C a t

Felis catus

Tag: การเลี้ยงแมว

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง

การเลี้ยงสัตว์ให้ดูอ้วน อาจจะดูน่ารักในบางครั้ง แต่ก็พบว่ามันมักจะมากับปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย หนึ่งในปัญหานั้นก็คือการเกิดเนื้องอกของเซลล์ไขมัน (lipoma) อาจจะสงสัยว่าเซลล์ไขมันคืออะไร คือปกติร่างกายจะเก็บสารที่เป็นไขมันเอาไว้ในเซลล์ที่เรียกว่าเซลล์ไขมันนั่นเอง แต่หากเกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์นี้ ก็จะทำให้เกิดเป็นเนื้องอกของเซลล์ไขมันได้ทันที แต่ข่าวดีก็คือเนื้องอกชนิดนี้ที่พบมักเป็นเนื้องอกชนิดปกติไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากว่าเป็นเนื้อร้ายจริงๆ ก็จะมีความอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
อาการ
สมารถพบเห็นเนื้องอกไขมันได้จากการคลำตามตัว มักจะเป็นก้อนที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneous) และสามารถเคลื่อนไปมาได้ ไม่เกาะอยู่กับที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยมักจะพบบริเวณรักแร้ หลังหรือพุง เป็นต้น และอาจพบได้มากกว่า 1 ก้อน

การวินิจฉัย
สัตวแพทย์สามารถคลำตรวจและบอกคร่าวๆได้ ว่าเป็นเนื้องอกไขมัน แต่การจะบอกว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่นั้น จำเป็นที่จะต้องตัดก้อนเนื้อแล้วส่งตรวจ เพื่อวินิจฉัยต่อไป แต่เนื่องจากส่วนใหญ่เนื้องอกชนิดร้าย มักจะโตไวและลามอย่างรวดเร็ว แต่เนื้องอกไม่ร้ายมักจะคงสภาพอย่างนั้นเป็นเวลานาน ทำให้มักมี่ความน่ากลัวอะไร เพราะเนื้องอกชนิดนี้ไม่ได้รบกวนการใช้ชีวิตปกติของสุนัขหรือแมวแต่อย่างใด

ซึ่งก้อนในชั้นใต้ผิวหนังอาจไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดก้อนเนื้อไขมัน แต่สามารถเป็นเนื้องอกชนิดอื่นๆได้เช่นกัน ดังนั้นหากสัตวแพทย์จะตรวจเซลล์เพื่อยืนยันก็เป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่า

เนื้องอกไขมันในสัตว์เลี้ยง
การรักษา
ในความเป็นจริงอาจไม่จำเป็นต้องรักษา ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่สามารถปผ่าตัดเอาก้อนเนื้ออกได้ หรือหากพบว่าก้อนมีขนาดโตขึ้นไวกว่าปกติ อาจต้องทำการเลาะออกและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันถึงความรุนแรงและชนิดของก้อนเนื้ออีกที

การดูแลและจัดการ
เจ้าของต้องพยายามตรวจคลำหาก้อนเนื้อตามตัวบ่อยๆ เพราะสามารถเกิดก้อนเนื้อชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ขึ้นมาบนตัวสัตว์อีกก็เป็นได้ และควรลดความอ้วนเพื่อลดการเจริญของเซลล์ไขมันในร่างกายด้วย

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร?
เวลาเจ้าแมวเอาหัวมาชนเจ้าของมักจะคิดว่าเป็นการเล่นของเขา แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน เจ้าของสามารถเรียนรู้พฤติกรรมที่น่าสนใจนี้ได้จากบทความนี้

เมื่อคุณกลับมาถึงบ้านหลังจากทำงานมาทั้งวัน น้องแมวของคุณเข้ามาทักทายโดยการเดินเข้ามาชนที่หัวเข่า ใบหน้า ขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคุณ ในขณะที่ท่าทางนี้ดูเหมือนการเล่นของแมว แต่จริง ๆ แล้วท่าทางที่แสดงนี้มีความหมายพิเศษสำหรับกลุ่มแมวที่อยู่ร่วมกัน

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวเป็นการแสดงความสัมพันธ์
Palm Johnson-Bennett ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมวและผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมแมว กล่าวว่า “เมื่อแมวชนหัวจะเป็นการสร้างกลิ่นในบริเวณที่แมวตัวนั้นไป สิ่งที่แมวจดจำเป็นอย่างแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจดจำแมวตัวอื่น ๆ คือกลิ่น”

