่นของแมวที่เลี้ยงไว้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนยังชอบการทำอาหารหรือปรุงอาหารให้แมวด้วยตัวเอง สูตรอาหารแมวที่ทาสแมวคิดค้นขึ้นมายังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้งช่วยบำรุงขนและบำรุงสุขภาพ วันนี้เรามี 3 สูตรอาหารแมวมาแนะนำ

สูตรที่ 1 อาหารบำรุงแมวป่วย
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. เนื้อไก่ 500 กรัม
2. แครรอท 1 หัว
3. ผักกาดขาว 100 กรัม
4. นมแพะ
วิธีทำ
1. ต้มหรือนึ่งเนื้อไก่ให้สุกแล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำมาฉีกหรือสับเป็นชิ้นเล็ก
2. ปอกเปลือกแครรอทแล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ
3. ล้างผักกาดให้สะอาด
4. นำแครอทไปนึ่งรวมกับผักกาด (ผักกาดแกะเป็นก้านๆ) สุกแล้วยกลงพักไว้ให้เย็นแล้วนำมาสับให้ละเอียด
5. จากนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อไก่สับผสมด้วยนมแพะให้พอขลุกขลิก แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10-20 นาทีพักไว้ให้เย็น
6. ตักใส่ถุงหรือกล่องเล็กๆให้พอแมวกินในแต่ละมื้อแล้วนำไปเข้าตู้เย็นแช่ไว้กินได้หลายวัน
7. เวลาจะใช้นำไปอุ่นให้ร้อนก่อนแล้วพักไว้ให้เย็น ก่อนนำไปให้แมวกิน ดีต่อสุขภาพแมว

สูตรที่ 2 อาหารปรุงสำเร็จสำหรับแมวหลายตัว
เครื่องปรุงและส่วนประกอบ
1. ข้าวสาร 1 ถ้วย
2. ตับไก่ 200 กรัม สับละเอียด
3. เนื้อไก่สับละเอียด 200 กรัม
วิธีทำ
ผสมข้าวสาร ตับสับละเอียด และเนื้อไก่สับ เติมน้ำไปหุงในหม้อข้าว เหมือนหุงข้าวปกติทั่วไป สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงแมวหลายๆตัว

สูตรที่ 3 ข้าวสวยคลุกเนื้อปลา
ส่วนประกอบ
1. ข้าวสวยตามปริมาณที่แมวกิน
2. ปลาทูสด หรือปลาซาบะสดๆ
วิธีทำ
1. นำปลาทูสด หรือปลาซาบะมาต้มให้สุก โดยไม่ต้องปรุงรส
2. แกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เราต้องการนำมาคลุกกับข้าวสวยในปริมาณที่พอสำหรับแมว
3. เนื้อปลาอาจนึ่งแล้วแล้วแกะเอาแต่เนื้อเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน เวลาใช้นำมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำไปเลี้ยงแมว
4. วิธีนี้สะดวกสบาย สำหรับคนที่ต้องเร่งรีบไปทำงานเพราะข้าวสวยที่ใช้เลี้ยงแมวก็เป็นข้าวที่เราทานอยู่แล้ว

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี

ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเจ็บป่วยก็มักจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเช่น เจ้าแมวเหมียว สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งอากาศร้อนอบอ้าว ฝนตก หรืออากาศหนาว มักทำให้เจ้าแมวเหมียวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีน้ำมูก มีไข้และตัวร้อน อาการป่วยไข้ของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มีวิธีดูแลอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลและคำแนะนำดีๆมาฝาก

อาการเจ็บป่วยและสาเหตุของโรค
แมวมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดได้เหมือนคน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้ เช่น อาการไข้หวัด สัตวแพทย์จะเรียกโรคหวัดแมวว่า Cat Flu เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด และมักจะพบในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน สาเหตุของการเกิดโลก เช่น สัมผัสเชื้อไวรัสที่อยู่ตามตัวของแมวหรือเสื้อผ้าของคนเลี้ยง การได้รับเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก และสิ่งคัดหลั่งอื่นๆของแมวที่ป่วยเป็นหวัด     supporthealthypets.com

ลักษณะอาการของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด
1. มีอาการจามหรือไอมากผิดปกติ
2. นอนซึม หมดเรี่ยวแรง เดินไม่ค่อยไหว
3. เบื่ออาหาร ผอมโซ
4. มีไข้ ตัวร้อน บ้างครั้งมีน้ำมูกไหล ขี้ตาเฉอะแฉะมากกว่าปกติ
5. มีแผลในช่องปาก ช่องปากอักเสบ ตาอักเสบมีขี้ตา หรือตาแฉะ

