C a t

Felis catus

Page 3 of 6

วิธีรักษาแมวป่วยที่ถูกวิธี

ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเจ็บป่วยก็มักจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเช่น เจ้าแมวเหมียว สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งอากาศร้อนอบอ้าว ฝนตก หรืออากาศหนาว มักทำให้เจ้าแมวเหมียวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีน้ำมูก มีไข้และตัวร้อน อาการป่วยไข้ของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มีวิธีดูแลอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลและคำแนะนำดีๆมาฝาก

อาการเจ็บป่วยและสาเหตุของโรค
แมวมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดได้เหมือนคน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้ เช่น อาการไข้หวัด สัตวแพทย์จะเรียกโรคหวัดแมวว่า Cat Flu เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด และมักจะพบในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน สาเหตุของการเกิดโลก เช่น สัมผัสเชื้อไวรัสที่อยู่ตามตัวของแมวหรือเสื้อผ้าของคนเลี้ยง การได้รับเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก และสิ่งคัดหลั่งอื่นๆของแมวที่ป่วยเป็นหวัด     supporthealthypets.com

ลักษณะอาการของแมวเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด
1. มีอาการจามหรือไอมากผิดปกติ
2. นอนซึม หมดเรี่ยวแรง เดินไม่ค่อยไหว
3. เบื่ออาหาร ผอมโซ
4. มีไข้ ตัวร้อน บ้างครั้งมีน้ำมูกไหล ขี้ตาเฉอะแฉะมากกว่าปกติ
5. มีแผลในช่องปาก ช่องปากอักเสบ ตาอักเสบมีขี้ตา หรือตาแฉะ

วิธีดูเมื่อเจ้าแมวเหมียวป่วย
1. เมื่อสังเกตอาการและรู้แน่ชัดว่าเจ้าแมวเหมียวป่วยเป็นไข้หวัด หากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว ให้คัดแยกแมวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อไม่ให้แมวตัวอื่นติดไข้หวัดจากแมวที่ป่วย
2. จัดให้แมวที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ในสถานที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก
3. เช็ดทำความสะอาดตาและจมูก เพื่อให้แมวหายใจสะดวกและรู้สึกสบายตัว
4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เลี้ยงแมวป่วยให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่แมวตัวอื่นๆ
5. นำแมวป่วยไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการป่วย
6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

6 วิธีฝึกลูกแมวเบื้องต้น สำหรับทาสแมวมือใหม่

แม้แมวจะเป็นสัตว์ที่ฝึกยาก… แต่อย่าพึ่งคิดว่าจะฝึกไม่ได้ เพราะนิสัยรักอิสระ และเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้เลี้ยงจึงต้องใช้ความอดทนมากกว่า การฝึกสัตว์ ชนิดอื่น ๆ โดยอายุที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกลูกแมวคือ ประมาณ 8 สัปดาห์

การฝึกที่ 1 : เรียกชื่อให้คุ้นเคย และฝึกให้เขาเดินมาหา
จุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือ การฝึกให้เขารู้จักชื่อของตัวเอง โดยการเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดูน่ารักและอบอุ่น และถ้าเขาเดินมาหา ก็อย่าลืมให้ขนมเป็นรางวัลด้วยนะคะ จะได้เกิดความอยากทำซ้ำเรื่อย ๆ โดยควรฝึกวันละ 2 – 3 ครั้ง เพราะไม่เช่นนั้นน้องแมวอาจจะเกิดอาการเบื่อไปซะก่อน    catedradehermeneutica.com

การฝึกที่ 2 : ฝึกใช้ปลอกคอและสายจูงกับแมว
จริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวขอให้ คะแนนความยากในการฝึกใช้ปลอกคอและสายจูงกับน้องเหมียว นี้ เป็นระดับ Top 3 เลยนะคะ เพราะว่าถ้าเมื่อไรเราจับใส่สายจูงปุ๊บ ก็จะลงนอนฟุบปั๊บ วิธีฝึกอย่างถูกต้องก็คือ ช่วงแรกอาจจะต้องปล่อยให้เขาเดินลากสายจูงไปเองก่อน หลังจากที่เขาเริ่มชินแล้ว เราก็ค่อยจับสายจูงทีนี้ ก็จะสามารถควบคุมทิศทางได้แล้ว

การฝึกที่ 3 : ฝึกให้กินอาหารเป็นเวลา
สำหรับลูกแมวที่อายุต่ำกว่า 12 สัปดาห์ ควรให้กินอาหารวันละ 4 มื้อ แล้วหลังจากนั้น ให้ลดลงเหลือวันละ 3 มื้อก็พอค่ะ ส่วนน้องแมวที่โตเต็มวัยสามารถกินอาหารเพียงแค่วันละ 2 มื้อ คือ มื้อเช้า และมื้อค่ำ และที่สำคัญอย่าลืมให้อาหารในเวลาเดียวกันทุกครั้ง เขาจะได้มีนิสัยกินอาหารเป็นเวลา

การฝึกที่ 4 : เรื่องการขับถ่ายต้องในกระบะทรายเท่านั้น
สัญชาตญาณของแมวเขาจะรู้อยู่แล้วว่า… ที่นี่คือห้องน้ำของเขานะ เราเพียงช่วยกระตุ้นให้เขารับรู้ได้ไวขึ้น โดยการจับตัวเขาไปวางไว้ใ
กระบะขับถ่าย จากนั้นเขาก็จะดม ๆ ตะกุย ๆ เพื่อทำความคุ้นเคย การฝึกนี้ไม่ยากเลย

การฝึกที่ 5 : การลับเล็บถ้าไม่ฝึก รับรองเฟอร์นิเจอร์ต้องพังแน่นอน
เพื่อปกป้องเฟอร์นิเจอร์ของเราไม่ให้พังหรือหมดอายุไปก่อนกาลเวลาอันควร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีที่ให้เจ้าเหมียวสำหรับลับเล็บ ไม่ว่าจะเป็นเสาลับเล็บที่มีช่อหญ้าแมว หรือกระดาษลังแข็ง ๆ แผ่นเรียบวางทับบนหญ้าแมวก็ได้ ในช่วงที่อยู่ระหว่างการฝึก อย่าลืมให้รางวัลพร้อมคำชม เมื่อเขามาใช้บริการที่ลับเล็บเสร็จด้วยก็จะดีมากเลย ถือเป็นรางวัลให้กับเจ้าเหมียวและยังช่วยรักษาเฟอร์นิเจอร์ให้บ้านของเราได้อีกด้วย

การฝึกที่ 6 : ไม่ดุด่า ไม่ทุบตี เป็นคุณครูที่ดีให้กับเจ้าเหมียว
อย่าทำให้เขาเกิดอาการกลัว ไม่ตะโกนใส่หรือทุบตี เขาอาจจะทำผิด ทำไม่ถูกใจ แต่อย่าลืมว่าเขาเป็นสัตว์ และพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ ก็ต้องให้เวลาเขาได้เรียนรู้และพัฒนาไปพร้อม ๆ กันกับเรา เรียกได้ว่าต้องใช้ทัศนคติเชิงบวก และใจเย็น ๆ กับสัตว์เลี้ยงที่แสนน่ารักเหมือนเป็นคุณครูที่ดีคนหนึ่ง