การแสดงความเป็นเจ้าของในแมวโดยการใช้หัวชน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการใช้หัวพุ่งชนเพื่อเป็นการเล่น เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แมวใช้ในการแลกเปลี่ยนกลิ่นเพื่อให้แมวทุกตัวในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน หรือภายในกลุ่มมีกลิ่นเหมือนกัน พฤติกรรมนี้คล้ายกับการเอาใต้คางหรือแก้มถู แมวแสดงพฤติกรรมนี้เพื่อทิ้งกลิ่นเอาไว้บนสิ่งของหรือผู้คนที่แมวได้แสดงความเป็นเจ้าของ แต่พฤติกรรมใช้หัวชนกับการใช้ใต้คางหรือแก้มถูมีความแตกต่างกัน

Ingrid Johnson ผู้ให้การปรึกษาด้านพฤติกรรมแล้วที่ได้รับการรับรองและยังเป็นที่ปรึกษาให้กับรายการช่อง Animal Planet กล่าวว่า การใช้หัวชนในแมวเป็นการสร้างสายพันธุ์ในรูปแบบหนึ่ง

เขากล่าวว่า “เจ้าแมวลำลังบอกคุณว่า ‘ฉันรักคุณนะ คุณเป็นคนที่ดีมาก แต่คุณตัวเหม็นไปหน่อย ฉันจะทำให้คุณกลิ่นgหมือนแมวอย่างพวกเราเอง’”

การเอาหัวมาชนจะเป็นการกระตุ้นต่อมสร้างกลิ่น ซึ่งจะหลังฟีโรโมนบริเวณหัวระหว่างเหนือดวงตาและใต้หูของแมว บริเวณนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า “จุดหัวล้านของแมวตัวผู้” เนื่องจากขนในบริเวณนี้จะร่วงไปบ้างเมื่อแมวตัวผู้อายุมากขึ้น

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร
การชนหัวนี้บ่งบอกสถานะในสังคมของแมว
การใช้หัวชนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเป็นพฤติกรรมที่มีลำดับชั้นสูงกว่าการใช้ปัสสาวะในการแสดงความเป็นเจ้าของ การปัสสาวะเป็นพฤติกรรมที่แมวที่มีลำดับต่ำกว่าแสดงออกเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคม ในสังคมของแมวที่อยู่ด้วยกันหลายตัวในหนึ่งบ้านหรือในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง จะเป็นแมวที่มีลำดับสูงสุดภายในบ้านแสดงพฤติกรรมเอาหัวชน

“แมวที่ชนหัวแมวตัวอื่น ไม่ใช่แมวที่ลำดับต่ำกว่า ขี้อาย หรือปัญญาอ่อน แต่เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความมั่นใจของแมว แมวที่เป็นมิตรกับทุกคนภายในบ้าน จุดมุ่งหมายของการแสดงพฤติกรรมนี้คือทำให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกันมีกลิ่นเดียวกันและดูแลขนให้ทุกคน” Johnson กล่าว

ฉันเอาหัวชนคุณ เพื่อที่จะบอกว่า “ฉันรักคุณ”
แมวที่แสดงพฤติกรรมเอาหัวชนอาจะเดินตรงเข้ามาหาเจ้าของขณะที่กำลังทำเสียงในลำคอ (pur) หรือล้มตัวลงนอนกับพื้นสองสามครั้งก่อนที่จะเข้าหาคุณ

Johnson-Bennett กล่าวว่าแมวที่กำลังจะเอาหัวชนคุณจะแสดงสีหน้าที่เป็นมิตร

“หนวดและม่านตาจะผ่อนคลาย หูก็จะแสดงความผ่อนคลาย โดยหูจะไม่ตั้งขึ้นเหมือนการแสดงพฤติกรรมเตรียมตัวออกล่าเหยื่อ”

การแสดงพฤติกรรมอาจมีการเปลี่ยนไปมาระหว่างการใช้หน้าถูกับคนหรือสัตว์ที่เป็นเป้าหมายของแมวกับแขนหรือขาของเครื่องเฟอร์นิเจอร์ แม้ว่าการสัมผัสกับเครื่องเฟอร์นิเจอร์หรือสั่งของอื่น ๆ มีแนวโน้มจะเป็นพฤติกรรมใช้ใต้คางเพื่อกระตุ้นต่อมบริเวณริมฝีปากมากกว่า

“เหมือนเป็นการให้ความรักเท่าเทียมกับระหว่างคนและสิ่งของ มนุษย์แบบเราไม่ได้ตระหนักอยู่เสมอว่าแมวใช้ชีวิตอยู่ในโลกของกลิ่น เพราะมนุษย์อย่างเราใช้การรับรู้ด้วยการมองเห็นมากกว่า เราจึงลืมไปว่าแมวมีต่อมสร้างกลิ่นมากมายอยู่บนตัว เหมือนเป็นการทิ้งข้อความแบบแมว ๆ เอาไว้” Johnson กล่าว

ข้อความที่ส่งออกไปมีความหมายมากกว่าแค่บอกว่า “เจ้าแมวขนปุยเคยอยู่ที่นี่” ข้อความเหล่านี้แสดงถึงมิตรภาพและความรักที่ไม่จำกัดเผ่าพันธุ์