วิธีดูเมื่อเจ้าแมวเหมียวป่วย
1. เมื่อสังเกตอาการและรู้แน่ชัดว่าเจ้าแมวเหมียวป่วยเป็นไข้หวัด หากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว ให้คัดแยกแมวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อไม่ให้แมวตัวอื่นติดไข้หวัดจากแมวที่ป่วย
2. จัดให้แมวที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ในสถานที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก
3. เช็ดทำความสะอาดตาและจมูก เพื่อให้แมวหายใจสะดวกและรู้สึกสบายตัว
4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เลี้ยงแมวป่วยให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่แมวตัวอื่นๆ
5. นำแมวป่วยไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการป่วย
6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

อาหารการกินของแมว

แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ เป็นนักล่า ดังนั้นอาหารที่คุณจะต้องจัดเตรียมให้แมว จะต้องมีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนสำหรับแมว (ไม่ใช่สำหรับคน) ถ้าเทียบหมากับแมวแล้ว แมวต้องการโปรตีนสูงว่าหมาเยอะเลย อาหารที่คนทั่วไปรู้จักดีและนิยมให้เจ้าเหมียวกินคือข้าวคลุกปลาทู แต่แทบทั้งนั้นที่ให้ข้าวมากว่าปลาทู ก็แหม…ปลาทูมันก็ไม่ใช่ถูก แมวก็จำต้องกิน ก็มันหิวนี่นา แต่กินไปได้นิดหน่อยก็ไปแล้ว ไม่เอาแล้ว ข้าวก็เหลืออีกบานเบอะ เลยเป็นคำที่เรียกกันว่า กินข้าวเหมือนแมวดม สาเหตุก็เพราะแมวไม่ชอบกินข้าวนั่นเอง

สาเหตุที่แมวไม่กินอาหาร
อาจเป็นไปได้ว่าอาหารที่คุณเตรียมไว้ให้บูดเสียแล้ว, อาหารเพิ่งออกมาจากตู้เย็นเลย, อาหารเพิ่งทำมาร้อนๆเลย, อาหารกลิ่นแปลกๆไม่เคยกิน รวมถึงความเครียดจากการย้ายที่อยู่ และอีกหลายสาเหตุที่ไม่อาจเดาใจเจ้าเหมียวได้ถูก ถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องอุณหภูมิของอาหารแล้ว อาหารที่จะให้ควรมีอุณหภูมิที่พอดี ไม่ร้อน ไม่เย็นจนเกินไป แมวไม่ชอบของร้อน ไม่เหมือนหมา ถ้าหิวร้อนหรือเย็นก็พอกินได้ แต่แมวไม่ใช่ บางทีแมวอาจกินของเย็นได้ในบางโอกาส(แมวที่บ้านกินไอติมได้ด้วย) แมวเป็นนักล่าและกินเหยื่อขณะตัวยังอุ่นๆอยู่ โดยทั่วไปอาหารแมวก็จะมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง ถ้าเอาอาหารออกจากตู้เย็นใหม่ๆ ก็น่าจะทิ้งไว้ซักพักพอคลายความเย็นลงแล้วค่อยให้แมวกิน   supporthealthypets.com

ประเภทของอาหารแมว
อาหารแมวนั้นก็มีอยู่ 3 แบบคือ แบบเจ้าของปรุงเอง แบบอาหารกระป๋อง และแบบอาหารเม็ด อาหารที่เจ้าของปรุงเองนั้นไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะโดยมากคนเราจะตัดสินโดยเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ อาหารอาจจะมีคุณค่าไม่ครบเท่าที่แมวต้องการ บางครั้งการปรุงแต่งรสชาติก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพของแมวด้วย เช่น แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับไตและระบบปัสาวะได้ง่าย หากคุณให้อาหารที่มีรสเค็มหรือมีส่วนผสมของเกลือมากเกินไป ในตอนวัยหนุ่มสาวแมวคุณอาจจะยังแข็งแรงดีอยู่ แต่เมื่อแก่ตัวลงไตจะเสื่อมเร็ว อยากจะแนะนำเป็นอาหารสำเร็จรูปมากกว่า อาหารสำเร็จรูปก็หมายถึงทั้งอาหารกระป๋องและอาหารเม็ดนั่นแหละ

อาหารกระป๋อง
ก็จะเหมือนปลากระป๋องของคนนี่แหละ แต่เค้าปรุงขึ้นมาสำหรับแมว มีทั้งที่เป็นปลา เป็นเนื้อ เป็นไก่ ปลาหมึก ฯลฯ อีกสารพัดที่แมวจะกินได้ อาหารแบบนี้ก็มีการแบ่งเกรด ถ้าเป็นอาาหารแบบถูกหน่อยก็จะหน้าตาไม่ค่อยสวยงาม เหมือนเอาเศษปลาที่เหลือจากทำอาหารคนมาทำ บางทีก็ผสมสีบ้าง แต่ถ้าอาหารแพงขึ้นมาหน่อย วัตถุดิบที่นำมาทำก็จะดีกว่า เมื่อเปิดออกดูแล้วก็จะเห็นความแตกต่าง ซึ่งบางทีอาหารแมวแพงกว่าอาหารคนซะอีก อันนี้ก็คงต้องเลือกเอาตามใจชอบและตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน การให้อาหารกระป๋องมีข้อดีคือแมวชอบ กลิ่นจะยั่วยวนจมูกแมวมาก แต่ข้อเสียคือจะตั้งทิ้งไว้ให้ทั้งวันคงไม่ได้เพราะจะเน่าเสียง่าย ปัญหาเรื่องแมลงก็จะตามมา ต้องหมั่นคอยดูว่าอาหารบูดหรือยัง มีแมลงวันแมลงสาบมารบกวนหรือเปล่า โดยส่วนใหญ่ถ้าให้อาหารแบบนี้จะให้กันเป็นมื้อไป พอกินเสร็จก็เก็บเลย แต่ต้องตั้งน้ำสะอาดทิ้งไว้ให้แมวกินได้ตลอดนะ