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพแมว

แมวถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของหลายๆ ครอบครัว ซึ่งก็ต้องการการดูแลไม่ต่างจากคน ต้องให้ทั้งความรักและความเอาใจใส่ในสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวจะต้องร่วมกันดูแล เนื่องจากถ้าดูแลไม่ดีก็ย่อมเกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหวัดแมว พยาธิ หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่อาจแพร่มาสู่คนได้ ซึ่งผู้เลี้ยงเองจะต้องดูแลให้ถูกวิธี เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลำตัวยาว ช่วงขาสั้น และจัดอยู่ในกลุ่มของประเภทสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร มีเขี้ยวและเล็บแหลมคมสามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ สืบสายเลือดมาจากแมวป่าที่มีขนาดใหญ่กว่า มีหลากหลายสายพันธุ์ ตามปกติแมวเป็นสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเจ็บป่วยเหมือนสุนัข แต่ถ้าแมวกินอาหารได้น้อยและมีอาการซึมผิดปกติควรรอดูอาการประมาณ 1-2 วันก่อน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นค่อยพาไปหาหมอ ซึ่งปกติแมวธรรมดาบ้านเราก็จะมีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 14-16 ปีเท่านั้น และเพื่อให้เขามีสุขภาพดีอายุยืนและอยู่กับเราไปยาวนาน นี่คือ 5 เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพแมว

1. ควรพาแมวอายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ ไปเริ่มฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดต่อสำคัญต่างๆ ทั้งโรคไข้หวัด แมว โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงการถ่ายพยาธิในลำไส้ นอกจากนี้ ควรป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจทุกๆ เดือน และควรกำจัดหมัดและไรในหูด้วยการหยดยาเป็นประจำทุกเดือนด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

2. ทำหมันแมว ทั้งแมวตัวผู้และตัวเมียตั้งแต่เล็ก เพราะสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือนขึ้นไป เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวในการหวงอาณาเขต หรือการต่อสู้ในฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งการทำหมันในตัวเมียยังช่วยลดมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย และยังช่วยลดการออกไปเที่ยวนอกบ้านในแมวเด็กได้ด้วย

3. การเลือกอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมให้กับลูกแมวเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรให้อาหารเม็ดสลับกับอาหารเปียก จะเลือกแบบที่เป็นกระป๋องหรือที่ผู้เลี้ยงปรุงเองก็ได้ หากเลือกแบบสำเร็จรูป ควรเลือกอาหารที่ให้คุณประโยชน์ครบถ้วน แนะนำแบบที่ทำจากปลาแท้ๆ มีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยบำรุงขนให้สวย มีสุขภาพผิวที่ดี แถมยังมีแคลเซียมเพื่อกระดูกและฟันแข็งแรง และมีทอรีนเพื่อดวงตาสดใส โดยต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดและช่วงวัยของแมว และที่สำคัญอย่าลืมให้แมวได้กินน้ำอย่างเพียงพอด้วย

4. การเลี้ยงแมวนั้น ทางที่ดีควรฝึกให้อยู่ในบ้านตั้งแต่เด็ก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อร้ายแรงต่างๆ ได้ เพราะนอกบ้านนั้นมีโรคมากมายที่แมวจะไปติดมาได้ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสเอดส์แมว ไวรัสลิวคีเมียที่เกิดจากการกัดกัน หรือโรคไข้หวัดแมว ที่จะมีอาการจาม น้ำมูกไหล ถ้าเราฝึกตั้งแต่เล็ก แมวก็จะชินและอยากอยู่บ้านมากกว่าแมวที่โตแล้วที่ยากที่จะฝึกให้อยู่บ้านได้ ซึ่งเราอาจหาของเล่น หรือสิ่งดึงดูดใจที่เจ้าแมวชอบไว้คอยหลอกล่อให้อยู่บ้านจะดีที่สุด

5. ไม่ควรเลี้ยงแมวไว้ในที่เดียวกันมากเกิน 3 ตัว เพราะการเลี้ยงรวมกันหลายตัวอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ทั้งแมวทะเลาะกัน หรือแมวไม่ได้รับการดูแลทั่วถึง จนอาจป่วยและไม่แสดงอาการ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเผยแพร่เชื้อโรคไปยังแมวตัวอื่นๆ ได้ ดังนั้น การเลี้ยงแมวบ้านละไม่เกิน 3 ตัวก็เพียงพอ เพื่อจะได้ดูแลสุขภาพและให้ความรักได้อย่างทั่วถึง

อาหารการกินของแมว

แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ เป็นนักล่า ดังนั้นอาหารที่คุณจะต้องจัดเตรียมให้แมว จะต้องมีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนสำหรับแมว (ไม่ใช่สำหรับคน) ถ้าเทียบหมากับแมวแล้ว แมวต้องการโปรตีนสูงว่าหมาเยอะเลย อาหารที่คนทั่วไปรู้จักดีและนิยมให้เจ้าเหมียวกินคือข้าวคลุกปลาทู แต่แทบทั้งนั้นที่ให้ข้าวมากว่าปลาทู ก็แหม…ปลาทูมันก็ไม่ใช่ถูก แมวก็จำต้องกิน ก็มันหิวนี่นา แต่กินไปได้นิดหน่อยก็ไปแล้ว ไม่เอาแล้ว ข้าวก็เหลืออีกบานเบอะ เลยเป็นคำที่เรียกกันว่า กินข้าวเหมือนแมวดม สาเหตุก็เพราะแมวไม่ชอบกินข้าวนั่นเอง

สาเหตุที่แมวไม่กินอาหาร
อาจเป็นไปได้ว่าอาหารที่คุณเตรียมไว้ให้บูดเสียแล้ว, อาหารเพิ่งออกมาจากตู้เย็นเลย, อาหารเพิ่งทำมาร้อนๆเลย, อาหารกลิ่นแปลกๆไม่เคยกิน รวมถึงความเครียดจากการย้ายที่อยู่ และอีกหลายสาเหตุที่ไม่อาจเดาใจเจ้าเหมียวได้ถูก ถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องอุณหภูมิของอาหารแล้ว อาหารที่จะให้ควรมีอุณหภูมิที่พอดี ไม่ร้อน ไม่เย็นจนเกินไป แมวไม่ชอบของร้อน ไม่เหมือนหมา ถ้าหิวร้อนหรือเย็นก็พอกินได้ แต่แมวไม่ใช่ บางทีแมวอาจกินของเย็นได้ในบางโอกาส(แมวที่บ้านกินไอติมได้ด้วย) แมวเป็นนักล่าและกินเหยื่อขณะตัวยังอุ่นๆอยู่ โดยทั่วไปอาหารแมวก็จะมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง ถ้าเอาอาหารออกจากตู้เย็นใหม่ๆ ก็น่าจะทิ้งไว้ซักพักพอคลายความเย็นลงแล้วค่อยให้แมวกิน   supporthealthypets.com