Johnson-Bennett บอกว่าแมวของเธอมักจะเอาหัวชนสุนัขของเธออยู่บ่อย ๆ

“สุนัขของฉันมักจะถอยห่าง เหมือนกำลังคิดอยู่ว่า ‘ฉันไม่เข้าใจพฤติกรรมของเธอ มันไม่มีอะไรเลยสำหรับฉันแต่เธอดีกับฉันแวลาอยู่ด้วยกัน’ ถึงสุนัขจะไม่เข้าใจว่าแมวทำอะไร แต่มันก็ดูจะได้ผลดีกับทั้งสองฝ่าย”

เจ้าแมวชอบเอาหัวมาชน หมายถึงอะไร

ควรจะตอบสนองอย่างไรกับพฤติกรรมนี้
ในขณะที่สุนัขอาจไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร แต่ก็มีแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของในการตอบสอนงต่อพฤติกรรมนี้เพื่อเป็นพัฒนาความสัมพันธ์ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างหรือเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคุณเจ้าของและแมวของคุณ

“คุณควรจะดีใจที่เจ้าแมวเลือกคุณ มีความสุขไปกับการใช้เวลานี้กับเจ้าแมวและถือเป็นคำชมว่าคุณคู่ควรกับความรักของพวกเขา คุณคือผู้ถูกเลือก!” Johnson กล่าว

หากคุณสนิทกับเจ้าแมวของคุณ คุณก็สามารถชนหัวกลับได้ หรือแค่ยื่นหน้าผากของคุณให้เจ้าแมวชน เกาคาง ลูบหัว หรือคุยเล่นกับแมวของคุณ

แมวจะแสดงพฤติกรรมชนหัวเวลาที่มีความสุข ไม่ใช่พฤติกรรมแสดงความก้าวร้าว กลัว หรือสันโดษ แต่เจ้าของควรรู้ว่าแมวของตัวเองชอบและไม่ชอบอะไร

“แมวบางตัวอาจรู้สึกไม่สบายใจกับการตอบสนองของเจ้าของ ดังนั้นบางครั้งคุณควรรอให้แมวเลือกที่จะเข้าหาคุณก่อนที่จะยื่นมือไปสัมผัสแมวเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อใจให้กับแมว”

การสร้างความสัมพันธ์ก่อนที่จะแสดงการตอบสนองต่อพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ

“ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับแมวมากเท่าไร แมวก็จะอยากเอาหัวชนคุณมากขึ้น”

หากคุณไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์กับแมวของคุณมาก คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้โดยการแปรงขนเบา ๆ ให้รางวัล หรือแค่พยายามสื่อสารกับแมวของคุณโดยการคุกเข่าหรือนั่งลงให้อยู่ในระดับเดียวกับแมวบนพื้น และพยายามให้แมวเข้าหาคุณ

การเอาหัวชนและการแสดงอาณาเขต
Johnson-Bennett กล่าวว่าเธอเห็นเจ้าของหลายคนมักจะสับสนพฤติกรรมเอาหัวชนกับการแสดงอาณาเขต

“การเอาหัวชนเป็นพฤติกรรมแสดงความรัก ผู้คนมักจะมองพฤติกรรมของแมวในมุมเดียวและมองเพียงแค่ผิวเผิน มนุษย์แบบเราแสดงความรักต่อกันด้วยการกอด จูบ หรือจับมือ แต่แมวมีพฤติกรรมหลากหลายในการสื่อสารผ่านการสัมผัส แมวจะเอาจมูกแตะแทนการจับมือทักทาย การเอาหัวชนเป็นอีกขั้นหนึ่งซึ้งเทียบได้กับการกอด”

การเอาหัวชนและการเอาหัวดันเป็นพฤติกรรมที่ต่างกัน
แมวจะเอาหัวดันหรือกดกับอะไรสักอย่างเมื่อเกิดความรู้สึกไม่สบายในหัวของแมว อาจเกิดจากความดันขึ้นสูง เนื้องอกในสมอง หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ

“แมวอาจเดินเข้าไปที่มุมใดมุมหนึ่งและดันหัวกับทั้งสองฝั่งของกำแพง แสดงสีหน้าเจ็บปวด ปวดหัว เหมือนกับพฤติกรรมที่เราบีบขมัมเวลาปวดหัว แมวอาจแสดงพฤติกรรมส่งเสียงมากผิดปกติ และอาจคำรามเหมือนกับกำลังสับสน” Johnson กล่าว

หากแมวของคุณเริ่มแสดงพฤติกรรมเอาหัวดันกำแพงหรือเครื่องเฟอร์นิเจอร์ หรือคุณสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การส่งเสียงร้อง เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าแมวของคุณกำลังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน และคุณเจ้าของควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

Johnson-Bennett กล่าวว่าการแยกแยะพฤติกรรมต่าง ๆ สำหรับแมวที่ดีที่สุดคือเจ้าของต้องรู้จักแมวเป็นอย่างดี และมีความระวังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม

“สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ที่เจ้าของพบเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมวจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อความสัมพันธ์ หากคุณเข้าใจสัญญาณต่าง ๆ ที่แมวแสดงออกผิดไป ความเข้าใจผิดนั้นจะกลายเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นหรือไม่ มนุษย์เราเข้าใจการสื่อสารของแมวผิดอยู่ตลอดเวลา เรามักคิดว่าเราเข้าใจในสิ่งที่แมวกำลังบอกหรือคิดว่าพฤติกรรมของแมวเหมือนกับสุนัข การเข้าใจพฤติกรรมเอาหัวชนเป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ช่วยไขปริศนาที่จะนำไปสู้การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับแมวของคุณ นั่นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ เราคงไม่ต้องการแมวที่เอาแต่หลบอยู่ใต้เตียงตลอดเวลาและไม่ต้องการจะเข้าใกล้คุณ”

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง

ความฟินนนน ความน่ารัก ความน่าถนุถนอมของน้องแมว เชื่อว่าหลายคนคงอดใจไม่ไหวอยากเลี้ยงน้องแมวไว้ยอมเป็นทาสสักตัว หรือใครที่กำลังเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง มีเคล็ดลับดูแลน้องแมวเบื้องต้นมาฝาก…

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
1. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – การทำควมสะอาดขนแมว
จะเห็นได้ว่าน้องแมวมักชอบมีพฤติกรรมเลียขนตัวเอง ส่วนทาสนั้นนน ก็มักมีพฤติกรรมชอบลูบขนแมว แต่ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาขนแมวร่วงติดเต็มเสื้อ เต็มบ้านไปหมด จริงๆ แล้วแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างสะอาดและไม่ค่อยชอบอาบน้ำนะ ฉะนั้นทาสแมวอย่างเรา ควรจะหาหวีหรือแปรงมาแปรงขนน้องแมวเป็นประจำ

2. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – วิธีการอุ้มน้องแมว
จะอุ้มน้องแมวก็ต้องอุ้มอย่างถูกวิธี ไม่งั้นอาจจะโดนน้องแมวข่วนได้นะ ให้ทาสแมววางมือข้างหนึ่งไว้หลังขาหน้าของแมว และอีกข้างไว้ที่ข้างหลังของขาหลัง แล้วค่อยยกขึ้นมาเบาๆ อย่าเผลอไปอุ้มแมวจากด้านหน้านะ ไม่งั้นโดนน้องแมวฝากรอยเล็บไว้ที่หน้ากับคอแน่

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
3. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – จัดที่นอนให้แมว
ที่นอนแมวก็สำคัญนะ ถึงแม้ว่าบางทีมันจะชอบมานอนบนตัว บนหัวทาสบ้าง แต่ก็ควรมีที่นอนให้น้องแมวไว้พักผ่อน ที่นอนควรเลือกเป็นผ้าห่มหรือผ้าขนหนูนุ่มๆ ให้แมวนอนอุ่นๆ และที่สำคัญต้องสะอาดและแห้ง ห้ามอับชื้นนะ เลือกมุมที่อยู่ในที่ร่มๆ อากาศถ่ายเทได้ดี และหมั่นซักผ้าปูที่นอนแมวบ่อยๆ เพื่อความสะอาดและป้องกันพวกเห็บหมัด เชื้อโรคต่างๆ

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
4. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – เมื่อน้องแมวอยากออกไปเดินเล่น
ถ้าน้องแมวบางตัวอาจชอบเดินเล่นอยู่ข้างนอก ควรจะมีปลอกคอสวมติดไว้ และป้ายชื่อเผื่อแมวพลัดหลง จะได้ตามหาตัวเจอถูก

5. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – เลือกที่ฉี่แมวให้เหมาะสม
น้องแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด มักไม่ค่อยฉี่หรืออึเรี่ยราด เพราะมันจะฉี่แต่ที่เดิมๆ ที่จำกลิ่นไว้แล้ว เพราะฉะนั้นทาสแมวทั้งหลาย ต้องเลือกที่ฉี่แมวที่มีลักษณะเป็นกล่องเหมือนเป็นครอก หรือจะเป็นกระบะทราย และวางในจุดที่เงียบๆ เพราะแมวไม่ชอบฉี่ให้ใครเห็น แล้วเลือกทรายแมวที่เก็บซับฉี่และอึของน้องแมวได้ดี ส่วนทาสแมวก็ต้องรับหน้าที่เก็บฉี่อึทุกวัน และทุกสัปดาห์ควรนำที่ฉี่แมวมาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อาจจะใช้พวกผงซักฟอกอ่อนๆ มาทำความสะอาด แต่ห้ามใช้พวกที่มีกลิ่นมะนาว แอมโมเนีย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นมิตรกับน้องแมวสักเท่าไหร่นะ