อาหารเม็ด
อาหารเม็ดเดี๋ยวนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่ทำขึ้นมาแข่งขันกัน ก็มีการแบ่งเกรดอีกเหมือน อาหารเกรดธรรมดาก็หาซื้อได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ราคาก็จะไม่แพงเท่าอาหารพวกพรีเมี่ยมเกรด บางทีถ้าเราอ่านรายละเอียดของส่วนประกอบในอาหาร อาจพบว่าพอๆกัน แต่เหตุผลที่ราคาต่างกันก็มีหลายอย่าง เช่น อาหารมาจากต่างประเทศหรือผลิตในเมืองไทย วัตถุดิบที่ผลิตอาหาร ซึ่งมักจะเขียนว่าใช้วัตถุดิบคุณภาพดี อันนี้ก็ต้องเดากันเอาเองว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน แต่โดยส่วนตัวเดาไว้ก่อนเลยว่าอาหารที่ราคาถูกมากๆก็คงไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่ดีอะไรมากมาย ซึ่งเค้าก็ไม่ได้ชี้แจงในรายละเอียดว่าใช้อะไรทำบ้าง กี่ส่วนต่อกี่ส่วน ถ้าอยากพิสูจน์ ก็ลองหาตัวอย่างอาหารมาลองดมดู เรื่องกลิ่นต่างกันแน่นอน แต่จะลองให้แมวกินหรือเปล่าก็ตัดสินใจเอง ที่บ้านก็มีอาหารหลายยี่ห้อที่ให้แมวกิน แต่เป็นอาหารเกรดพรีเมี่ยมทั้งหมด สุขภาพแมวก็ดี ข้อดีของอาหารเม็ดก็คือ คุณค่าสารอาหารจะครบถ้วนกว่า ซึ่งอาหารกระป๋องค่อนข้างจะมีองค์ประกอบของน้ำเยอะ แมวจะอิ่มเร็วแต่สารอาหารจะได้ไม่เท่าอาหารเม็ด อาหารเม็ดตั้งทิ้งให้กินได้ทั้งวัน หรือจะให้เป็นมื้อก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก ข้อเสียคือ หากแมวได้กินน้ำน้อยเกินไป อาจไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ไม่ว่าแมวคุณจะกินอาหารแบบไหน น้ำสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องเตรียมไว้ให้แมวกินได้ทั้งวันเสมอ

ปรับนิสัยแมวให้กินอาหารเม็ด
ถ้าคุณเลี้ยงแมวด้วยอาหารปรุงเองอยู่ให้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นให้อาหารกระป๋อง ซึ่งโดยมากมักไม่มีปัญหา แล้วนำอาหารกระป๋องคลุกกับอาหารเม็ด แมวได้กลิ่นอาหารกระป๋องก็จะกินอาหารเม็ดที่เราคลุกไว้ แล้วลดปริมาณอาหารกระป๋องที่เราผสมลงเรื่อยๆ ในเวลาไม่นานแมวก็จะกินอาหารเม็ดได้เอง

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง

การเลี้ยงสัตว์ให้ดูอ้วน อาจจะดูน่ารักในบางครั้ง แต่ก็พบว่ามันมักจะมากับปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย หนึ่งในปัญหานั้นก็คือการเกิดเนื้องอกของเซลล์ไขมัน (lipoma) อาจจะสงสัยว่าเซลล์ไขมันคืออะไร คือปกติร่างกายจะเก็บสารที่เป็นไขมันเอาไว้ในเซลล์ที่เรียกว่าเซลล์ไขมันนั่นเอง แต่หากเกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์นี้ ก็จะทำให้เกิดเป็นเนื้องอกของเซลล์ไขมันได้ทันที แต่ข่าวดีก็คือเนื้องอกชนิดนี้ที่พบมักเป็นเนื้องอกชนิดปกติไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากว่าเป็นเนื้อร้ายจริงๆ ก็จะมีความอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
อาการ
สมารถพบเห็นเนื้องอกไขมันได้จากการคลำตามตัว มักจะเป็นก้อนที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneous) และสามารถเคลื่อนไปมาได้ ไม่เกาะอยู่กับที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยมักจะพบบริเวณรักแร้ หลังหรือพุง เป็นต้น และอาจพบได้มากกว่า 1 ก้อน