ประเภทของอาหารแมว
อาหารแมวนั้นก็มีอยู่ 3 แบบคือ แบบเจ้าของปรุงเอง แบบอาหารกระป๋อง และแบบอาหารเม็ด อาหารที่เจ้าของปรุงเองนั้นไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะโดยมากคนเราจะตัดสินโดยเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ อาหารอาจจะมีคุณค่าไม่ครบเท่าที่แมวต้องการ บางครั้งการปรุงแต่งรสชาติก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพของแมวด้วย เช่น แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับไตและระบบปัสาวะได้ง่าย หากคุณให้อาหารที่มีรสเค็มหรือมีส่วนผสมของเกลือมากเกินไป ในตอนวัยหนุ่มสาวแมวคุณอาจจะยังแข็งแรงดีอยู่ แต่เมื่อแก่ตัวลงไตจะเสื่อมเร็ว อยากจะแนะนำเป็นอาหารสำเร็จรูปมากกว่า อาหารสำเร็จรูปก็หมายถึงทั้งอาหารกระป๋องและอาหารเม็ดนั่นแหละ

อาหารกระป๋อง
ก็จะเหมือนปลากระป๋องของคนนี่แหละ แต่เค้าปรุงขึ้นมาสำหรับแมว มีทั้งที่เป็นปลา เป็นเนื้อ เป็นไก่ ปลาหมึก ฯลฯ อีกสารพัดที่แมวจะกินได้ อาหารแบบนี้ก็มีการแบ่งเกรด ถ้าเป็นอาาหารแบบถูกหน่อยก็จะหน้าตาไม่ค่อยสวยงาม เหมือนเอาเศษปลาที่เหลือจากทำอาหารคนมาทำ บางทีก็ผสมสีบ้าง แต่ถ้าอาหารแพงขึ้นมาหน่อย วัตถุดิบที่นำมาทำก็จะดีกว่า เมื่อเปิดออกดูแล้วก็จะเห็นความแตกต่าง ซึ่งบางทีอาหารแมวแพงกว่าอาหารคนซะอีก อันนี้ก็คงต้องเลือกเอาตามใจชอบและตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน การให้อาหารกระป๋องมีข้อดีคือแมวชอบ กลิ่นจะยั่วยวนจมูกแมวมาก แต่ข้อเสียคือจะตั้งทิ้งไว้ให้ทั้งวันคงไม่ได้เพราะจะเน่าเสียง่าย ปัญหาเรื่องแมลงก็จะตามมา ต้องหมั่นคอยดูว่าอาหารบูดหรือยัง มีแมลงวันแมลงสาบมารบกวนหรือเปล่า โดยส่วนใหญ่ถ้าให้อาหารแบบนี้จะให้กันเป็นมื้อไป พอกินเสร็จก็เก็บเลย แต่ต้องตั้งน้ำสะอาดทิ้งไว้ให้แมวกินได้ตลอดนะ

อาหารเม็ด
อาหารเม็ดเดี๋ยวนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่ทำขึ้นมาแข่งขันกัน ก็มีการแบ่งเกรดอีกเหมือน อาหารเกรดธรรมดาก็หาซื้อได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ราคาก็จะไม่แพงเท่าอาหารพวกพรีเมี่ยมเกรด บางทีถ้าเราอ่านรายละเอียดของส่วนประกอบในอาหาร อาจพบว่าพอๆกัน แต่เหตุผลที่ราคาต่างกันก็มีหลายอย่าง เช่น อาหารมาจากต่างประเทศหรือผลิตในเมืองไทย วัตถุดิบที่ผลิตอาหาร ซึ่งมักจะเขียนว่าใช้วัตถุดิบคุณภาพดี อันนี้ก็ต้องเดากันเอาเองว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน แต่โดยส่วนตัวเดาไว้ก่อนเลยว่าอาหารที่ราคาถูกมากๆก็คงไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่ดีอะไรมากมาย ซึ่งเค้าก็ไม่ได้ชี้แจงในรายละเอียดว่าใช้อะไรทำบ้าง กี่ส่วนต่อกี่ส่วน ถ้าอยากพิสูจน์ ก็ลองหาตัวอย่างอาหารมาลองดมดู เรื่องกลิ่นต่างกันแน่นอน แต่จะลองให้แมวกินหรือเปล่าก็ตัดสินใจเอง ที่บ้านก็มีอาหารหลายยี่ห้อที่ให้แมวกิน แต่เป็นอาหารเกรดพรีเมี่ยมทั้งหมด สุขภาพแมวก็ดี ข้อดีของอาหารเม็ดก็คือ คุณค่าสารอาหารจะครบถ้วนกว่า ซึ่งอาหารกระป๋องค่อนข้างจะมีองค์ประกอบของน้ำเยอะ แมวจะอิ่มเร็วแต่สารอาหารจะได้ไม่เท่าอาหารเม็ด อาหารเม็ดตั้งทิ้งให้กินได้ทั้งวัน หรือจะให้เป็นมื้อก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก ข้อเสียคือ หากแมวได้กินน้ำน้อยเกินไป อาจไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ไม่ว่าแมวคุณจะกินอาหารแบบไหน น้ำสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องเตรียมไว้ให้แมวกินได้ทั้งวันเสมอ

ปรับนิสัยแมวให้กินอาหารเม็ด
ถ้าคุณเลี้ยงแมวด้วยอาหารปรุงเองอยู่ให้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นให้อาหารกระป๋อง ซึ่งโดยมากมักไม่มีปัญหา แล้วนำอาหารกระป๋องคลุกกับอาหารเม็ด แมวได้กลิ่นอาหารกระป๋องก็จะกินอาหารเม็ดที่เราคลุกไว้ แล้วลดปริมาณอาหารกระป๋องที่เราผสมลงเรื่อยๆ ในเวลาไม่นานแมวก็จะกินอาหารเม็ดได้เอง

10 วิธีดูแลลูกแมวตัวน้อย

การรับแมวเหมียวตัวน้อยมาอยู่ในบ้านนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การดูแลให้เขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้นยากกว่าเป็นหลายเท่า คอลัมน์ Holistic Health Series ฉบับนี้จึงขอรวบรวม 10 วิธีการดูแลลูกแมวตัวน้อยมานำเสนอ เรื่องยากๆจะได้กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนรักแมวทุกคน

1. ให้อาหารที่ถูกต้อง
Feed Him Right
อาหารคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเหมียว (และสัตว์อื่นๆ) ฉะนั้นการเลือกสรรอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยและความต้องการพิเศษของสายพันธุ์คือสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อพัฒนาการทางร่างกายจะได้เจริญเติบโตอย่างราบรื่นไม่มีติดขัด
ปัจจุบันนี้ท้องตลาดมีอาหารสำเร็จรูปนับไม่ถ้วนรอให้คุณหยิบไปให้เจ้าเหมียวตัวน้อยที่บ้าน คำแนะนำง่ายๆของเราก็คืออ่านฉลากข้างถุงให้เป็น ดูซิว่าอาหารดังกล่าวนั้นเหมาะสำหรับช่วงวัยใด สายพันธุ์ไหน ส่วนเรื่องรสชาตนั้นเจ้าเหมียวต้องเป็นฝ่ายตัดสิน
ทั้งนี้หากบ้านของคุณมีเจ้าตูบอยู่ด้วย เราขอเตือนไว้เลยว่าอาหารของสุนัขไม่เหมาะสำหรับแมว หมั่นคอยสังเกตด้วยล่ะว่าเจ้าเหมียวเข้าไปมั่วกินอาหารหรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็เก็บอาหารให้มิดชิด เพื่อชีวิตอันสดใสของแมวน้อย …อย่าลืมล่ะ

2. หาสัตวแพทย์
Find a Veterinarian
แมวเด็กย่อมต้องการการดูแลจากสัตวแพทย์มากกว่าแมวโต ทั้งนี้ก็เพราะเขาจำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การมองหาสัตวแพทย์ประจำตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องรอให้มีปัญหาสุขภาพก่อนค่อยพาไปคลินิกอีกต่อไป
ปัจจัยที่คุณควรใช้ในการคัดเลือกสัตวแพทย์ประจำตัวนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง บางท่านอาจไม่หวั่นหากต้องเดินทางไกลเพื่อพบสัตวแพทย์ที่ศึกษาด้านแมวเหมียวมาโดยเฉพาะ บางท่านก็อาจเน้นที่ความสะดวกสบายใกล้บ้านเป็นหลัก ฯลฯ คำแนะนำของเราก็คือเลือกให้ตรงใจที่สุดเท่านั้นก็พอ  supporthealthypets.com

3. ขนสวย = สุขภาพดี
Groom for Health 
จริงอยู่ว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเขาสามารถเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเองได้ตั้งแต่ยังละอ่อน แต่คุณเองก็สามารถช่วยเหลือเขาในการทำความสะอาดตัวเองได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน หมั่นช่วยเขาหวีขนบ่อยๆเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วง นอกจากจะช่วยเพิ่มสุขอนามัยให้เขาแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอีกทางหนึ่งอีกต่างหาก

4. ป้ายชื่อเพื่อความปลอดภัย
Tag for Safety
ว่ากันว่าแมวเหมียวนั้นมีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าน้องหมา พวกเขาสามารถออกไปเที่ยวนอกบ้านเป็นวันๆได้โดยกลับมาเฉพาะตอนหิวข้าว ในเมื่อไลฟ์สไตล์ของเขาอยู่ไม่ติดบ้าน อะไรล่ะที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเหมียวของคุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่ภายนอก
คำแนะนำของเราก็คือปลอกคอและป้ายชื่อค่ะ ใส่ให้เจ้าเหมียวของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่ว่าเวลาออกไปนอกบ้านคนอื่นจะได้รับรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ยิ่งไปกว่านั้นควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนลงไปในป้ายชื่อด้วยว่าเจ้าของคือใคร เบอร์ติดต่ออะไร เผื่อฉุกเฉินจะได้ตามได้
นอกเหนือการคล้องป้ายและปลอกคอแล้ว วิธีการเพิ่มความปลอดภัยอีกอย่างก็คือพาเขาไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เขาเป็นหูเป็นตาเวลาเจ้าเหมียวของคุณออกไปป่วนนอกบ้าน จะได้ช่วยกันจับไว้ไม่ให้ไปไกลบ้านเกินไป

5. สั่งสอนตามสมควร
Teach your Kitten well
การเลี้ยงแมวเหมียวสักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก การฝึกพวกเขาให้เป็นแมวที่ดีนั้นยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขานั้นเป็นระเบียบอยู่แล้ว ขอแค่เวลาในการเอาใจใส่อย่างจริงจังจากคุณเท่านั้นก็เพียงพอ
โดยการฝึกที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตแมวบ้านก็คือการใช้กระบะทรายในการขับถ่าย หมั่นฝึกฝนตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อสร้างการจดจำและนำไปสู่พฤติกรรมอันเป็นนิสัย เคล็ดลับที่เราอยากแนะนำก็คือหามุมเหมาะในการปลดทุกข์ ซื้อกระบะและทรายแมวจากร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงมาเตรียมไว้ ขั้นตอนต่อไปก็คือหมั่นจับเขาไปนั่งในกระบะเมื่อสังเกตเห็นว่าเขากำลังจะทำธุระ ทำซ้ำๆจนให้เขาก้าวเข้ากระบะไปทำธุระด้วยตนเอง เพียงเท่านี้บ้านคุณก็จะเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างง่ายๆ

6. แมวต้องฝนเล็บ
Gotta Scratch
คุณอยากให้เฟอร์นิเจอร์เป็นรอยอันเนื่องมาจากพฤติกรรมฝนเล็บตามบรรพบุรุษของแมวเหมียวหรือเปล่า ถ้าคำตอบของคุณคือไม่ล่ะก็ หาซื้ออุปกรณ์ฝนเล็บมาให้เขาอย่างด่วน เพื่อที่ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านของคุณจะปลอดภัยจากการขูดขีดด้วยกงเล็บ
การเลือกซื้อที่ฝนเล็บสักชิ้นนั้นไม่มีอะไรยาก คุณสมบัติและประโยชน์ในการใช้สอยแปรผันตามขนาดและราคา บางชิ้นคุณสามารถนำไปตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งได้เลยในบ้าน เจ้าเหมียวก็สามารถนอนได้ฝนเล็บได้ ครบคุณสมบัติในชิ้นเดียว หรือบางชิ้นก็อาจเป็นแค่ที่ฝนเล็บอย่างเดียวเท่านั้น คุณจะเลือกอะไรก็ตามแต่ความสบายใจได้เลย

7. อย่าลืมการออกกำลังกาย
Exercise, exercise
การออกกำลังกายสำคัญสำหรับทุกสิ่งมีชีวิต แมวเหมียวเองก็เช่นกัน หากเขาได้ยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ถามหา ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน การขับถ่ายบกพร่อง ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยส่งเสริมความเป็นมิตรให้เขาร่าเริงสดใสตลอดเวลาอีกต่างหาก
ในเมื่อการออกกำลังกายนั้นมีผลดีมากมายขนาดนี้ คุณสมควรต้องส่งเสริมให้ถึงที่สุด จัดหาพื้นที่ในการออกกำลังกายให้เขา ซื้อหาของเล่นมาเตรียมพร้อม เพียงเท่านี้อาณาจักรสุขภาพของเหมียวก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆภายในบ้านของคุณเอง