ดูแลน้องแมวเบื้องต้น ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
6. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – ต้องมีที่ฝนเล็บให้น้องแมว
แมวต้องเกา! เพราะน้องแมวมักจะมีพฤติกรรมชอบฝนเล็บตามสิ่งต่างๆ ที่น้องแมวจะเกาหรือฝนเล็บได้ ไม่ว่าจะเป็นโซฟา เฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ทำทาสแมวแทบร้องไห้ แนะนำว่าที่ฝนเล็บสำหรับน้องแมว ให้ฝนเล่น หรือพวกแผ่นลังกระดาษก็ได้นะ แต่เวลาฝนเล็บเศษลังกระดาษอาจจะกระจายนิดนึง ต้องทำใจ

7. ดูแลน้องแมวเบื้องต้น – ตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ
สุขภาพน้องแมวสำคัญมาก ทาสทั้งหลายควรพาน้องแมวไปสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปีนะ จะได้อยู่ให้อ้อนไปอีกนานๆ

Holiday Palace คือะไร

Holiday Palace คือ คือบ่อคาสิโน เปิดให้บริการเกมส์คาสิโนมากมาย อาทิเช่น บาคาร่า, รูเล็ต, ป็อกเด้ง,ไฮโล, สล็อต ที่เปิดให้บริการอยู่ปอยเปรต ประเทศกัมพูชา ติดชายแดนไทยทางด้านทิศตะวันออก จ.สระแก้ว

ปัจจุบันสามารถเข้าเล่นได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ทางเข้า Holiday palace ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

วิธีดูเพศของลูกแมว

ถ้าคุณจะซื้อลูกแมวมาเลี้ยงซักตัว คุณคงอยากรู้เพศของมัน ใช่หรือไม่? บางครั้งลูกแมวที่ทางร้านตั้งชื่อให้เช่น ทอมมี่หรือเร็กซ์ จริงๆแล้วอาจจะเป็นลูกแมวตัวเมีย ในขณะที่ลูกแมวที่ชื่อ มิสตี้หรือเฮเลน อาจจะเป็นลูกแมวตัวผู้ก็เป็นได้ ดังนั้นทางที่ดี คุณควรจะรู้วิธีดูเพศของแมวไว้ ดีกว่าที่ต้องมารู้ภายหลังว่าลูกแมวที่คุณซื้อมาไม่ได้มีเพศที่คุณคาดหวังไว้ แม้ว่าการดูเพศของลูกแมวจะยากกว่าการดูเพศของแมวโต ลองดูภาพข้างล่างนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าการดูเพศของลูกแมวนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วิธีดูเพศของลูกแมว
วิธีดูเพศของลูกแมว
ลูกแมวตัวเมีย ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะใกล้กันกว่าของลูกแมวตัวผู้

ลูกแมวตัวผู้ ระยะห่างระหว่างอวัยวะเพศกับรูทวารจะห่างกันกว่าของลูกแมวตัวเมีย

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแยกเพศของลูกแมวได้แล้ว และก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาเปลี่ยนชื่อน้องแมวภายหลังด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง

น้องแมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก ขี้เล่นและรักความสะอาด จึงทำให้น้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมนำมาเลี้ยง แต่ก่อนที่คุณจะนำน้องแมวมาเลี้ยง คุณควรศึกษาหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้ดีซะก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง วันนี้เรามีสิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยงในบ้านดังนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง

– แมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระ ก่อนที่คุณจะเลี้ยงน้องแมว คุณควรแน่ใจว่าคุณมีพื้นที่เพียงพอให้น้องแมวได้วิ่งเล่นหรือไม่ คุณมีเวลาอยู่บ้านมากน้อยเพียงใด สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยตัดสินว่าคุณควรเลี้ยงแมวหรือไม่ ถ้าเลี้ยงได้ ควรเลี้ยงแมวพันธุ์และเพศใด เพราะแมวบางพันธุ์อาจต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เช่นแมวเปอร์เซียขนยาว เป็นต้น

– ถ้าคุณต้องออกไปทำงานทั้งวัน แล้วน้องแมวต้องเหงาอยู่ที่บ้านเพียงตัวเดียว คุณอาจจะหาเพื่อนแก้เหงาให้น้องแมวโดยการเลี้ยงน้องแมวเพิ่มอีกสักตัว

– ถ้าคุณเป็นโรคภูมิแพ้ ก่อนที่จะนำน้องแมวมาเลี้ยงที่บ้าน คุณควรมั่นใจว่าคุณไม่ได้แพ้สัตว์เลี้ยง (แมว) ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีกว่า

– ควรพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนที่คลินิกหรือโรงพยาบาลก่อนนำมาเลี้ยงที่บ้าน และควรพาไปฉีดวัคซีนเมื่อครบกำหนดเวลา