การวินิจฉัย
สัตวแพทย์สามารถคลำตรวจและบอกคร่าวๆได้ ว่าเป็นเนื้องอกไขมัน แต่การจะบอกว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่นั้น จำเป็นที่จะต้องตัดก้อนเนื้อแล้วส่งตรวจ เพื่อวินิจฉัยต่อไป แต่เนื่องจากส่วนใหญ่เนื้องอกชนิดร้าย มักจะโตไวและลามอย่างรวดเร็ว แต่เนื้องอกไม่ร้ายมักจะคงสภาพอย่างนั้นเป็นเวลานาน ทำให้มักมี่ความน่ากลัวอะไร เพราะเนื้องอกชนิดนี้ไม่ได้รบกวนการใช้ชีวิตปกติของสุนัขหรือแมวแต่อย่างใด

ซึ่งก้อนในชั้นใต้ผิวหนังอาจไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดก้อนเนื้อไขมัน แต่สามารถเป็นเนื้องอกชนิดอื่นๆได้เช่นกัน ดังนั้นหากสัตวแพทย์จะตรวจเซลล์เพื่อยืนยันก็เป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่า

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
การรักษา
ในความเป็นจริงอาจไม่จำเป็นต้องรักษา ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่สามารถปผ่าตัดเอาก้อนเนื้ออกได้ หรือหากพบว่าก้อนมีขนาดโตขึ้นไวกว่าปกติ อาจต้องทำการเลาะออกและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันถึงความรุนแรงและชนิดของก้อนเนื้ออีกที

การดูแลและจัดการ
เจ้าของต้องพยายามตรวจคลำหาก้อนเนื้อตามตัวบ่อยๆ เพราะสามารถเกิดก้อนเนื้อชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ขึ้นมาบนตัวสัตว์อีกก็เป็นได้ และควรลดความอ้วนเพื่อลดการเจริญของเซลล์ไขมันในร่างกายด้วย

9 สูตรอาหารแมวโฮมเมด ทำง่าย ๆ ถูกใจเจ้าเหมียว

สูตรอาหารแมวโฮมเมด สำหรับทาสแมวที่อยากจะลองทำอาหารหรือขนมขบเคี้ยบไว้ให้แมวกินเล่น ๆ ด้วยวิธีทำอาหารแมวง่าย ๆ แต่รับรองว่าถูกปากเจ้าเหมียวที่บ้านแน่นอน

สูตรอาหารแมวโฮมเมด

สูตรอาหารแมวโฮมเมด


นอกจากอาหารเม็ดแล้ว ยังมีขนมและของกินเล่นสำหรับเจ้าเหมียวให้ได้เลือกซื้อมากมาย แต่ราคานั้นก็ไม่ไช่น้อย ๆ เลยทีเดียว เผลอ ๆ ราคาอาจจะสูงกว่าอาหารของเราซะอีก แต่ใช่ว่าเราจะเป็นได้แค่ผู้ซื้ออย่างเดียว เพราะอาหารและขนมของเจ้าแมวเหมียวตามท้องตลาดนั้นเราสามารถทำเองได้ แถมยังไม่ต้องมากังวลเรื่องส่วนผสมที่อาจทำให้เจ้าเหมียวของเราเกิดอาการแพ้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมี 9 เมนูโฮมเมดสำหรับเจ้าเหมียวมาฝากทาสแมวดังนี้

1. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – ชีสซี่สติ๊ก
อุ่นเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ นำเชดดาร์ชีส พาร์เมซานชีส โยเกิร์ต แป้งสาลี และคอร์นมีลผสมกัน เติมน้ำนวดให้ส่วนผสมเข้ากันดี ปั้นให้ก้อนกลมแล้วรีดให้เป็นแผ่นบาง ใช้มีดตัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สุดท้ายนำเข้าเตาอบ 25 นาที เมื่อครบแล้วใช้มีดตัดให้แต่ละชิ้นออกจากกัน
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

2. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – เนื้อวัวบดผสมหญ้าแมว
อุ่นเตาอบไว้ที่ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมเนื้อวัวบด ไข่ และหญ้าแมวให้เข้ากัน นำแผ่นฟอยล์รองถาด จากนั้นนำส่วนผสมเทลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่วถาด อบประมาณ 7-10 นาที แล้วนำออกมาซับน้ำมัน จากนั้นเอาให้เจ้าเหมียวกินเล่นหรือโรยหน้าข้าวให้เจ้าเหมียวก็ได้
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

3. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – เนื้อวัวบดผสมพาร์เมซานชีส
อุ่นเตาอบไว้ที่ 300 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมเนื้อวัวบดที่ต้มสุกแล้ว ไข่ แป้งข้าวโอ๊ต และพาร์เมซานชีสขูดให้เข้ากัน ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนเล็ก ๆ นำวางเรียงในถาด กดให้แบน แล้วนำเข้าเตาอบ 15-20 นาที จากนั้นนำเข้าตู้เย็น
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

4. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้ฟักทองผสมไก่บด
ผสมเนื้อไก่บด ฟักทองอบ หญ้าแมว และอบเชยให้เข้ากัน ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนจากนั้นใช้มือกดให้แบน อุ่นเตาอบไว้ที่ 160 องศาฟาเรนไฮต์ นำถาดส่วนผสมแช่ในเตาอบ 3-4 ชั่วโมง แง้มเตาอบเล็กน้อยเพื่อให้ความชื้นระเหย หลังจากส่วนผสมแห้งแล้วใช้มีดตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

5. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – อกไก่อบน้ำผึ้ง
ผสมน้ำผึ้ง หญ้าแมว และน้ำเข้าด้วยกัน ล้างอกไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นยาว หมักกับน้ำผึ้งที่ผสมไว้เข้าตู้เย็น 1 ชั่วโมง อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาฟาเรนไฮต์ ก่อนนำไก่ที่หมักแล้ววางเรียงในถาด แล้วนำไปอบประมาณ 3-4 ชั่วโมง
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

6. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้เนื้อผสมแครอท
อุ่นเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมเนื้อวัวบดสุก เบคอนอบ แครอทสับ ผักชีสับ แป้งข้าวกล้อง และน้ำให้เข้ากัน ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนเล็ก ๆ วางเรียงในถาดห่างกัน 1 นิ้ว ใช้ส้อมกดให้แบน จากนั้นนำไปอบประมาณ 15-20 นาที
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

7. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้ข้าวโอ๊ต
อุ่นเตาอบไว้ที่ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ผสมไข่ ข้าวตุ๋น ไก่ ผักชีสับ น้ำมันมะกอก น้ำสะอาด แป้งข้าวโอ๊ตใส่ชามแล้วกวนให้เข้ากัน จากนั้นเทส่วนผสมใส่ถาด เกลี่ยให้ทั่วถาด นำเข้าอบประมาณ 12-15 นาที รอให้เย็น แล้วใช้มีดตัดเป็นสี่เหลี่ยมพอดีคำ ก่อนนำเข้าเตาอบอีกรอบประมาณ 8 นาที
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

8. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้มะพร้าวทูน่า
อุ่นเตาอบที่ 350 องศา ในระหว่างนี้ก็ผสมทูน่า ไข่ ผงมะพร้าว น้ำ น้ำมันมะกอก หญ้าแมวให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้ววางเรียงลงบนถาดและกดให้แบน นำไปอบประมาณ 12-15 นาที หากกินไม่หมดในครั้งเดียว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 1 สัปดาห์
สูตรอาหารแมวโฮมเมด

9. สูตรอาหารแมวโฮมเมด – คุกกี้แครนเบอร์รี
บดแครนเบอร์รีอบแห้งให้ละเอียด แล้วผสมให้เข้ากันกับแป้งข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก หญ้าแมว ไข่ และเนื้อไก่สับ ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนเล็ก ๆ วางเรียงในถาด แล้วใช้นิ้วกดคุกกี้ให้แบนก่อนนำไปอบในเตาอบความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 15-17 นาที
สูตรอาหารแมวโฮมเมด



ขอบคุณข้อมูล : pet.kapook.com

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี 

ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเจ็บป่วยก็มักจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเช่น เจ้าแมวเหมียว สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งอากาศร้อนอบอ้าว ฝนตก หรืออากาศหนาว มักทำให้เจ้าแมวเหมียวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีน้ำมูก มีไข้และตัวร้อน อาการป่วยไข้ของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มีวิธีดูแลอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลและคำแนะนำดีๆมาฝาก

อาการเจ็บป่วยและสาเหตุของโรค

แมวมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดได้เหมือนคน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้  เช่น อาการไข้หวัด สัตวแพทย์จะเรียกโรคหวัดแมวว่า Cat Flu  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด และมักจะพบในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน สาเหตุของการเกิดโลก เช่น สัมผัสเชื้อไวรัสที่อยู่ตามตัวของแมวหรือเสื้อผ้าของคนเลี้ยง การได้รับเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก และสิ่งคัดหลั่งอื่นๆของแมวที่ป่วยเป็นหวัด

ลักษณะอาการของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด

1. มีอาการจามหรือไอมากผิดปกติ

2. นอนซึม หมดเรี่ยวแรง เดินไม่ค่อยไหว

3. เบื่ออาหาร ผอมโซ

4. มีไข้ ตัวร้อน บ้างครั้งมีน้ำมูกไหล ขี้ตาเฉอะแฉะมากกว่าปกติ

5. มีแผลในช่องปาก ช่องปากอักเสบ ตาอักเสบมีขี้ตา หรือตาแฉะ

วิธีดูเมื่อเจ้าแมวเหมียวป่วย

1. เมื่อสังเกตอาการและรู้แน่ชัดว่าเจ้าแมวเหมียวป่วยเป็นไข้หวัด หากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว ให้คัดแยกแมวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อไม่ให้แมวตัวอื่นติดไข้หวัดจากแมวที่ป่วย