8. เตรียมตัวเผื่อฉุกเฉิน
Prep for Emergencies
เพราะเราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ การเตรียมการไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่ควรละเลย อย่าลืมติดต่อสอบถามสัตวแพทย์ใกล้บ้านให้เรียบร้อยว่าสามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินหรือไม่ หากไม่มีอย่าลืมหาคลินิกสำรองไว้ด้วย เวลาฉุกละหุกจะได้ไม่ต้องวุ่นวายอย่างไรล่ะ

9. ดูแลเขาให้ถูกต้องถูกวิธี
Treat him right
การป้องกันนั้นดีกว่าการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย ฉะนั้นเมื่อรับเจ้าเหมียวตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด อย่าลืมพาเขาไปรับวัคซีนให้ครบตามกำหนดนัดหมาย อายุเดือนครึ่งก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม สัตวแพทย์นัดเมื่อไหร่ต้องไปห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะวัคซีนแต่ละชนิดหมายความถึงการป้องกันโรคร้ายที่หากเป็นขึ้นมาล่ะก็จะรักษาลำบาก ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หัดหวัดแมว โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ฯลฯ
นอกจากการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคแล้ว การถ่ายพยาธิคือสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรละเลย อย่าลืมปรึกษาสัตวแพทย์ให้เขาจัดตารางที่เหมาะสมให้กับเจ้าเหมียวของคุณด้วยล่ะ อ๊ะๆ…เท่านี้ยังไม่หมดนะจ๊ะ อย่าลืมเรื่องการดูแลทำความสะอาดหู ตา จมูก และส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะความสะอาดคือสิ่งที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด

10. พิจารณาเรื่องทำหมัน
Spay or Neuter Early
ข้อสุดท้ายที่เราอยากฝากก็คือการทำหมันแมวเหมียว หากคุณไม่อยากให้เขามีลูกมีหลานหรือเลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ล่ะก็ ตัดสินใจทำหมันไปเลยเมื่ออายุครบเกณฑ์ (ปัจจุบันนี้สามารถทำหมันได้ตั้งแต่อายุครบ 10 สัปดาห์) ซึ่งการทำหมันนั้นจะช่วยลดปัญหาพฤติกรรมฉี่เพื่อสร้างอาณาเขตในแมวหนุ่ม รวมทั้งช่วยให้เขาไม่ต้องออกไปเสาะหาคู่ครองนอกบ้าน อันเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆ สำหรับแมวสาวนั้นการทำหมันจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และลดพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อถึงช่วงเวลาผสมพันธุ์
อย่างไรก็ตามการตัดสินใจทำหมันหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับคุณแต่เพียงผู้เดียวค่ะ

ชอบจังม้าลาย!”โด้”ทำสถิติใหม่ CL เหนือเมสซี่

ชอบจังม้าลาย โด้ ทำสถิติใหม่ CL เหนือเมสซี่

ชอบจังม้าลาย โด้ ทำสถิติใหม่ CL เหนือเมสซี่

“ฮวน” ปราการหลังหมาป่า บอกมอบบทเรียนด้านแท็คติคให้ต่างดาว

คริสติอาโน่ โรนัลโด้สตาร์จอมสับของ”ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริดทำสถิติใหม่ของแชมเปี้ยนส์ ลีกแซงหน้าลิโอเนล เมสซี่ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่าของ”ต่างดาว”บาร์เซโลน่า

เรอัล มาดริดตามหลังยูเวนตุสเมื่อคืนนี้ 3-0 ซึ่งทำให้ผลรวมทั้ง 2 เกมเสมอกันที่ 3-3 แต่เป็นโรนัลโด้ที่สังหารจุดโทษในนาทีที่ 97 ส่งพวกเขาเข้ารอบ

ประตูดังกล่าวนับเป็นประตูที่ 10 ของโรนัลโด้ในการเจอกับยูเวนตุสสำหรับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก

นั่นเป็นสถิติที่มากกว่านักเตะคนใดกับการยิงใส่คู่แข่งทีมเดิมสำหรับการแข่งขันถ้วยใบโตของยุโรป

ก่อนเกมโรนัลโด้ครองสถิติร่วมกับลิโอเนล เมสซี่ที่ยิงใส่อาร์เซน่อลในแชมเปี้ยนส์ ลีกไป 9 ประตู

โรนัลโด้ยิง 3 จาก 4 ประตูของเรอัล มาดริดในรอบก่อนรองชนะเลิศหลังเกมแรกที่ตูรินซัดเบิ้ลมาก่อนแล้ว

ทว่าจากการที่ยูเวนตุสยิงไล่มา 3 ประตูทำให้โรนัลโด้กลายเป็นฮีโร่ของเรอัล มาดริดอีกครั้ง

มันเป็นประตูที่ 15 ของเขาในแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาล 2017-18 โดยมาจากการลงสนามเพียง 10 นัดเท่านั้น

ที่น่าทึ่งก็คือโรนัลโด้เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ยิงได้มากกว่า 15 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลเดียวและเขาก็ทำมันได้มา 3 ครั้งแล้ว

เขายิงไป 17 ประตูในฤดูกาล 2013/14 และ 16 ประตูในฤดูกาล 2015-16

นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ยิงได้ 11 นัดติดต่อกัน

Holiday Palace เน้นเกมส์ไพ่บาคาร่าเป็นหลักรูปแบบเกมส์ยุติธรรม โปร่งใสเที่ยงธรรม ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นบาคาร่าออนไลน์ไม่ควรพลาดสมัครเล่น ฮอลิเดย์ พาเลซ กับเราวันนี้รับโบนัสเพิ่มอีก 5% เรามีพนักงานมืออาชีพบริการท่านทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

หนุ่มตระเวนขโมยตราเบนซ์ เลียนแบบคลิปไวรัล นำมาใช้เป็นกล่องข้าว

หนุ่มตระเวนขโมยตราเบนซ์

หนุ่มตระเวนขโมยตราเบนซ์

        ตำรวจจีนรวบตัวหนุ่มติดโซเชียล ตระเวนขโมยตราเบนซ์มากกว่า 10 ชิ้น เลียนแบบคลิปไวรัลที่นำมาใช้เป็นกล่องข้าว หวังเรียกกระแสความนิยมจากโลกออนไลน์  

ในสังคมยุคออนไลน์ทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนเสพติดโซเชียล รวมไปถึงการเลียนแบบกระแสคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่ถูกแชร์เป็นไวรัล เพื่อต้องการให้มีผู้ติดตามหรือได้รับความเป็นที่นิยม จนบางครั้งหลงลืมไปว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด ซึ่งอาจจะเป็นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือถึงขั้นผิดกฎหมายเลย