– ควรเลือกซื้อห้องน้ำแมวหรือกระบะแมวคุณภาพดีและมีฝาปิดด้านบน นอกจากนี้ควรเลือกซื้ออาหารแมวที่มีสารอาหารครบและเหมาะกับอายุของน้องแมวด้วย

– ควรซื้อของเล่นให้น้องแมวไว้เล่นคลายเหงาอาทิ เชือก, หนูปลอมหรือแม้แต่กล่องเปล่าก็สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้น้องแมวได้ ซึ่งของเล่นไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง เพียงแค่น้องแมวชอบก็โอเคแล้ว

– ควรซื้อเสาลับเล็บแมวเตรียมไว้ ถ้าคุณไม่อยากให้โซฟาที่บ้านขาดวิ่น

– ควรเตรียมต้นแคทนิพ (กัญชาแมว)และขนมสำหรับน้องแมวเพราะมันเป็นรางวัลที่ดีเยี่ยมในการฝึกน้องแมว

– ทำประกันภัยให้น้องแมว ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณไร้กังวล

– ควรหมั่นดูแลความสะอาดให้กับน้องแมวตั้งแต่ยังเล็ก อาทิอาบน้ำ, แปรงขน, ตัดเล็บเพราะจะช่วยให้น้องแมวเกิดความเคยชิน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับน้องแมวอีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำน้องแมวมาเลี้ยง
และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คุณควรรู้ก็คือ น้องแมวนั้นมีอายุขัยประมาณ 20 ปี ดังนั้นถ้าคุณคิดจะเลี้ยงเค้า คุณควรเช็คความพร้อมของตัวเองก่อนว่า คุณพร้อมจะดูแลและเลี้ยงดูเค้าให้ดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่เค้าอยู่เคียงข้างคุณหรือไม่

การดูแลสุขอนามัยของแมว

แมวเป็นสัตว์รักอิสระ อีกทั้งมีนิสัยซุกซน จึงสามารถรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงที่เอาใจใส่ในเรื่องสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นกับตัวแมวและสมาชิกในบ้านได้ โรคต่างๆ ของแมวนั้นทำให้แมวมีปัญหาสุขภาพ ได้รับความเจ็บปวด และมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย หากเราหันมาดูแลตอนที่แมวป่วยเป็นโรคแล้ว นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากยังอาจจะสายเกินแก้ทำให้แมวเสียชีวิตในที่สุดได้

การดูแลเรื่องสุขอนามัยของแมว
การดูแลสุขอนามัยของแมว

  • หู อาการที่แมวเป็นบ่อยคือหูเป็นน้ำหนอง มีกลิ่นเหม็น ทำให้แมวเป็นโรคหูหนวกได้ การดูแลใบหูแมวนั้นทำได้โดย ใช้สำสีชุบน้ำยาเช็ดหู บริเวณภายนอกเท่านั้น
  • ตา อาการที่เป็นบ่อยคือ มีขี้ตา ตาแดง มีน้ำตาคลอ หรือไหล ดังนั้น การเช็ดรอบดวงตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาดจึงควรทำทุกวัน
  • เส้นขน แมวนั้นเป็นสัตว์ที่ชอบเลียขนตัวเอง ซึ่งมักจะมีขนแมวหลุดเข้าสู่ร่างกายและตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือได้รับเชื้อโรคได้ จึงควรใช้หวีแปรงขนไปตามเส้นแนวขนทุกวัน เพื่อลดการตกค้างของขนที่หลุดร่วง และป้องกันการเกิดรังแค การแปรงขนบ่อยๆ ยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้เส้นขนมีความเงางาม
  • เล็บ แมวบ้านนั้นควรมีการฝนเล็บหรือตัดเล็บโดยคนที่คุ้นเคย เพื่อป้องกันการขูดข่วนข้าวของในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกแมวข่วนขณะเล่นกัน ทั้งนี้มีข้อควรระวังคือ ห้ามตัดโดยเล็บส่วนที่เป็นเนื้อสีชมพู เพราะจะทำให้แมวเจ็บปวดและไม่ให้ความร่วมมือในการตัดเล็บอีก
  • ฟันและสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันการเกิดหินปูนเกาะฟัน การให้อาหารเม็ดกับแมวและมีชามใส่น้ำให้แมวดื่มกินอย่างเพียงพอสามารถช่วยได้ หลังแมวกินอาหารเสร็จ สามารถใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดด้านในกระพุ้งแก้มและรอบๆ ปากเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  • ความสะอาดของอุปกรณ์ ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายไม่ควรวางกระบะทรายกับชามอาหารและน้ำดื่ม ไว้ติดกันเกินไป
  • ที่นอน ต้องอยู่ในที่แห้ง ไม่อับชื้นเพราะเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อรา
  • ตรวจสุขภาพ ทำตารางการฉีดวัคซีนต่างๆ ตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
  • การดูแลเรื่องสุขอนามัยของแมว
    ทั้งนี้นอกจากการดูแลปกติแล้วเจ้าของเองควรหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติของพฤติกรรมของแมวว่าเปลี่ยนไปหรือไม่ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคต่าง ๆได้ การดูแลแมวนั้นไม่ได้มีวิธีการที่สลับซับซ้อน หรือยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้เลี้ยงนั้นหมั่นเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ก็จะได้แมวที่สุขภาพดี นิสัยน่ารัก คลอเคลียเจ้าของ ไม่ส่งเสียงรบกวนตัวเราและเพื่อนบ้าน ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    การเลี้ยงแมว ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักอิสระเลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก และบางครั้งยังปล่อยให้หากินเองได้ด้วยหากคนเลี้ยงไม่อยู่บ้านหรือมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยแมวไว้โดยไม่มีเจ้าของอยู่ดูแล แต่การเลี้ยงดูให้แมวมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ผู้เลี้ยงจะต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวบ้างพอสมควร เพื่อเป็นการเตรียมตัวหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเลี้ยงแมว