2. จัดให้แมวที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ในสถานที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก

3. เช็ดทำความสะอาดตาและจมูก เพื่อให้แมวหายใจสะดวกและรู้สึกสบายตัว

4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เลี้ยงแมวป่วยให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่แมวตัวอื่นๆ

5. นำแมวป่วยไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการป่วย

6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

วิธีป้องกันอาการเจ็บป่วยเมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง

การดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงก็ไม่แตกต่างไปจากการดูแลสุขภาพของคนเรา ควรดูแลสุขภาพของแมวให้แข็งแรง นำแมวไปฉีดวัคซีนและให้อาหารที่มีคุณค่าสารอาหารตามที่ร่างกายของแมวต้องการ  เล่นหยอกล้อหรือสัมผัสให้ความอบอุ่นกับแมวเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด ดูแลเอาใจใส่และไม่ทิ้งแมวไว้เพียงลำพังหรือปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ

การดูแลสุขภาพของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ผู้เลี้ยงควรวิตกกังวล เพราะอาการไข้หวัดสามารถหายเองได้ ส่วนวิธีดูแลที่ดีที่สุดผู้เลี้ยงควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้น้องแมวตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลและป้องกันโรคให้น้องแมวของเราได้แล้ว

ยาสามัญประจำแมว

วิธีการให้ยาและปริมาณการให้ยา
เป็นหวัดแค่จามมี น้ำมูกใส ให้ ฟูมูซิล หรือ เฟลมแม๊กซ์ คู่กับ คอเฟแก้แพ้อากาศ
– ฟูมูซิล 100 mg ยาผงเป็นซองเป็นยาละลายเสมหะ ผสมน้ำ 50 cc.
แมวเล็ก ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไปครั้งล่ะ 1/2 cc
แมวเด็กโตอายุ 3 – 8เดือน ครั้งละ 1-2 cc
แมวโต ครั้งละ 2-3 cc
ป้อน 2- 3 เวลา

– เฟลมแม๊กซ์ ยาน้ำ ยาแก้ไอละลายเสมหะแบบน้ำปริมาณ 0.5 cc / น้ำหนัก 1 กก.
ให้ เช้า-เย็น ยาน้ำตัวนี้เหมาะรักษากับลูกแมว

– เฟลมแม๊กซ์ ยาเม็ด เป็นยาแก้ไอละลายเสมหะ แบบเม็ด ปริมาณ 1 เม็ด ต่อ นน. 5 กก.
ให้ เช้า-เย็น

– Chlorpheniramine ยาน้ำ เป็นยาแก้แพ้อากาศช่วยลดน้ำมูก

– Chlorpheniramine ยาเม็ด ปริมาณ 1 เม็ด ต่อ นน. 5 กก. ให้เช้า-เย็น
ยา เม็ดตัวนี้เหมาะรักษากับแมวโตจะดีกว่า

ถ้ามีน้ำมูกข้นเขียวต้อง เพิ่มยากลุ่มปฎิชีวะนะ เริ่มจากกลุ่มที่ 1 ก่อนถ้า 3 วันไม่ดีขึ้นค่อยเปลี่ยนกลุ่มตามลำดับต่อไป

กลุ่ม 1
– โทเฟ๊กซ์ดาย 156ml ยาน้ำ ปริมาณ 1 cc / น้ำหนัก 1 กก. (สำหรับแมวเด็ก)
– โทเฟ๊กซ์ดาย 250ml ยาน้ำ ปริมาณ 0.5 cc / น้ำหนัก 1 กก. (สำหรับแมวโต)

กลุ่ม 2
– คาวูม๊อกซ์ 156ml ปริมาณ 0.5 cc/ นน. 1 กก.

กลุ่ม 3
– ด๊อกซี่ 200 ml ยาเม็ด ยาปฏิชีวนะ 1 เม็ด / น้ำหนัก 10 กก.
ยาปฏิชีวะนะ ให้เช้า-เย็น ต้องให้กินติดต่อกันจนครบ 7 วัน แม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม

ท้อง เสีย ติดเชื้อ

– ไดเซ็นโต้ รักษาอาการบิด อึปนมูกเลือด เป็นยาเม็ดสีเหลือง ปริมาณ 1เม็ด / น้ำหนัก 5 กก.
– นอร์ฟ๊อกซ์ 200 ml เม็ด เป็นยาปฏิชีวะนะ ยาฆ่าเชี้อ ปริมาณ 1เม็ด / น้ำหนัก 10 กก.
กิน คู่กัน ทุกเช้า –เย็น ควรกินให้ครบ 7 วัน