ล่าสุด (2 เมษายน 2561) เฟซบุ๊ก China Xinhua News  รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศจีน เข้าจับกุมตัวนายแซ่กัว ที่บ้านพักในมณฑลเจ้อเจียง ภายหลังจากก่อเหตุลักขโมยตราสัญลักษณ์รถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ หลายครั้ง โดยสามารถจับกุมตัวได้พร้อมกับของกลางจำนวนมากกว่า 10 ชิ้น จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน

รายงานเผยว่า ทางผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของรถเบนซ์รายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดี เจ้าหน้าที่จึงจัดการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนจะพบว่า นายกัวได้ขับรถยนต์คันสีขาวมาจอดที่ใกล้กับรถของผู้เสียหาย ก่อนจะเดินไปทำบางอย่างที่ด้านหน้ารถคันดังกล่าว เสร็จแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับจากไป

ภายหลังถูกจับกุม นายกัวให้การสารภาพว่า ได้ขโมยตราสัญลักษณ์ของรถเบนซ์มาจริง เนื่องจากช่วงนี้ตนหมกมุ่นอยู่กับแอปพลิเคชัน Tik Tok โซเชียลมีเดียสำหรับโพสต์คลิปสั้นแชร์ออนไลน์ จึงอยากจะหาวิธีเรียกความนิยมให้คนมาสนใจติดตามมากขึ้น ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยเห็นคลิปไลฟ์สดของคนในโซเชียล สาธิตการถอดตราเบนซ์อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จึงสนใจและนำไปเลียนแบบทำตาม

รายงานระบุด้วยว่า ตราสัญลักษณ์เบนซ์ดังกล่าว ที่ประเทศจีนมีมูลค่าชิ้นละมากกว่าหลายร้อยหยวน (1 หยวน ประมาณ 5 บาท) และกฎหมายของประเทศจีนระบุไว้ว่า ผู้ใดที่ขโมยของมูลค่าตั้งแต่ 1,000 หยวนขึ้นไป อาจมีโทษจำคุกอย่างน้อย 3 ปี แต่ทั้งนี้ไม่ระบุแน่ชัดว่า นายกัวได้รับโทษเช่นไร

สำหรับกระแสเลียนแบบการถอดตราเบนซ์ในลักษณะเช่นนี้ เริ่มเป็นที่นิยมภายหลังจากมีผู้ใช้โซเชียลโพสต์ภาพของชายรายหนึ่ง ถอดตราเบนซ์ออกมาใช้เป็นกล่องใส่ข้าวรับประทาน ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในสังคมออนไลน์ หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มไอเดียการเล่นตลกกับตราเบนซ์ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ซึ่งหลายครั้งพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ยอดนิยมอันดับ 1 บริการดีเยียม ระบบรักษาความปลอดภัยระดับโลก


ข้อมูลและภาพจาก
เฟซบุ๊ก China Xinhua News 

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง

การเลี้ยงสัตว์ให้ดูอ้วน อาจจะดูน่ารักในบางครั้ง แต่ก็พบว่ามันมักจะมากับปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย หนึ่งในปัญหานั้นก็คือการเกิดเนื้องอกของเซลล์ไขมัน (lipoma) อาจจะสงสัยว่าเซลล์ไขมันคืออะไร คือปกติร่างกายจะเก็บสารที่เป็นไขมันเอาไว้ในเซลล์ที่เรียกว่าเซลล์ไขมันนั่นเอง แต่หากเกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์นี้ ก็จะทำให้เกิดเป็นเนื้องอกของเซลล์ไขมันได้ทันที แต่ข่าวดีก็คือเนื้องอกชนิดนี้ที่พบมักเป็นเนื้องอกชนิดปกติไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากว่าเป็นเนื้อร้ายจริงๆ ก็จะมีความอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
อาการ
สมารถพบเห็นเนื้องอกไขมันได้จากการคลำตามตัว มักจะเป็นก้อนที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneous) และสามารถเคลื่อนไปมาได้ ไม่เกาะอยู่กับที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยมักจะพบบริเวณรักแร้ หลังหรือพุง เป็นต้น และอาจพบได้มากกว่า 1 ก้อน

การวินิจฉัย
สัตวแพทย์สามารถคลำตรวจและบอกคร่าวๆได้ ว่าเป็นเนื้องอกไขมัน แต่การจะบอกว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่นั้น จำเป็นที่จะต้องตัดก้อนเนื้อแล้วส่งตรวจ เพื่อวินิจฉัยต่อไป แต่เนื่องจากส่วนใหญ่เนื้องอกชนิดร้าย มักจะโตไวและลามอย่างรวดเร็ว แต่เนื้องอกไม่ร้ายมักจะคงสภาพอย่างนั้นเป็นเวลานาน ทำให้มักมี่ความน่ากลัวอะไร เพราะเนื้องอกชนิดนี้ไม่ได้รบกวนการใช้ชีวิตปกติของสุนัขหรือแมวแต่อย่างใด

ซึ่งก้อนในชั้นใต้ผิวหนังอาจไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดก้อนเนื้อไขมัน แต่สามารถเป็นเนื้องอกชนิดอื่นๆได้เช่นกัน ดังนั้นหากสัตวแพทย์จะตรวจเซลล์เพื่อยืนยันก็เป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่า

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
การรักษา
ในความเป็นจริงอาจไม่จำเป็นต้องรักษา ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่สามารถปผ่าตัดเอาก้อนเนื้ออกได้ หรือหากพบว่าก้อนมีขนาดโตขึ้นไวกว่าปกติ อาจต้องทำการเลาะออกและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันถึงความรุนแรงและชนิดของก้อนเนื้ออีกที

การดูแลและจัดการ
เจ้าของต้องพยายามตรวจคลำหาก้อนเนื้อตามตัวบ่อยๆ เพราะสามารถเกิดก้อนเนื้อชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ขึ้นมาบนตัวสัตว์อีกก็เป็นได้ และควรลดความอ้วนเพื่อลดการเจริญของเซลล์ไขมันในร่างกายด้วย

ชุ่มฉ่ำใจ ห้างจีนผุดบริการเช่าสาวสวย ให้ควงเดินช้อปปิ้ง ใครโสดใครเหงาจัดไป !

ห้างจีนผุดบริการเช่าสาวสวย

ห้างจีนผุดบริการเช่าสาวสวย

ชุ่มฉ่ำใจ ห้างจีนผุดบริการเช่าสาวสวย ให้ควงเดินช้อปปิ้ง ใครโสดใครเหงาจัดไป !