    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมว
    การเลี้ยงแมวไม่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจและมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงรวมถึงการดูแลสุขภาพ เรียนรู้อุปนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของแมว ซึ่งลักษณะนิสัยของแมวแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่นแมวบ้านทั่วไปผสมพันธุ์กับแมวป่าหรือแมวจรจัดที่ต้องหากินเองโดยไม่มีคนเลี้ยงดู มักจะมีนิสัยหวาดระแวงและไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เคลื่อนไหวรวดเร็วปราดเปรียว สำหรับการเลี้ยงดูต้องเริ่มจากเรื่องต่างๆ ดังนี้

    1. เรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว
    การเรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว เช่น ลักษณะที่ดีและลักษณะนิสัยที่ควรปรับหรือฝึก ตัวอย่างเช่นการนำแมวไทยมาเลี้ยงไว้ในบ้าน เพื่อช่วยจับหนูที่เข้ามากัดทำลายข้าวของ แมวประเภทอาจผสมพันธุ์กับแมวป่าหรือแมวจรจัดที่ไม่มีคนเลี้ยง ลูกแมวที่ออกมาส่วนใหญ่จะมีนิสัยหวาดระแวงไม่เข้าใกล้คนแม้แต่ผู้เลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย มักจะขู่ฟู่ๆหรือทำขนพองใส่ทุกครั้งที่เข้าใกล้ มักขับถ่ายไม่เป็นระบบ ดื้อและซนอาจเล่นสิ่งของให้เกิดความเสียหาย การเรียนรู้ลักษณะนิสัยทำให้ผู้เลี้ยงสามารถฝึกหรือเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับพฤติกรรมของลูกแมวได้

    2. เรียนรู้อาการเจ็บป่วยของแมว
    แมวที่เจ็บป่วยหากอาการที่เป็นอยู่ไม่มาก ผู้เลี้ยงอาจไม่รู้หรือไม่มีข้อสังเกต การเรียนรู้อาการเจ็บป่วยได้ดีที่สุดควรดูที่พฤติกรรมของแมว สังเกตว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น กินอาหารน้อยลงหรือไม่สนใจที่จะกินอาหาร ผู้เลี้ยงต้องติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด การขับถ่ายของแมวก็เป็นสิ่งบอกเหตุถึงอาการเจ็บป่วยได้ เพราะแมวที่ไม่ขับถ่ายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้หรือกระเพาะอาหาร

    3. เรียนรู้การดูแลสุขภาพแมว
    แมวต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามตาราง เช่น แมวอายุ 8 สัปดาห์ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคหวัดติดต่อและโรคหลอดลมอักเสบ แมวอายุ 9 สัปดาห์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย แมวอายุ 11-12 สัปดาห์ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แมวอายุ 12 สัปดาห์ต้องได้รับวัคซีนต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคหวัดติดต่อและโรคหลอดลมอักเสบซ้ำ รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียซ้ำ แมวอายุ 1 ปี ต้องได้รับวัคซีนรวมป้องกันทุกโรค

    การมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวทั้ง 3 เรื่องก็สามารถดูแลสุขภาพของแมวสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้แล้ว