ผิวหนัง อักเสบ เชื้อรา

– นิวฟูลวิน เป็นยารักษาเชื้อราเม็ดสีขาว ปริมาณ 1เม็ด / นน. 4 กก.
กินหลังอาหารทันทีกินคู่กับยาบำรุงตับซับมารินเม็ด สีชมพู ½ เม็ดติดต่อกันอย่างน้อย 3-4 อาทิตย์
การรักษาเชื้อราต้องกินยา ต่อเนื่อง และต้องกินคู่กับยาบำรุงตับด้วย

อาการคันหู ไรหู ติดเชื้อเยื้อบุช่องหู

– Dexoryl หาซื้อตามร้านสัตว์แพทย์ ขวดเล็กสีขาว ฉลากน้ำเงิน ยาหยอดไรหู
4วันแรก หยอดทุก เช้า- เย็น หลังจากนั้นหยอดติดต่อกันอีก 10 วัน
(ควรให้ โทเฟ๊กซ์ หรือ คาวูม๊อกซ์ คุมการติดเชื้อไว้ด้วย)

ตาเจ็บ

– เจนตร้ามัยซิน ยาหยอดยา 3 เวลา ในสามวันแรก หากยังไม่ดีขึ้นให้เปลี่ยนมาใช้
โทเบ๊กซ์หยอดแทน หลังจากนั้นหยดเช้าเย็น จนครบ7วัน หรือจนหายดี
ถ้าเป็นมากให้ป้ายขี้ผึ้ง ยา โทเบ๊กซ์ เพิ่มด้วย

มีไข้สูง

– ทอฟีดีน อย่างเม็ด เป็นยาของสัตว์ปริมาณ 1เม็ด / นน. 5 กก.
กินได้แค่สามวัน ห้ามให้เกิน 3 วัน ห้ามเกินนั้นอันตรายมาก

– ไอบูโทเฟ่น ยาน้ำลดไข้เด็ก (ของคน) ขวดเล็กๆ ปริมาณ 0.5 cc / นน. 1 กก.

ยา ถ่ายพยาธิ

– ด็อนทอลพลัส ตัวนี้เป็นยาของสัตว์ดีมากๆ ปริมาณ 1เม็ด / นน. 4 กก.
ถ่าย ได้ตั้งแต่แมวอายุ 6 อาทิตย์ขึ้นไป

– พาเล็ท ยาน้ำของเด็ก (ของคน) สำหรับแมวเด็กควรใช้ ในปริมาณ 0.2-0.3 cc
ถ่าย พยาธิตั้งแต่อายุ 1 เดือน แล้วทำทุก 2 อาทิตย์ จนครบอายุ 3 เดือน
สำหรับ แมวโตถ่ายพยาธิทุก 3 เดือน

ชนิดของอาหารแมว

ชนิดของอาหารแมว

การเลี้ยงแมวตามบ้านส่วนใหญ่ของคนไทย ผู้เลี้ยงมักเลี้ยงแมวด้วยอาหารที่ปรุงขึ้นเองในครัว เช่น ข้าวคลุกปลาหรือไข่ต้มหรือน้ำแกงจืด ซึ่งแมวก็อยู่ได้ แต่ถ้าต้องการเลี้ยงอย่างดีเป็นพิเศษ ในบางครั้งอาจมีการเสริมอาหารประเภทเนื้อ นม เสริมให้กิน

สำหรับชนิดของอาหารแมวนั้น สามารถแบ่งออกได้ 3-4 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่สามารถซื้อหามาปรุงเอง อาหารสดหรืออาหารสำเร็จรูป ซึ่งอาหารเหล่านี้มีความแตกต่างกันไปในแง่ของรสชาด คุณภาพ ราคาและคุณค่าของอาหาร ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

อาหารปรุงเอง

การปรุงอาหารขึ้นเองนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับการเลี้ยวแมวทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าต้องการให้อาหารถูกส่วนถูกกับความต้องการของแมวควรปรุงให้ตรงตามสูตร อีกทั้งยังต้องมีความเข้าใจถึงหลักโภชนาการมาก่อน เพราะเป็นการปรุงอาหารให้ตรงตามที่แมวต้องการเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและค่อนข้างละเอียด ผู้เลี้ยงควรคำนวณทั้งอัตราส่วนและปริมาณของสารอาหารที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของแมวในแต่ละวัย นอกจากนี้อาหารที่ปรุงเองจะมีรสชาดที่ไม่แน่นอน เช่น เค็ม หรือหวาน ซึ่งอาจไม่ถูกปากแมว บางครั้งอาหารอาจจะมีไขมันมากเกินไป ถ้าใส่ข้าวมากก็จะขาดวิตามิน ถ้าใส่เนื้อมากเกินไปก็จะได้รับโปรตีนเกินความจำเป็นส่งผลทำให้ย่อยยากกระเพาะต้องทำงานหนัก สิ่งเหล่านี้ต้องคำนึง