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยในรายงานเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 ระบุว่า โซเชียลมีเดียจีน ได้แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์แปลกตาภายในห้างสรรพสินค้า ภายหลังจากมีบรรดาสาวสวยหุ่นดีประมาณ 15 ราย มายืนเรียงรายประจำอยู่ที่แท่นสีเหลืองของตัวเอง โดยที่ด้านหลังแท่นดังกล่าวจะมีสัญลักษณ์คิวอาร์โค้ด ให้บรรดานักช้อปได้สแกนกัน เพื่อใช้บริการเช่าสาว ๆ เหล่านี้ไปควงเดินช้อปปิ้ง โดยค่าบริการอยู่ที่ 1 หยวน (ราว 5 บาท) ต่อ 20 นาที

รายงานเผยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงคริสมาสต์ ปีที่ผ่านมา หากใครยังจำได้ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในมณฑลไหหลำ ก็ได้มีบริการลักษณะคล้ายกันนี้ออกมา แต่ที่นั่นเป็นบริการคุณผู้ชายเพื่อสาว ๆ ขาช้อป จะให้ช่วยเลือกของ หรือถือกระเป๋าก็ได้ตามใจ ค่าบริการแค่ชั่วโมงละ 5 บาท ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาไปได้ไม่น้อย

อย่างไรก็ดี สำหรับบริการสาวควงช้อปปิ้งที่ห้างดังกล่าวนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่คึกคักเท่าไหร่นัก เพราะบรรยากาศดูเงียบเหงา บรรดาสาว ๆ ต่างพากันยืนกดโทรศัพท์เล่นแก้เบื่อ หลังจากไม่มีผู้เข้าไปใช้บริการ ด้านชาวโซเชียลที่ได้ชมคลิปวิดีโอดังกล่าว ได้แสดงความคิดเห็นว่า บรรดาหนุ่ม ๆ อาจจะรู้สึกเคอะเขินที่จะใช้บริการเช่าสาวเดินในที่สาธารณะ และส่วนใหญ่หนุ่ม ๆ ก็ไม่ค่อยไปช้อปปิ้งด้วยตัวเองกัน

Gclub คาสิโนออนไลน์ บริการเกมส์ จีคลับ คาสิโนออนไลน์ยอดนิยมอันดับ 1 บริการดีเยียม ระบบรักษาความปลอดภัยระดับโลก

ภาพจาก weibo.com

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?
เวลาเจ้าแมวเอาหัวมาชนเจ้าของมักจะคิดว่าเป็นการเล่นของเขา แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน เจ้าของสามารถเรียนรู้พฤติกรรมที่น่าสนใจนี้ได้จากบทความนี้

เมื่อคุณกลับมาถึงบ้านหลังจากทำงานมาทั้งวัน น้องแมวของคุณเข้ามาทักทายโดยการเดินเข้ามาชนที่หัวเข่า ใบหน้า ขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคุณ ในขณะที่ท่าทางนี้ดูเหมือนการเล่นของแมว แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวเป็นการแสดงความสัมพันธ์
Palm Johnson-Bennett ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมวและผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมแมว กล่าวว่า “เมื่อแมวชนหัวจะเป็นการสร้างกลิ่นในบริเวณที่แมวตัวนั้นไป สิ่งที่แมวจดจำเป็นอย่างแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจดจำแมวตัวอื่น ๆ คือกลิ่น”

การแสดงความเป็นเจ้าของในแมวโดยการใช้หัวชน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการใช้หัวพุ่งชนเพื่อเป็นการเล่น เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แมวใช้ในการแลกเปลี่ยนกลิ่นเพื่อให้แมวทุกตัวในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน หรือภายในกลุ่มมีกลิ่นเหมือนกัน พฤติกรรมนี้คล้ายกับการเอาใต้คางหรือแก้มถู แมวแสดงพฤติกรรมนี้เพื่อทิ้งกลิ่นเอาไว้บนสิ่งของหรือผู้คนที่แมวได้แสดงความเป็นเจ้าของ แต่พฤติกรรมใช้หัวชนกับการใช้ใต้คางหรือแก้มถูมีความแตกต่างกัน

Ingrid Johnson ผู้ให้การปรึกษาด้านพฤติกรรมแล้วที่ได้รับการรับรองและยังเป็นที่ปรึกษาให้กับรายการช่อง Animal Planet กล่าวว่า การใช้หัวชนในแมวเป็นการสร้างสายพันธุ์ในรูปแบบหนึ่ง

เขากล่าวว่า “เจ้าแมวลำลังบอกคุณว่า ‘ฉันรักคุณนะ คุณเป็นคนที่ดีมาก แต่คุณตัวเหม็นไปหน่อย ฉันจะทำให้คุณกลิ่นgหมือนแมวอย่างพวกเราเอง’”

การเอาหัวมาชนจะเป็นการกระตุ้นต่อมสร้างกลิ่น ซึ่งจะหลังฟีโรโมนบริเวณหัวระหว่างเหนือดวงตาและใต้หูของแมว บริเวณนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า “จุดหัวล้านของแมวตัวผู้” เนื่องจากขนในบริเวณนี้จะร่วงไปบ้างเมื่อแมวตัวผู้อายุมากขึ้น

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวนี้บ่งบอกสถานะในสังคมของแมว
การใช้หัวชนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเป็นพฤติกรรมที่มีลำดับชั้นสูงกว่าการใช้ปัสสาวะในการแสดงความเป็นเจ้าของ การปัสสาวะเป็นพฤติกรรมที่แมวที่มีลำดับต่ำกว่าแสดงออกเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคม ในสังคมของแมวที่อยู่ด้วยกันหลายตัวในหนึ่งบ้านหรือในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง จะเป็นแมวที่มีลำดับสูงสุดภายในบ้านแสดงพฤติกรรมเอาหัวชน

“แมวที่ชนหัวแมวตัวอื่น ไม่ใช่แมวที่ลำดับต่ำกว่า ขี้อาย หรือปัญญาอ่อน แต่เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความมั่นใจของแมว แมวที่เป็นมิตรกับทุกคนภายในบ้าน จุดมุ่งหมายของการแสดงพฤติกรรมนี้คือทำให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกันมีกลิ่นเดียวกันและดูแลขนให้ทุกคน” Johnson กล่าว

ฉันเอาหัวชนคุณ เพื่อที่จะบอกว่า “ฉันรักคุณ”
แมวที่แสดงพฤติกรรมเอาหัวชนอาจะเดินตรงเข้ามาหาเจ้าของขณะที่กำลังทำเสียงในลำคอ (pur) หรือล้มตัวลงนอนกับพื้นสองสามครั้งก่อนที่จะเข้าหาคุณ

Johnson-Bennett กล่าวว่าแมวที่กำลังจะเอาหัวชนคุณจะแสดงสีหน้าที่เป็นมิตร

“หนวดและม่านตาจะผ่อนคลาย หูก็จะแสดงความผ่อนคลาย โดยหูจะไม่ตั้งขึ้นเหมือนการแสดงพฤติกรรมเตรียมตัวออกล่าเหยื่อ”

การแสดงพฤติกรรมอาจมีการเปลี่ยนไปมาระหว่างการใช้หน้าถูกับคนหรือสัตว์ที่เป็นเป้าหมายของแมวกับแขนหรือขาของเครื่องเฟอร์นิเจอร์ แม้ว่าการสัมผัสกับเครื่องเฟอร์นิเจอร์หรือสั่งของอื่น ๆ มีแนวโน้มจะเป็นพฤติกรรมใช้ใต้คางเพื่อกระตุ้นต่อมบริเวณริมฝีปากมากกว่า