    การดูแลและการฝึก ลูกแมว

    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    การเตรียมตัวเพื่อต้อนรับลูกแมวตัวใหม่ ถือเป็นช่วงที่สำคัญ เนื่องจากจะต้องมีการปรับตัวของทั้งผู้เลี้ยงและลูกแมวตัวใหม่ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด
    หลังจากที่คุณได้รอคอยมาเป็นเวลาอันยาวนาน ในที่สุด ก็ถึงเวลาต้อนรับสมาชิกใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งครอบครัวของคุณ… คุณเป็นกังวลหรือไม่ ว่าลูกแมวตัวใหม่จะสามารถปรับตัวได้หรือไม่… เรามีข้อแนะนำในการ ช่วยให้ลูกแมวสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดีและรู้สึกเหมือนเป็น บ้านของลูกแมวเองได้อย่างรวดเร็ว
    สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ลูกแมวของคุณ เพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่ลูกแมว คุ้นเคย ทั้งการถูกแยกจากแม่แมว ถูกแยกจากพี่น้องในครอกเดียวกัน รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด โดยสิ้นเชิง ดังนั้น เมื่อคุณรับลูกแมวมาในระยะ แรกนั้น คุณควรปฏิบัติต่อลูกแมวอย่างอ่อนโยน ให้ลูกแมวอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ เพื่อไม่ให้ลูกแมวต้องอยู่ในสภาวะตื่นกลัว ให้ลูกแมวได้อยู่ในห้อง หรือบริเวณที่เงียบสงบ และอาจปล่อยให้ลูกแมวสามารถ เดินสำรวจรอบๆบริเวณของบ้านใหม่ได้ ในวันต่อๆไปเจ้าของคือผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของลูกแมวควรเก็บและพันสายไฟให้อยู่ในที่ที่พ้นจากลูกสุนัข สารเคมีต่างๆที่เป็นอันตรายควรเก็บให้มิดชิด และควรตรวจดูบริเวณที่เป็นรั้วแหลมคมหรือร่องที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

    การพบสัตวแพทย์
    การพบกับสัตวแพทย์ครั้งแรกของลูกแมว
    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    การพาลูกแมวของคุณไปตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์ หลังจากที่คุณรับลูกแมวมาเลี้ยงใหม่เพื่อที่จะสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกาย ลูกแมวตัวใหม่ของคุณว่ามีสุขภาพดีหรือไม่ และวางแผนเพื่อทำวัคซีน หรือการรักษา รวมทั้งให้สัตวแพทย์ให้คำแนะนำต่างๆ ในการนำลูกแมวตัวใหม่มาเลี้ยง เราจึงมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่คุณอาจได้พบเมื่อคุณพาลูกแมวไปพบสัตวแพทย์ครั้งแรก มาแนะนำ…
    เมื่อคุณรับลูกแมวตัวใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกของครอบครัวคุณแล้ว ก็คงจะเป็นการดีหากคุณจะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี ไว้กับสัตวแพทย์ที่ทำการรักษาลูกแมวของคุณ ลูกแมวของคุณควรที่จะไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำในขณะที่ลูกแมวกำลังเจริญเติบโต เพื่อรับการตรวจสุขภาพั่วไปว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่ และควรให้ลูกแมวรู้สึกคุ้นชินกับการไปพบกับสัตวแพทย์
    คุณควรที่จะพาลูกแมวของคุณไปพบกับสัตว์แพทย์ เพื่อทำการตรวจร่างกายครั้งแรกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่สัตวแพทย์จะได้ช่วยรักษา หรือแก้ไขปัญหาให้ได้ทันท่วงที หากมีปัญหาเกิดขึ้น โดยหากคุณทำการนัดวัน และเวลา ในการนำลูกแมวเข้าไปทำการตรวจร่างกายครั้งแรก กับทางสัตวแพทย์ได้ จะเป็นการดี หากเป็นไปได้ ควรมีเลขหมายที่สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดฝันขึ้น

    การดูแลและการฝึกลูกแมว
    ปัจจัยพื้นฐานที่ลูกแมวต้องการ
    • ลูกแมวต้องการ การนอนหลับพักผ่อนที่มากกว่าแมวโต และควรปราศจากการรบกวน บริเวณพักผ่อนเป็นบริเวณที่ว่างที่ใกล้แหล่งของแสง เช่น ช่องลมหรือหน้าต่างที่มีแสงอาทิตย์ส่องถึง เนื่องจากแมวชอบนอนในบริเวณที่มีแสงส่องถึงแต่ควรเป็นบริเวณที่ใกล้เจ้าของ แต่การเลี้ยงไว้ภายในห้องนอนเจ้าของไม่ใช่คำตอบที่ดี
    • บริเวณที่ให้อาหารควรห่างไกลจากกระบะทรายแมว หลีกเลี่ยงบริเวณกินอาหารของเจ้าของเนื่องจากแมวจะสับสนระหว่างชามอาหารของตัวเองและจานอาหารของเจ้าของ
    บริเวณสำหรับเล่นแมวจะใช้พื้นที่มากที่สุด ซึ่งจะต้องมีบริเวณสำหรับเล่น วิ่งและปีนขึ้นที่สูง
    บริเวณขับถ่ายควรเป็นบริเวณที่เข้าออกง่าย และห่างจากบริเวณชามน้ำ ชามอาหารและบริเวณที่ใช้สำหรับพักผ่อน

    © 2018 C a t

    Theme by Anders NorenUp ↑