อาหารสด

เป็นอาหารผสมเสร็จ หาชื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ราคาจะถูกกว่าอาหารสำเร็จรูปชนิดอื่นเล็กน้อย แต่มีข้อเสียคือต้องเก็บไว้ในช่องแช่แข็งตลอดเวลาเพราะเป็นอาหารสดจึงเสียง่าย ต้องซื้อบ่อย ๆ อาหารสดผสมเสร็จนี้บางชนิดก็มีคุณค่าทางอาหารครบ แต่บางชนิดก็มีไม่ครบ และนอกจากนี้อาหารผสมเสร็จยังมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าอาหารสำเร็จ ก่อนนำมาให้แมวต้องปรุงให้สุกเสียก่อน

อาหารสำเร็จรูป

อาหารแมวแบบแบ่งขาย

เป็นอาหารแมวที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายทั่วไป โดยทั่วไปแล้วก็เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ไม่ต้องกังวลเรื่องสัดส่วนอาหารเหมือนอาหารปรุงเองหรืออาหารสด อาหารสำเร็จรูปมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบเป็นเม็ดและแบบเปียก

อาหารแบบเม็ด

ตัวอย่างอาหารแบบแห้ง (อาหารเม็ด)

อาหารแมวแบบเป็นเม็ด หรือ อาหารแห้ง จะมีลักษณะเป็นเม็ดส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ ประกอบด้วยธาตุอาหารและวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ที่แมวต้องการอย่างเหมาะสม ส่วนประกอบของอาหารเม็ดโดยมากมาจากเนื้อสัตว์ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น การบดและอบแห้ง มีคุณค่าของโปรตีนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของแมวในการนำไปใช้สร้างความเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของไขมันที่ช่วยสร้างพลังงานและความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มีวิตามินที่ช่วยให้แมวมันมีขนยาวสวยได้ ที่พิเศษคือมีไฟเบอร์ที่จะช่วยให้แมวท้องไม่ผูก นอกจากนี้อาหารแห้งยังมีประโยชน์ช่วยขัดฟันของแมวให้สะอาด เพราะเป็นเม็ดกรอบและการเคี้ยวอาหารแห้งก็เป็นการบริหารเหงือกให้แข็งแรงได้อีกด้วย

การให้แมวกินอาหารเม็ด ควรหัดให้กินตั้งแต่แมวยังเล็ก ๆ หลังอย่านมใหม่ ๆ หรือประมาณ 2 เดือน โดยผสมอาหารแห้งในน้ำนม เมื่อโตได้ประมาณ 3 เดือนจึงให้กินอาหารแห้งเพียงอย่างเดียว สำหรับแมวที่ไม่เคยกินอาหารแห้งมาก่อน การเปลี่ยนมาให้กินอาหารแห้งโดยฉับพลันอาจทำให้แมวท้องเสียได้ เพราะระบบย่อยของแมวนั้นอ่อนไหวและผิดปกติได้ง่ายมาก ฉะนั้นการให้อาหารแมวจึงต้องค่อย ๆ เปลี่ยนโดยสามารถนำอาหารเม็ดมาคลุกผสมกับอาหารเดิมที่แมวเคยกินที่ละน้อย หรืออาจผสมเข้ากับน้ำ นม หรือน้ำแกง เพื่อให้อาหารเม็ดนิ่มขึ้น เมื่อแมวเริ่มชินแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรคำนึงสำหรับการเลี้ยงแมวด้วยอาหารแบบเม็ด คือ ควรจะมีถ้วยใส่น้ำสะอาดตั้งไว้ข้างชามอาหารเพื่อให้แมวกิน เพราะว่าอาหารแห้งนั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์เท่านั้น เมื่อแมวกินอาหารแห้งจะกลืนไม่ค่อยสะดวกทำให้คอแห้งหิวน้ำได้

อาหารแบบเปียก

ตัวอย่างอาหารแบบเปียก (ชิ้นปลาในเจลลี่)

อาหารแมวแบบเปียกหรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า อาหารกระป๋อง แมวมักจะชอบอาหารชนิดนี้มากกว่าอาหารแบบเม็ด เพราะอาหารเปียกมีลักษณะใกล้เคียงกับอาหารปรุงเอง คือมีลักษณะเป็นน้ำและเนื้อนุ่ม โดยส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยเนื้อปลาหรืออาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู หอยผสมในเจลลี่

เนื้อสัตว์ที่นิยมนำมาเลี้ยงแมว

มีดังต่อไปนี้
เนื้อปลาทู โปรตีน 20% เนื้อกระบือ โปรตีน 19.6%
เนื้อโค โปรตีน 18.8% เนื้อหมู โปรตีน 14.1%
เนื้อไก่ โปรตีน 18% เนื้อเป็ด โปรตีน 16%
เนื้อห่าน โปรตีน 16.4% เนื้อกุ้ง โปรตีน 20.8%
เนื้อปู โปรตีน 17.2%
Older posts

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