“เหมือนเป็นการให้ความรักเท่าเทียมกับระหว่างคนและสิ่งของ มนุษย์แบบเราไม่ได้ตระหนักอยู่เสมอว่าแมวใช้ชีวิตอยู่ในโลกของกลิ่น เพราะมนุษย์อย่างเราใช้การรับรู้ด้วยการมองเห็นมากกว่า เราจึงลืมไปว่าแมวมีต่อมสร้างกลิ่นมากมายอยู่บนตัว เหมือนเป็นการทิ้งข้อความแบบแมว ๆ เอาไว้” Johnson กล่าว

ข้อความที่ส่งออกไปมีความหมายมากกว่าแค่บอกว่า “เจ้าแมวขนปุยเคยอยู่ที่นี่” ข้อความเหล่านี้แสดงถึงมิตรภาพและความรักที่ไม่จำกัดเผ่าพันธุ์

Johnson-Bennett บอกว่าแมวของเธอมักจะเอาหัวชนสุนัขของเธออยู่บ่อย ๆ

“สุนัขของฉันมักจะถอยห่าง เหมือนกำลังคิดอยู่ว่า ‘ฉันไม่เข้าใจพฤติกรรมของเธอ มันไม่มีอะไรเลยสำหรับฉันแต่เธอดีกับฉันแวลาอยู่ด้วยกัน’ ถึงสุนัขจะไม่เข้าใจว่าแมวทำอะไร แต่มันก็ดูจะได้ผลดีกับทั้งสองฝ่าย”

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร

ควรจะตอบสนองอย่างไรกับพฤติกรรมนี้
ในขณะที่สุนัขอาจไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร แต่ก็มีแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของในการตอบสอนงต่อพฤติกรรมนี้เพื่อเป็นพัฒนาความสัมพันธ์ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างหรือเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคุณเจ้าของและแมวของคุณ

“คุณควรจะดีใจที่เจ้าแมวเลือกคุณ มีความสุขไปกับการใช้เวลานี้กับเจ้าแมวและถือเป็นคำชมว่าคุณคู่ควรกับความรักของพวกเขา คุณคือผู้ถูกเลือก!” Johnson กล่าว

หากคุณสนิทกับเจ้าแมวของคุณ คุณก็สามารถชนหัวกลับได้ หรือแค่ยื่นหน้าผากของคุณให้เจ้าแมวชน เกาคาง ลูบหัว หรือคุยเล่นกับแมวของคุณ

แมวจะแสดงพฤติกรรมชนหัวเวลาที่มีความสุข ไม่ใช่พฤติกรรมแสดงความก้าวร้าว กลัว หรือสันโดษ แต่เจ้าของควรรู้ว่าแมวของตัวเองชอบและไม่ชอบอะไร

“แมวบางตัวอาจรู้สึกไม่สบายใจกับการตอบสนองของเจ้าของ ดังนั้นบางครั้งคุณควรรอให้แมวเลือกที่จะเข้าหาคุณก่อนที่จะยื่นมือไปสัมผัสแมวเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อใจให้กับแมว”

การสร้างความสัมพันธ์ก่อนที่จะแสดงการตอบสนองต่อพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ

“ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับแมวมากเท่าไร แมวก็จะอยากเอาหัวชนคุณมากขึ้น”

หากคุณไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์กับแมวของคุณมาก คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้โดยการแปรงขนเบา ๆ ให้รางวัล หรือแค่พยายามสื่อสารกับแมวของคุณโดยการคุกเข่าหรือนั่งลงให้อยู่ในระดับเดียวกับแมวบนพื้น และพยายามให้แมวเข้าหาคุณ

การเอาหัวชนและการแสดงอาณาเขต
Johnson-Bennett กล่าวว่าเธอเห็นเจ้าของหลายคนมักจะสับสนพฤติกรรมเอาหัวชนกับการแสดงอาณาเขต

“การเอาหัวชนเป็นพฤติกรรมแสดงความรัก ผู้คนมักจะมองพฤติกรรมของแมวในมุมเดียวและมองเพียงแค่ผิวเผิน มนุษย์แบบเราแสดงความรักต่อกันด้วยการกอด จูบ หรือจับมือ แต่แมวมีพฤติกรรมหลากหลายในการสื่อสารผ่านการสัมผัส แมวจะเอาจมูกแตะแทนการจับมือทักทาย การเอาหัวชนเป็นอีกขั้นหนึ่งซึ้งเทียบได้กับการกอด”

การเอาหัวชนและการเอาหัวดันเป็นพฤติกรรมที่ต่างกัน
แมวจะเอาหัวดันหรือกดกับอะไรสักอย่างเมื่อเกิดความรู้สึกไม่สบายในหัวของแมว อาจเกิดจากความดันขึ้นสูง เนื้องอกในสมอง หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ

“แมวอาจเดินเข้าไปที่มุมใดมุมหนึ่งและดันหัวกับทั้งสองฝั่งของกำแพง แสดงสีหน้าเจ็บปวด ปวดหัว เหมือนกับพฤติกรรมที่เราบีบขมัมเวลาปวดหัว แมวอาจแสดงพฤติกรรมส่งเสียงมากผิดปกติ และอาจคำรามเหมือนกับกำลังสับสน” Johnson กล่าว

หากแมวของคุณเริ่มแสดงพฤติกรรมเอาหัวดันกำแพงหรือเครื่องเฟอร์นิเจอร์ หรือคุณสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การส่งเสียงร้อง เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าแมวของคุณกำลังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน และคุณเจ้าของควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

Johnson-Bennett กล่าวว่าการแยกแยะพฤติกรรมต่าง ๆ สำหรับแมวที่ดีที่สุดคือเจ้าของต้องรู้จักแมวเป็นอย่างดี และมีความระวังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม

“สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ที่เจ้าของพบเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมวจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อความสัมพันธ์ หากคุณเข้าใจสัญญาณต่าง ๆ ที่แมวแสดงออกผิดไป ความเข้าใจผิดนั้นจะกลายเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นหรือไม่ มนุษย์เราเข้าใจการสื่อสารของแมวผิดอยู่ตลอดเวลา เรามักคิดว่าเราเข้าใจในสิ่งที่แมวกำลังบอกหรือคิดว่าพฤติกรรมของแมวเหมือนกับสุนัข การเข้าใจพฤติกรรมเอาหัวชนเป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ช่วยไขปริศนาที่จะนำไปสู้การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับแมวของคุณ นั่นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ เราคงไม่ต้องการแมวที่เอาแต่หลบอยู่ใต้เตียงตลอดเวลาและไม่ต้องการจะเข้าใกล้คุณ”

« Older posts Newer posts »

© 2018 C a t

Theme by Anders NorenUp ↑